ภาคประชาสังคมประณามรัฐบาลไทยเชิญ ‘มินอ่องหล่าย’ เข้าร่วม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ให้ความชอบธรรมอาชญากรที่ทั่วโลกประณาม และอาจทำให้กองทัพพม่าเข้าถึงแหล่งเงินที่จะนำไปสู่การซื้ออาวุธเข่นฆ่าประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแคมเปญใส่ ‘ชุดดำ’ จนกว่า ‘ผู้นำเผด็จการทหารพม่า' จะออกจากไทย
‘มินอ่องหล่าย’ ถึงไทย
3 เม.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก ‘The Reporters’ รายงานวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า เวลา 16.00 น. พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) และผู้นำคณะรัฐประหาร เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร แล้ว เพื่อเข้าร่วมประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพระหว่าง 3-4 เม.ย. 2568 นี้

นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสาระนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC ของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องลาย ไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพ มีหน้าที่ในการเชิญผู้นำประเทศสมาชิกทั้ง 7 ประเทศ ซึ่งอยู่ในข้อกำหนดของประเทศที่เป็นประธาน และไทยได้รับคำยืนยันว่า พล.อ.อาวุโสมินอ่องลาย จะเข้าร่วมประชุมเมื่อวานนี้ 1 วัน ก่อนเริ่มการประชุมระดับผู้นำ
"เราทำไปตามความรับผิดชอบของเราที่เป็นประเทศเจ้าภาพ จะต้องไม่ลืมว่า BIMSTEC กำลังขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค การขาดประเทศใดประเทศหนึ่งในการที่จะร่วมมือกันและมีการทำข้อตกลงร่วมกันนั้นอาจไม่สมบูรณ์ได้ ซึ่งไทยเราเป็นเจ้าภาพ ต้องแน่ชัดว่าสิ่งที่เราคุยกัน การขับเคลื่อน ตามกรอบข้อตกลงจะได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิกครบทุกประเทศ เรื่องนี้ไทยทำตามบทบาทและสถานะของการเป็นประเทศเจ้าภาพที่ดี" นิกรเดช กล่าว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในส่วนการหารือทวิภาคีระหว่าง แพทองธาร ชินวัต นายกรัฐมนตรี และผู้นำเมียนมา ยังไม่ได้รับแจ้งประเด็นข้อหารือที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าตามหลักการไทยจะสอบถามเมียนมาเรื่องเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่าต้องการความช่วยเหลือใดจากไทยอีกบ้าง โดยไทยได้ส่งความช่วยเหลือไปแล้ว และไทยยังแสดงความพร้อมที่จะช่วยเหลือเมียนมา และคาดว่าจะมีการหารือถึงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ ซึ่งมีเหยื่อจากออนไลน์สแกมที่อยู่ในเมียนมา เพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ประสานงาน เพื่อส่งกลับถิ่นฐาน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสองเรื่องหลัก และคาดว่า ไม่มีประเด็นการเลือกตั้งในเมียนมา
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยด้วยว่า ผู้นำสูงสุดเมียนมาจะเข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนดการระดับผู้นำ ทั้งงานเลี้ยงอาหารค่ำโดยนายกรัฐมนตรี เวลา 19.00 น. วันนี้ (3 เม.ย.) และการประชุมระดับผู้นำ BIMSTEC วันพรุ่งนี้ (4 เม.ย.)
NGO ประณาม รบ.ไทย เชิญ ‘มินอ่องหล่าย’ ร่วมประชุม
หลังจากการแลนด์ดิงของมินอ่องหล่าย ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองทัพอากาศ กรุงเทพฯ แล้ว เมื่อ 19.15 น. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แห่งประเทศไทย (FCCT) กลุ่มภาคประชาสังคมในนาม "กลุ่มปกป้องประชาธิปไตยเมียนมา" ประกอบด้วย วิชัย จันทวาโร มูลนิธิเสมสิกขาลัย ณิชกานต์ รักวงษ์ฤทธิ์ กลุ่ม Milk Tea Alliance Thailand และ ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร กลุ่ม ETO Watch Coalition ได้อ่านแถลงการณ์ประณามรัฐบาลไทยที่เชิญชวน มินอ่องหล่าย ผู้นำคณะรัฐประหาร เข้าร่วมประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย. 2568
วิชัย จันทวาโร สมาชิกมูลนิธิเสมสิกขาลัย และตัวแทน 319 องค์กรที่ร่วมลงชื่อคัดค้านการเชิญมินอ่องหล่ายมาร่วมประชุมผู้นำ BIMSTEC กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมไทยและเมียนมารวม 319 องค์กร ร่วมกันออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลไทยและสมาชิก BIMSTEC ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำคณะรัฐประหารพม่า ซึ่งวันนั้นเราได้ไปยื่นหนังสือถึงปลัดสำนักนายกฯ ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน อาคารสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่สถานทูตประเทศสมาชิก BIMSTEC อีก 5 ประเทศในกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ยื่นให้สถานทูตเมียนมา เนื่องจากพวกเขาไม่ยอมรับว่ากองทัพพม่าเป็นรัฐบาลที่มีความชอบธรรมของประชาชนพม่า
(ซ้าย) ณิชกานต์ รักวงษ์ฤทธิ์ (กลาง) วิชัย จันทวาโร และ (ขวา) ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร
วิชัย กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องผิดหวังเนื่องจากข้อเรียกร้องไม่ได้รับตอบสนอง เพราะเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำสูงสุดของคณะรัฐประหาร จะมาร่วมประชุมครั้งนี้ และเมื่อเย็นนี้มินอ่องหล่าย ก็มาเหยียบประเทศไทย ซึ่งการมาเยือนประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจาก 6 วันให้หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของประวัติศาสตร์เมียนมา จึงเป็นที่มาของการออกแถลงการณ์คัดค้านการให้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย มาประชุม BIMSTEC ครั้งที่ 6
'ไมค์' (นามสมมติ) ตัวแทนกลุ่มปกป้องประชาธิปไตยเมียนมา กล่าวเริ่มต้นถึงสถานการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี แม้ว่าประชาชนชาวพม่าจะได้รับผลกระทบ แต่ว่ากองทัพพม่ายังคงใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีพลเรือนพม่า และปิดกั้นความช่วยเหลือจากนานาชาติ และทางกองทัพพม่ายังคงเรียกร้องเงินสนับสนุนจากประชาชน ดังนั้น เขาจึงเสียใจและประหลาดใจอย่างมากที่ทางการไทยให้มินอ่องหล่าย เข้าร่วมประชุม และเข้ามาที่แผ่นดินไทย ทั้งที่เขาก็รู้สึกว่าประเทศไทยมีอำนาจที่จะไม่เชิญ ไม่ยุ่งเกี่ยว หรือมีความสัมพันธ์กับทางกองทัพพม่า และเขาคาดหวังว่ารัฐบาลไทยจะไม่สร้างความชอบธรรมให้กับกองทัพพม่า
ท้ายสุด ไมค์ อยากขอให้รัฐบาลไทยปรับเปลี่ยนนโยบายและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยไม่จ่ายเงินให้รัฐบาลเมียนมาโดยตรงในโครงการซื้อขายก๊าซธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลเมียนมาใช้เงินซื้ออาวุธโจมตีประชาชน
ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร จากกลุ่ม ETO Watch กล่าวเรียกร้องว่ารัฐบาลไทยต้องไม่ให้ BIMSTEC เป็นพื้นที่ฟอกขาวให้มินอ่องหล่าย และในแง่ของเศรษฐกิจ ไทยควรยืนยันว่าจะไม่เจรจาเรื่องการลงทุนและการค้าเพิ่มเติม เพราะว่าปัจจุบันไทยสนับสนุนกองทัพพม่าทางอ้อมผ่านโครงการซื้อก๊าซธรรมชาติในอ่าวเมาะตะมะ ประเทศเมียนมา ซึ่งเท่ากับว่าเงินค่าก๊าซธรรมชาติในแต่ละวัน แต่ละเดือน และแต่ละปี หมายถึงเรากำลังสนับสนุนการฆ่าประชาชนทางอ้อม และมีรายงานด้วยว่า เงินก้อนนี้จำนวน 70-80% ของค่าก๊าซทั้งหมดที่เมียนมาลงทุนร่วมกับไทยและจีน ถูกนำไปใช้ในทางการทหาร เพื่อซื้ออาวุธและเชื้อเพลิงเครื่องบินรบในการปราบปรามประชาชน ฝ่ายต่อต้าน และกองกำลังชาติพันธุ์
ธีระชัย เสริมข้อมูลว่า ในเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวกองทัพพม่าก็ยังโจมตีทางอากาศใส่ประชาชน โดยข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า นับตั้งแต่ 28 มี.ค. 2568 จนถึงตอนนี้ (4 เม.ย.) มีการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ต่างๆ เกิดขึ้น 32 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ และกองกำลังประชาชน PDF
ธีระชัย มีข้อเสนอถึงรัฐบาลไทย ดังนี้
1. เราต้องไม่ทำการเจรจาหรือทำข้อตกลงใดๆ กับกองทัพพม่า เพราะเราไม่ยอมรับความชอบธรรมของเผด็จการทหารพม่า
2. เราต้องใช้ข้อได้เปรียบทางการทูตการกองทัพพม่าให้ไม่มีการลงทุนเพิ่มเติมกับกองทัพพม่า เพื่อไม่ให้กองทัพพม่าเอาเงินไปใช้ทางการทหาร และอยากให้ทางการไทยใช้เวทีนี้ในการเจรจาเปิดทางการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หลังจากนั้น ภาคประชาสังคมได้อ่านแถลงการณ์ร่วมกัน โดยมีใจความดังต่อไปนี้
ตามที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ 7 ประเทศสมาชิกBIMSTEC (หรือความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation - BIMSTEC) ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ในวันที่ 3-4 เมษายน 2568 โดยได้เชิญพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เข้าร่วมประชุมด้วย
ตัวแทนจากภาคประชาสังคมไทยขอประณามรัฐบาลไทยอย่างถึงที่สุดต่อกรณีที่เชิญพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย และคณะ ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งยังใช้กำลังจับกุม คุมขัง ทำร้าย ซ้อมทรมาน บังคับเกณฑ์ทหาร และก่ออาชญากรรมเข่นฆ่าประชาชนชาวเมียนมาอย่างโหดร้ายทารุณโดยมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่เว้นแม้กระทั้งในช่วงภาวะวิกฤตหลังเกิดแผ่นดินไหวที่ยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย และคณะ ไม่ใช่ผู้นำประเทศหรือตัวแทนของประชาชนเมียนมาโดยชอบธรรม เป็นแต่เพียงอาชญากรที่ถูกศาลอาญากลางแห่งประเทศอาร์เจนตินาออกหมายจับตามหลักเขตอำนาจสากล อีกทั้งการกระทำความความผิดต่อชาวโรฮิงญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศ
การที่รัฐบาลไทยเชิญ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย มาร่วมประชุมระดับนานาชาติ ถือเป็นการให้ความชอบธรรมต่ออาชญากรที่ทั่วโลกประณาม และอาจส่งผลให้กองทัพเมียนมา เข้าถึงเงินทุน และทรัพยากรในการซื้ออาวุธเพื่อทำสงครามเข่นฆ่าชีวิตคนเมียนมามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอายและเสียหายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง
ภาคประชาสังคมไทยจึงขอประฌามรัฐบาลไทย นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะในการกระทำดังกล่าว รวมถึงรัฐบาลประเทศสมาชิกBIMSTEC และขอให้คำนึงหลักหลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญที่สุดคือหลักมนุษยธรรม
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย และประเทศสมาชิก อีก 5 ประเทศ
- ไม่ให้มีการเจรจา 2 ฝ่ายกับผู้นำกองทัพเมียนมา
- ไม่ลงนามในข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกBIMSTEC กับผู้นำกองทัพเมียนมา
- ไม่ให้การต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เสมือนเป็นผู้นำประเทศ รวมถึงปฏิเสธการจับมือต้อนรับ
- ออกแถลงการณ์ร่วม 6 ประเทศสมาชิก (ยกเว้นเมียนมา) เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาหยุดยิงทั่วประเทศ และเปิดรับความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยนานาชาติ อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าประเทศเพื่อรายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมถึงรับรองความปลอดภัย
ทั้งนี้ ‘ไมค์’ (นามสมมติ) เน้นย้ำถึงผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 3,000 ชีวิตแล้ว แต่ปฏิบัติการโจมตีใส่ประชาชนของพม่ายังไม่หยุด จึงอยากรณรงค์เชิญชวนให้แรงงานทุกคนหยุดงาน และใส่ ‘เสื้อผ้าชุดดำ’ ในวันพรุ่งนี้ (4 เม.ย.) เพื่อแสดงการไม่ยอมรับต่อผู้นำคณะรัฐประหารเมียนมาคนนี้
กลุ่มพันธมิตรชานมแห่งประเทศไทย (Milk Tea Alliance Thailand) ขอแสดงจุดยืนเคียงข้างชาวเมียนมา โดยเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคน เข้าร่วมแคมเปญใส่ ‘ชุดดำ’ จนกว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย จะออกจากประเทศไทย
