Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ทักษิณ' ยอมรับหากมีโอกาสจะไปคุยสหรัฐฯ เอง ตอนนี้ต่อสายคุยคนรอบตัว 'โดนัลด์ ทรัมป์' หลายคนแล้ว แนะทีมไทยแลนด์คุยในประเทศให้ตกผลึก ก่อนเจรจาต่อรองกำแพงภาษี - รับคุย 'มินอ่องหล่าย' ช่วงประชุม BIMSTEC ระบุผู้นำรัฐบาลทหารพม่ายินยอมรับฟังมาก ซึ่งจะพูดคุยกันอีกหลายรอบ


นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  | ที่มาภาพ: Thai PBS 

13 เม.ย. 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ "ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่"  ที่สวนสาธารณะ บนที่ดินของการรถไฟ จ.เชียงใหม่ ซึ่งภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมล้านนา กิจกรรมส่งน้ำพระ ปักตุงเจดีย์ทราย หรือที่เรียกว่า "ตุงไส้หมู" การสาธิตและชิมอาหารพื้นเมือง รวมถึงการแสดงจากศิลปินล้านนา โดยมีนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงประชาชนสวมเสื้อแดงสกรีนรูปนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและข้อความว่า "ING FC" พร้อมกางเกงช้างตามคอนเซ็ปของนายกรัฐมนตรี มารอให้การต้อนรับ และขอถ่ายรูปกับนายทักษิณ

เมื่อนายทักษิณ มาถึงได้วนรถดูการพัฒนาปรับปรุงการใช้พื้นที่ของการรถไฟ ที่มอบพื้นที่ให้ อบจ. จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ ที่ต้องการให้เป็นปอดของเมืองเชียงใหม่ รวมถึงได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมต่าง ๆ และร่วมสรงน้ำพระ พร้อมปักตุง ที่ถือว่าเป็นวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์แบบล้านนา

ก่อนรับฟังการบรรยายจาก นายพิชัย ถึง ความคืบหน้าโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะบนที่ดินการรถไฟสถานีเชียงใหม่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และพื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่รัฐบาลมีแนวคิดจะนำไปจัดทำบ้านเพื่อคนไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

นายทักษิณ  ได้กล่าวว่าอวยพรปีใหม่ไทย ว่า ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข มีสุขภาพแข็งแรง เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ ต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องรวมตัวเป็นหนึ่ง เพราะภัยภายนอกเกิดขึ้นทุกวัน คนไทยต้องรักกัน ช่วยกัน และให้ปีใหม่ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ให้คนไทยรักกัน

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้เปิดบ้านให้เข้าอวยพร และรดน้ำดำหัว เพราะเกรงใจทุกคน ไม่อยากให้ทุกคนมีความรู้สึก ว่า ถ้าเปิดบ้านแล้วไม่ได้มา อาจจะดูไม่ดี แต่คิดว่า หากมีอะไรก็อวยพรในใจก็ได้ ไม่อยากให้เป็นภาระใครทั้งสิ้น

เผยตอนนี้ต่อสายคุยคนรอบตัว 'ทรัมป์' หลายคนแล้ว

นายทักษิณ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ หลังช่วงสงกรานต์ ว่า ในวันนี้การประสานพลังสามัคคีกันก็ยากอยู่แล้ว ซึ่งปัจจัยภายนอกมีเยอะขึ้นทุกวัน ทั้ง ปัจจัยสงครามทางการค้า ที่เปลี่ยนไปมา ทำให้ไทยต้องปรับตัว ดังนั้น ไทยต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง ด้วยความสามัคคีของคนในชาติ ที่มองไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ อย่าไปมองอะไรที่เป็นข้อระแวง ข้อสงสัย เพื่อให้ประเทศแข็งแรงขึ้น เพราะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจมาก อยากเห็นสังคมแข็งแรง เพราะยังต้องมีอายุอยู่อีกนาน จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็พร้อมฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ความเห็นนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับ  แต่ได้รับการพิจารณาทุกคน

ส่วนเรื่องกำแพงภาษีจะมีโอกาสที่จะต่อสายคุยกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วยตนเองหรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า ตอนนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่อยู่รอบตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หลายคน คิดว่าอยู่ในภาวะที่คุยกันได้ ส่วนตัวถ้าหากมีจังหวะก็จะเดินทางไป โดยไทยอาจจะต้องลดในสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เช่น การกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็น เมื่อก่อนไทยมีข้อตกลงองค์การการค้าโลก หรือ WTO คือ หากออกกฎอะไรมาจะต้องใช้เหมือนกันทุกประเทศ แต่ตอนนี้สหรัฐอเมริกาเป็นคนเริ่ม ว่า บังคับใช้กับประเทศนั้นประเทศนี้ได้ ทำให้ไทยสามารถปรับตัวได้ เช่น กติกาบางอย่างที่ไทยไปกีดกันเรื่องรถจักรยานยนต์ ซึ่งของอเมริกาเป็นรถแบบลักชูรี่ ซึ่งคนที่มีความสามารถในการซื้อมีจำนวนไม่มาก และไม่ได้แข่งขันกับอุตสาหกรรมภายในประเทศแต่ไทยไปตั้งกำแพงภาษี ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่จำเป็น

ทั้งนี้ ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน จะสามารถพูดคุยกับกลุ่มพันธมิตร เพื่อการต่อรองที่มีพลังได้อย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้กลุ่มสหภาพยุโรปกับกลุ่มอาเซียน พยายามพูดคุยกัน เพื่อให้เกิดการค้าเสรี เพราะหากการกีดกันทางการค้ามากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ประเทศที่กำลังพัฒนาเดือดร้อนมากเท่านั้น ซึ่งกลุ่มประเทศอาเซียนได้คุยกัน ว่า เป็นประเทศที่ต้องการการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงต้องรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อพูดคุยกับประเทศที่เจริญแล้ว ว่า มีความจำเป็นต้องเติบโต จึงขออย่ากีดกันทางการค้ากับเรา

ขณะที่การเจรจาของทีมไทยแลนด์ ควรมีภาคเอกชนไปร่วมด้วยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ในการเตรียมการ ต้องคุยกันภายในประเทศ คุยกันให้ตกผลึกทางความคิดแล้วค่อยไปต่อรอง แต่เมื่อไปเจรจา ไม่จำเป็นต้องไปกันเยอะ

รับคุย 'มินอ่องหล่าย' ช่วงประชุม BIMSTEC

นายทักษิณ ยังเปิดเผยถึงโอกาสการพูดคุยกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไหล่ ผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมา ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกัน เพราะอยากเห็นสันติสุขเกิดขึ้นในเมียนมา และตนเองได้บอกกับทุกประเทศมหาอำนาจ ว่า ประเทศไทยอยากเห็นเมียนมายุติความขัดแย้ง และหากไม่พูดคุยกัน ก็ไม่สามารถหาหนทางในการเจรจาได้ จึงได้อธิบายไปว่า จำเป็นต้องพูดคุย เพื่อสันติสุข แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อพูดคุยแล้ว จะต้องไปเข้าข้างใคร แต่จำเป็นต้องเปิดเวที เพื่อพูดคุย และมีแนวโน้มสูงที่จะมีเปิดเวทีพูดคุย ซึ่งประเทศไทยพร้อมอำนวยความสะดวกให้

นายทักษิณ ยังยืนยันว่า ผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมายินยอมรับฟังมาก ซึ่งจะพูดคุยกันอีกในหลายรอบ ส่วนได้พูดคุยกันถึงวันเลือกตั้งของเมียนมาเลยหรือไม่นั้น นายทักษิณ ระบุว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น เพราะกลุ่มประเทศอาเซียน อยากให้รัฐบาลทหารเมียนมายอมถอยออกมาในระดับหนึ่ง เพื่อได้พูดคุยกับชนกลุ่มน้อย หรือปล่อยตัวผู้ต้องหาทางการเมืองบ้าง จึงจะมีเลือกตั้ง  ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2] [3]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง