3 จังหวัด นราธิวาส สงขลา และปัตตานี ยังเผชิญน้ำท่วมหนักจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ประกาศเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว อาหารเสี่ยงขาดแคลน ภาครัฐระดมกำลังช่วยเหลือ ส่วนพยากรณ์อากาศคาดฝนตกต่อเนื่องถึง 4 ธ.ค. 2567
28 พ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นประจำอำเภอเทพา จ.สงขลา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมวันนี้ (28 พ.ย.) เผยว่า สถานการณ์รอบ อ.เทพา เผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมหนัก อย่าง อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และจังหวัดยะลา ที่ตัวอำเภอเมืองเผชิญน้ำท่วมโดยมีระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตรโดยประมาณ โดยทางผู้สื่อข่าวยืนยันว่าเป็นการท่วมหนักในรอบ 30 กว่าปีทีเดียว
น้ำท่วมจังหวัดยะลา เมื่อ 27 พ.ย. 2567 (ที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดยะลา)
จุดที่น่ากังวลคือ น้ำจากยะลาที่จะไหลไปที่ปลายน้ำในจังหวัดปัตตานี ก่อนออกสู่อ่าวไทย โดยคาดว่าอาจจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปัตตานีรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ รายงานข่าวจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส ระบุว่าวันนี้ (28 พ.ย.) เมื่อ 13.00 น. ที่จังหวัดปัตตานีกำลังเผชิญกับน้ำท่วม เนื่องจากน้ำในลุ่มแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นท่วมพื้นที่เมืองเกือบทุกเส้นทาง อีกทั้ง มีมวลน้ำจากจังหวัดสงขลา และยะลา ไหลเข้ามาด้วย เนื่องจากปัตตานีเป็นพื้นที่ปลายน้ำ
ไทยพีบีเอส รายงานเพิ่มว่า ตอนนี้ทางการจังหวัดปัตตานีประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เหตุอุทกภัย ในพื้นที่ ทั้ง 12 อำเภอ ได้รับผลกระทบหนัก 6 อำเภอ ขณะที่เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย จากเหตุจมน้ำ และถูกไฟฟ้าดูด
ทั้งนี้ จ.ปัตตานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2567 จนถึงวันนี้ (28 พ.ย.) ได้รับผลกระทบหนัก 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ทุ่งยางแดง อ.หนองจิก อ.มายอ อ.แม่ลาน อ.ไม้แก่น อ.โคกโพธิ์ รวม 39 ตำบล 194 หมู่บ้าน 8,452 ครัวเรือน ราษฎรได้รับผลกระทบ 28,969 คน มีผู้เสียชีวิต 2 คน พื้นที่ด้านการเกษตร ได้รับความเสียหาย 1,252 ไร่ ประมง 25 บ่อ ด้านปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการสำรวจ มัสยิด 3 แห่ง วัด 1 แห่ง โรงเรียน 6 แห่ง ปอเนาะ 1 แห่ง ดาตีกา 1 แห่ง บ้านเรือน 39 หลัง
ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดแม่น้ำปัตตานี และเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูงสุดของ อ.เมือง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม และอยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี โดยสถานการณ์ล่าสุดพบว่า เส้นทางเข้าออกภายในหมู่บ้านถูกตัดขาดระดับน้ำทางเข้าหมู่บ้านสูงกว่า 1 เมตร และพื้นที่ติดแม่น้ำสูงเกือบ 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่เดินทางเข้าออกต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง
สำหรับในพื้นที่ ต.ปะกาฮะรัง ขณะนี้เข้าท่วมแล้วใน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ ม.1 บ.ปะกาฮะรัง ม.2 บ.ยือโม๊ะ และ ม.2 บ.จางาน ราษฎรกว่า 1 พันหลังคาเรือนเผชิญกับน้ำท่วมสูง
ทางจังหวัดนราธิวาส ประกาศให้ 13 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ขณะที่โรงเรียนในนราธิวาส ประกาศปิด 68 โรงเรียน ด้นเส้นทางคมนาคมเส้นทางรถไฟประกาศหยุดให้บริการเดินรถชั่วคราว เช่นเดียวกับการให้บริการรถขนส่งสาธารณะที่เชื่อมระหว่างจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดหยุดให้บริการเช่นกัน
จังหวัดสงขลา ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติทั้งจังหวัด 16 อำเภอ ล่าสุด โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุ มีพื้นที่ได้รับความผลกระทบน้ำท่วม 93 ตำบล 671 หมู่บ้าน 28 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 48,947 ครัวเรือน รวม 95,221 คน ทั้งนี้สืบเนื่องจากฝนตกอย่างหนัก ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 22-28 พ.ย. 2567
ทางผู้สื่อข่าวท้องถิ่นให้ความเห็นว่า สาเหตุน้ำท่วมภาคใต้รอบนี้เป็นผลมาจากน้ำฝนที่ตกหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ และตกเป็นปริมาณมาก ส่วนพยากรณ์อากาศระบุว่าจะพ้นวิกฤติประมาณวันที่ 4 ธ.ค. 2567
เสี่ยงขาดแคลนอาหาร
ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น รายงานว่า สำหรับเรื่องอาหารการกิน ถ้าเกิดยังเผชิญภาวะน้ำท่วมหนักอย่างต่อเนื่อง อาจขาดแคลนทั้งอาหารสด และอาหารแห้ง อย่างข้าวสาร อาหารแห้ง และปลากระป๋อง สำหรับ อ.เทพา ตอนนี้มีการจำกัดปริมาณซื้อขายไข่ไก่สดแล้ว เนื่องจากไม่มีรถมาส่ง ขณะที่ในช่วงฤดูมรสุมที่คนออกไปหาปลาน้อย ก็ทำให้อาหารสด โดยเฉพาะปลาราคาแพงขึ้นด้วย ปัจจุบัน ปลาทูตอนนี้ราคา 100 บาทต่อ 1 กิโลกรัม (กก.)
ขณะที่พื้นที่น้ำท่วมหนักตอนนี้ มีประชาชนในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีการปรับตัวรับมือกับน้ำท่วม เนื่องจากประสบภัยพิบัติด้านอุทกภัยบ่อย ชุมชนหลายแห่งมีการตั้งระบบ ‘ครัวกลาง’ และนำอาหารออกไปแจกจ่ายให้กับคนที่ติดอยู่ในบ้าน และไม่สามารถออกมาได้ตอนนี้
"คนที่ออกมาไม่ได้ ก็จะมีเรือไปส่งอาหารทุกวัน และก็บทเรียนจากปีที่แล้ว บางหมู่บ้านเขาไม่ได้ทำระบบครัวกลาง แต่ตอนนี้เขาเริ่มทำแล้ว อันนี้เป็นเรื่องดี และ 3 จังหวัดเป็นพื้นที่ที่คนหนุ่มสาวเยอะ ทำให้พอเกิดวิกฤตก็มีอาสาสมัครมาจัดตั้งเป็นเครือข่ายช่วยเหลือเยอะ" ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงาน
น้ำท่วมจังหวัดยะลา เมื่อ 27 พ.ย. 2567 (ที่มา: สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดยะลา)
ภาครัฐระดมความช่วยเหลือ
เพจเฟซบุ๊ก The reporters รายงานวันนี้ (28 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 13.32 น. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2567 หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำทะลักท่วมย่านเศรษฐกิจสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน ดังนี้
1. ศูนย์จัดการภัยพิบัติ ชุมชนท่าเรือ เทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ
2. ศูนย์พักพิงและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลต้นหยงมัส อ.ระแงะ
ทั้งนี้ ซาบีดา ได้มอบถุงยังชีพ และเงินสนับสนุนการตั้งโรงครัวกลา ประกอบอาหาร พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด จุดละ 3,000 ขวด
ด้าน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องจักร-เครื่องมือ รวมถึงมอบหมายเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่จุดเสี่ยงอุทกภัยช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง กำชับว่าจะต้องติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยให้กรมชลประทานร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในระดับจังหวัด เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัย
สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีปริมาณฝนตกมากบริเวณเทือกเขานครศรีธรรมราช ทำให้มีปริมาณน้ำหลากจากภูเขาและน้ำในพื้นที่ลงมาสู่คลองท่าดี เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอร่อนพิบูลย์ ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลลงสู่อ่าวไทย โดยการช่วยเหลือ ในช่วงน้ำทะเลลงใช้เครื่องผลักดันน้ำระบายน้ำผ่านคลองระบายน้ำและประตูระบายน้ำเร่งระบายออกสู่ทะเล ส่วนช่วงน้ำทะเลหนุนจะใช้เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งก่อนเกิดอุทกภัยเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่สู่ทะเล
จังหวัดสงขลา สถานการณ์ประสบอุทกภัยบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอระโนด อำเภอสะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย กรมชลประทานสูบน้ำเร่งการระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา และอ่าวไทย ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมโดยซักซ้อมและทบทวนแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่จะไหลผ่านตัวเมือง โดยใช้ระบายน้ำผ่านคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าว
จังหวัดปัตตานี มีแม่น้ำปัตตานีไหลผ่าน ทางต้นน้ำได้ใช้เขื่อนบางลางในการชลอน้ำไม่ระบายมากระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ประกอบกับใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลงสู่อ่าวไทย
จังหวัดยะลา มีแม่น้ำสายบุรีไหลผ่าน เกิดอุทกภัยในพื้นที่อำเภอยะหา และอำเภอรามัน ได้ใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลงสู่อ่าวไทย
จังหวัดนราธิวาส ที่มีแม่น้ำโก-ลกไหลผ่าน ซึ่งแม่น้ำโก-ลก มีต้นน้ำมาจากประเทศมาเลเซีย กรมชลประทานประเมินและบริหารจัดการร่วมกับประเทศมาเลเซีย ทางด้านการติดตามและการแจ้งเตือนสถานการณ์มายังประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ในส่วนอุทกภัยที่เกิดขึ้นในอำเภอเมือง บาเจาะ ยี่งอ รือเสาะ และแว้ง ได้ใช้เครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลงสู่อ่าวไทย
สนทช.เตือนฝนตกหนักน้ำท่วม
ด้านบีบีซีไทย รายงานวันนี้ (28 พ.ย.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตือนว่าให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่ระหว่างวันที่ 28 พ.ย.–10 ธ.ค. เนื่องจากมีปริมาณฝนตกหนักในลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง จึงคาดว่าจะเกิดการล้นตลิ่งและเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในห้วงเวลาดังกล่าว
ขณะนี้พบว่าจุดที่ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งมากที่สุดอยู่ที่แม่น้ำสายบุรีบริเวณ อ.รามัน จ.ยะลา สูงกว่าระดับตลิ่งที่ 2.0-2.8 เมตร รองลงมาคือแม่น้ำปัตตานี บริเวณ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สูงจากระดับตลิ่ง 2.0-2.5 เมตร
ทาง สทนช. ยังเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำลำน้ำสาขาของคลองชุมพร แม่น้ำหลังสวน แม่น้ำตาปี แม่น้ำตรัง คลองชะอวด คลองลำ คลองท่าแนะ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำบางนรา แม่น้ำโก-ลก และ คลองตันหยงมัส
ปภ.เตือน ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก อพยพด่วน
