- 'ทวี' เผยผลสอบสวนรถที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ อยู่ในการดูแลของ กอ.รมน. นราธิวาส ซึ่งหลังเกิดเหตุรถถูกแยกส่วน ทิ้งลงน้ำ พร้อมเรียกร้องถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และนายกฯ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ช่วยไขข้อกระจ่าง และแสดงจุดยืนสื่อสารถึงผู้ปฏิบัติงานทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา หวั่นถูกครอบงำ
- กมลศักดิ์ เชื่อมีคนบงการ แบ่งหน้าที่ทำงาน พร้อมโต้ความพยายามเบี่ยงประเด็น หากต้องการยิงคนขับจริง จำเป็นต้องใช้อาวุธสงคราม และติดตามมาตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่เลยหรือ
- ด้านโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่ขอให้ความเห็นเรื่อง รถของ กอ.รมน. เนื่องจากอาจกระทบต่อรูปคดี ขอให้ตำรวจเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
3 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “พรรคประชาชาติ” ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (3 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.34 น. ที่สำนักงานพรรคประชาชาติ ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จังหวัดนราธิวาส และทีมกฎหมาย ได้ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ‘M16’ จำนวน 2 กระบอก กราดยิง สส.กมลศักดิ์ หน้าบ้านพัก ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ผู้ติดตามและคนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังเกิดเหตุได้มีการออกหมายจับ ผู้ก่อเหตุจำนวน 4 ราย และเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 2569 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สามารถเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ 2 คนจากทั้งหมด 4 คน คือ สมพร ลังเดช อายุ 57 ปี อดีตนายทหารสังกัดหน่วยนาวิกโยธิน (นย.) กองทัพเรือ และยศกร ลังเดช อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นบุตรชาย พร้อมกับของกลางอีกหลายรายการ อาทิ อาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก และแม็กกาซีนที่บรรจุกระสุน 10 นัด โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
รถใช้ก่อเหตุอยู่ภายใต้การดูแล กอ.รมน.
ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเบื้องต้นว่า เหตุที่ต้องมาแถลงวันนี้ เพราะว่าเหตุความรุนแรงหรือความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เราประสงค์อยากให้ทุกชีวิตปลอดภัย และอยากให้มีการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในทุกคดี
อย่างไรก็ดี กรณีที่เกิดขึ้นกับ สส.กมลศักดิ์ เราต้องยอมรับว่า จากวันเกิดเหตุถึงวันนี้ เราทราบดีว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ มีรายงานว่ามีการใช้กฎหมายพิเศษเรียกคนมาสอบปากคำหลายคน และทราบภายหลังว่ามีการออกหมายจับตาม ป.วิอาญา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจและชื่นชมเจ้าหน้าที่
"แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่มีความสบายใจก็คือว่า รถยนต์คันที่ไปใช้ก่อเหตุที่เป็นรถสีขาว เราทราบว่าเป็นรถของทางราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากได้กระทำผิดแล้ว เอาไปชำแหละ และเอาไปทิ้งน้ำ โดยเฉพาะหน่วยราชการหน่วยนั้นก็คือ กอ.รมน." หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุ
หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า เราอยากทราบว่าใครเป็นคนบงการ หรือจ้างวาน แต่พอมีรถของหน่วยงานนี้โผล่ขึ้นมา อาจทำให้เจ้าหน้าที่หวาดกลัว ซึ่งอยากให้รัฐบาลออกมาแสดงบทบาท สื่อสารสร้างความมั่นใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ ทวี ยังเรียกร้องไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ดูแลภาคใต้ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด มาร่วมตรวจสอบว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ที่มีการใช้รถทางราชการไปใช้ก่อเหตุลอบสังหารนักการเมืองได้ และเพื่อไม่ให้การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ถูกครอบงำ เขาอยากขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งดู กอ.รมน. และแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งดูแล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า อยากจะขอให้ท่านออกมาสื่อสารให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่งั้นอาจเกิดความคลุมเครือในภายหลัง
ต่อมา กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ ได้แถลงยืนยันว่า เขาไม่เคยรู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว ดังนั้น สาเหตุการลอบยิงที่บอกว่าเป็นความบาดหมางส่วนตัว หรือมีเหตุโกรธเคืองกันให้ตัดไปก่อนได้เลย
สส.พรรคประชาชาติ ระบุว่า เขาเองก็ต้องการทราบเหตุจูงใจเช่นกัน เพราะอะไรต้องใช้รถราชการมาก่อเหตุยิง และจากพฤติการณ์ที่ทราบตอนนี้คือมีการใช้อาวุธปืน M16 จำนวน 2 ระบอก ผู้ก่อเหตุไม่เคยก่อเหตุใดๆ มาก่อน และการก่อเหตุไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เป็นการก่อเหตุเพื่อเอาชีวิตคน
กมลศักดิ์ ระบุต่อว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามเบี่ยงประเด็นว่า ผู้ก่อเหตุต้องการยิงคนขับรถ ไม่ได้ยิงตัวเขา เขาอยากตั้งคำถามเพิ่มว่า ถ้าต้องการยิงคนขับรถจริงถึงขนาดต้องใช้อาวุธสงครามเลยหรือไม่ และคนขับรถเขาอยู่บ้านในพื้นที่อยู่แล้ว สามารถเอาชีวิตได้โดยไม่ต้องตามมาตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่
กมลศักดิ์ กล่าวเพิ่มว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด และใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งโชคดีที่เบื้องต้นได้กล้องหน้ารถยนต์ที่เขาโดยสาร สามารถบันทึกภาพรถของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถชนิดไหน จึงนำไปสู่การขยายผล นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนเพิ่มเติม จนกระทั่งแกะรอยจนพบการแยกชิ้นส่วนรถ และทราบว่าเป็นรถของ กอ.รมน. จังหวัดนราธิวาส
ต่อกรณีที่สื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าการก่อเหตุที่มีลักษณะทิ้งช่วงเวลา หากจะเอาชีวิตจริงทำไมไม่เร่งลงมือ เพราะสามารถยิงได้ทันที กมลศักดิ์ มองว่า การก่อเหตุบางครั้งก็สมประสงค์ตามที่ประสงค์ แต่การก่อเหตุบางครั้งก็เกิดการพลาดได้ ในเรื่องนี้ต้องไปถามผู้ก่อเหตุว่าทำไมถึงพลาดแล้วไม่มายิงซ้ำ
กมลศักดิ์ กล่าวตอบคำถามสื่อเรื่องสาเหตุแรงจูงใจว่า หลังเกิดเหตุเขายังไม่อยากใส่ร้ายใคร เขาให้ความเคารพชุดคลี่คลายคดีของพนักงานสืบสวน หากไปกล่าวหาใครอาจถูกดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท เบื้องต้น ทราบเพียงว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของทางราชการ และเราเชื่อว่าราชการไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทั้งนี้ หากมีความยุ่งเกี่ยว ก็ต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ เราจึงมองว่าอยากให้คลี่คลายคดีให้มีความกระจ่างเรื่องนี้โดยเร็ว
สส.พรรคประชาชาติ ระบุว่า เรื่องประเด็นความขัดแย้งจากการทำงานของสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งหมด เพราะเขาทำงานทางด้านสิทธิมนุษยชนมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มานาน ตั้งแต่ที่สมชาย นีละไพจิตร ทนายความศูนย์มุสลิมถูกอุ้มหาย โดยเขาทำงานมาตั้งแต่ปี 2540 โดยเกิดเหตุทนายสมชายโดนอุ้มหายในปี 2547 ซึ่งเขาก็ยังทำงานในพื้นที่จนกระทั่งเข้าสู่สนามการเมือง เพื่อทำงานในบทบาททางด้านกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ ส่วนปมความขัดแย้งทางด้านธุรกิจตัดทิ้งไปได้เลย
ทำเป็นขบวนการ ?
สส.พรรคประชาชาติ มองว่า การก่อเหตุครั้งนี้ทำเป็นขบวนการ มีผู้จ้างวาน แต่ส่วนตัวยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจคืออะไร ซึ่งในฐานะผู้เสียหายเขาก็อยากทราบเหมือนกัน และเท่าที่ทราบจากภาพกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายได้ติดตามเขาจากสนามบินหาดใหญ่ และมีการใช้อุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งพบว่าช่วงเวลามีความสอดคล้องกัน
กมลศักดิ์ เล่าถึงช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุว่า หลังจากออกจากสนามบินหาดใหญ่ เขาได้นั่งอยู่ด้านหลังของคนขับ ซึ่งเป็นที่ประจำ จากนั้นได้แวะทานข้าวที่อำเภอจะนะ และแวะละหมาดที่ปั๊มในอำเภอเทพา ก่อนมุ่งหน้ามาที่บ้านพักของเขา ซึ่งน้อยคนมากที่จะรู้ช่วงเวลาว่าเขาเดินทางไปที่ไหน ออกมาจากหาดใหญ่ในเวลาใด และเส้นทางในการเดินทางเป็นเส้นทางไหน กลุ่มคนร้ายได้ดักรอที่หน้าบ้านมีลักษณะการแบ่งงานกันทำ มีการประสานงานกัน ในช่วงเวลาเกิดเหตุรถของตนได้ชะลอความเร็วเมื่อถึงหน้ารั้วของบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดัง โดยไม่รู้ว่าทิศทางกระสุนมาจากไหน เขาได้ลงไปหมอบกับพื้นใต้เบาะรถ และก้มหัวลง แต่ถ้าดูวิถีของกระสุน หากไม่หมอบก็จะโดนเต็มๆ
ทวี สอดส่อง กล่าวถึงข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทั้งหมด 33 นัด ซึ่งยิงเข้ามาในตัวรถทั้งหมด ทำให้เขามองว่าคนร้ายมีเจตนาสังหารคนในรถทั้งหมด และหากดูจากวิถีกระสุนทั้งหมดมีมากกว่าที่สื่อนำเสนอข่าวออกไป
กมลศักดิ์ กล่าวถึงสภาพจิตใจตอนนี้ว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อนก็ต้องใจหายเป็นธรรมดา รวมถึงสมาชิกครอบครัวก็มีความกังวล ส่วนถ้าไม่บอกว่ากลัว ก็คงผิดปกติ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังตัวในการที่จะเดินหน้าในการทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ส่วนตอนนี้ได้ยื่นคำขอคุ้มครองพยานกับกระทรวงยุติธรรม หลังจากนี้ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่คงต้องระมัดระวังตัวไปก่อน
กมลศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีการออกหมายจับแล้ว 4 คน และที่ยังไม่ได้ตัวคือผู้ปฏิบัติการ แต่เขาอยากให้มีการจับกุมผู้สั่งการ หรือผู้บงการสูงสุด เพราะคนร้ายที่ปฏิบัติการนั้นเขาไม่รู้จัก อยู่ดีๆ จะมาก่อเหตุยิงเขาคงเป็นไปไม่ได้ น่าจะมีคนที่อยู่สูงกว่านั้นสั่งการมา ตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ต้องการรับรู้มูลเหตุจูงใจหรือคนบงการ แต่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้เองก็อยากทราบเช่นกัน
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่ชี้แจง หวั่นกระทบคดี ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจ
วันเดียวกันนี้ เพจเฟซบุ๊กกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานเมื่อเวลา 16.05 น. พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ออกมาแถลงให้ความเห็น หลังจากหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาแถลงต่อสื่อว่า รถที่คนร้ายใช้ยิง สส.กมลศักดิ์ เป็นรถของ กอ.รมน. นราธิวาสนั้น ขอเรียนให้ทราบว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดอย่างเต็มขีดความสามารถ จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเบื้องต้น โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ
ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกทางคดี ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งอาจมีผลต่อรูปคดี จึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดได้ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน หากพบว่ามีกำลังพลหรือหน่วยงานภายใต้โครงสร้าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อระบบกฎหมายและความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ
