Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ขบวนการแรงงานเพื่อประชาธิปไตย จัดงานเดินขบวนวันแรงงานสากล ‘MAY DAY 2025’ จากแยกราชประสงค์-ลานหน้าหอศิลป์ ชูไอเดียแรงงานอิสระ ไรเดอร์ พนักงานบริการ จ้างเหมา ทุกคนเป็นแรงงานเหมือนกัน รัฐต้องให้ความคุ้มครองเท่ากัน พร้อมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระ มองไม่ได้ช่วยเหลือ แต่เป็นการพยายามควบคุมและแบ่งแยกแรงงาน

ด้านนักวิชาการด้านแรงงาน มองค้านกระแสต้านสิทธิแรงงานข้ามชาติไม่ให้ชุมนุมทางการเมืองในไทย ชี้ภาครัฐและสังคมควรเปิดกว้าง เพื่อแสดงออกว่าประเทศเราไม่มีการเลือกปฏิบัติ และการเรียกร้องประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องปกติที่ใครก็สามารถทำได้

 

1 พ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (1 พ.ค.) เวลา 16.00 น. ที่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แยกราชประสงค์ ประชาชนเริ่มมารวมตัวตามการนัดหมายของขบวนการแรงงานเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วยแรงงานหลากหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสหภาพคนทำงาน ไรเดอร์ พนักงานบริการ นักกิจกรรมโมกหลวงริมน้ำ แม่บ้านกองสลาก แรงงานข้ามชาติ และอื่นๆ ก่อนการเดินขบวนแรงงานจากแยกราชประสงค์ ไปที่หน้าศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร หรือ BACC แยกปทุมวัน เพื่อเฉลิมฉลองวันแรงงานสากล หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'MAY DAY 2025' 

เครือข่ายแรงงานเดินขบวน #MAYDAY2025 ลั่น 'แรงงานเหมือนกัน คุ้มครองเท่ากัน' ส่องบรรยากาศการทำกิจกรรมวันแรงงานสากล ปี 2568

ในเวลาไล่เลี่ยกัน กลุ่มแรงงานข้ามชาติได้มาร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการทหารพม่า และพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพพม่า และผู้นำคณะรัฐประหาร

เวลา 16.30 น. มีการตั้งขบวนหน้ารถเครื่องเสียง และมีการเตรียมธงและป้ายต่างๆ เช่น "ขับถึงที่หมาย สุดท้ายได้แค่เศษเงิน" "CON for 99%" "งานบริการคืองาน Sex Work is Work" และอื่นๆ

เวลาประมาณ 16.35 น. ขบวนแรงงานออกเดินไปแยกราชประสงค์

สำหรับวาระวันแรงงานสากลปีนี้ ทางขบวนการแรงงานเพื่อประชาธิปไตยได้ชูประเด็นคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ (พ.ร.บ.แรงงานอิสระ) ที่กำลังรอเข้าที่ประชุม ครม.อยู่ขณะนี้

ทั้งนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีเนื้อหาสาระคุ้มครองแค่แรงงานสัญญาจ้างเป็นหลัก ทำให้แรงงานจ้างทำของ แรงงานแพลตฟอร์ม พ่อค้าแม่ค้าริมทาง แรงงานภาคการเกษตร และอื่นๆ หลุดจากความคุ้มครองด้านสิทธิแรงงาน

ต่อมา ทางกระทรวงแรงงานได้ร่างกฎหมายขึ้นมา ชื่อ พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ ขึ้นมา โดยคาดหวังว่า จะเป็นกฎหมายที่ช่วยเหลือแรงงานนอกระบบ แต่ก็เผขิญเสียงคัดค้านจากนักวิชาการด้านแรงงาน และนักสิทธิแรงงานบางกลุ่ม

ยกตัวอย่างกรณีของไรเดอร์ และแรงงานแะลตฟอร์ม ที่จะถูกนิยามว่าเป็นแรงงานกึ่งอิสระ ทำให้บางคนกังวลว่าการนิยามเช่นนี้จะทำให้แรงงานถูกแบ่งแยกมากขึ้น ขาดพลังการต่อรอง ไปจนถึงอาจจะทำให้แรงงานแพลตฟอร์มเข้าไม่ถึงมาตรฐานกฎหมายแรงงาน

กรณีต่อมา กฎหมายนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระขึ้นมา เพื่อตัดสินใจทุกอย่างเกี่ยวกับปัญหาการจ้างงาน เช่น ปัญหาค่าจ้างไม่เป็นธรรม ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชย และอื่นๆ บอร์ดนี้มีสมาชิก 28 คน แต่กลับถูกกำกับโดย คนจากฝั่งราชการ 16 คน ฝั่งธุรกิจ 4 คน และแรงงาน 8 คน

โดยทั้งหมดมาจากการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรี และสมาชิกบอร์ดไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ทำให้หลายคนกังวลเรื่องการครอบงำจากทางฝั่งราชการ

นอกจากนี้ แม้ว่าจะรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรผู้ประกอบอาชีพอิสระได้ ก็ไม่สามารถต่อรองกับนายจ้างได้โดยตรง จะต้องผ่านคณะกรรมการแรงงานอิสระข้างต้น

การคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุไม่ชัดเจน เพราะร่างกฎหมายระบุแค่ว่าให้บอร์ดไปหสรือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีการกำหนดมาตรฐานการคุ้มครองเอาไว้ในกฎหมาย เหมือนแรงงานประเทศอื่น

เหตุผลดังกล่าว นำมาสู่การคัดค้านร่างกฎหมายจากการเข้าประชุม ครม. และเสนอให้ใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท

อย่างไรก็ดี ตัวร่างกฎหมายแรงงานอิสระยังอยู่ในชั้น ครม. เท่านั้น และสมมติกรณีผ่าน ครม. ร่างกฎหมายยังต้องไปผ่านสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ถึงจะประกาศเป็นกฎหมาย บังคับใช้

เวลา 17.06 น. ขบวนแรงงานเดินถึงวัดปทุมวนาราม ได้มีตัวแทนแรงงานวางดอกไม้ให้กับผู้เสียชีวิต 6 รายระหว่างการสลายชุมนุมคนเสื้อแดงด้วยอาวุธเมื่อปี 2563 และขอให้ผู้เข้าร่วมชุมนุม ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้กับสามัญชน และแรงงานที่เสียชีวิตที่วัดปทุมฯ เป็นเวลา 1 นาที ก่อนเดินต่อไปที่ BACC จุดหมายการเดินขบวนครั้งนี้

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ประกอบด้วยนายสุวัน ศรีรักษา, นายอัฐชัย ชุมจันทร์, นายมงคล เข็มทอง, นายรพ สุขสถิตย์, นางสาวกมนเกด อัคฮาด และนายอัครเดช ขันแก้ว

ต่อมาในเวลา 17.30 น. ขบวนเดินมาถึงจุดหมายลานหอศิลป์ BACC 

อยากกลับไปต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานข้ามชาติแบบเดิม

งานเดินขบวนวันแรงงานสากล ไม่ได้มีแค่นักกิจกรรม และแรงงานไทยที่มาร่วมงาน แต่ยังมีแรงงานสัญชาติเมียนมาที่เดินทางไกลเพื่อมาทำงานในไทย ก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

ยามิน (นามสมมติ) หนึ่งในแรงงานข้ามชาติ สัญชาติเมียนมา ที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาแล้วกว่า 30 ปี เธอมาร่วมงานวันแรงงาน และกล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่เธอตัดสินใจมาร่วมงานวันนี้ เพราะว่าต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลไทยกลับไปใช้การต่ออายุใบอนุญาตทำงานแบบเดิม

ทั้งนี้ การต่ออายุใบอนุญาตทำงานแบบใหม่ หรือ Pre-MOU 2568 มาจากมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อ 24 ก.ย. 2567 ที่ให้ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสัญชาติกัมพูชา และพม่า ตามระบบข้อตกลง โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง แต่สามารถขึ้นทะเบียนผ่านสถานทูตได้ แรงงานพม่ากังวลว่า การเปลี่ยนจากการลงทะเบียนในประเทศไทยฝ่ายเดียว ไปเป็นการลงทะเบียนแบบใหม่ เป็นการให้เงินกองทัพพม่านำเงินไปซื้ออาวุธสงครามปราบปรามฝ่ายประชาชน และข้อมูลที่กองทัพพม่าได้ไปอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

“เราไม่ยอมให้เงินรัฐบาลทหารพม่าเพราะพวกเขาเป็นคนไม่ดี แต่เรายินดีจ่ายเงินให้รัฐบาลไทย” ยามิน กล่าว

ยามิน ทำงานอยู่ในร้านเสริมสวยได้ค่าแรงวันละ 300 บาท เธอกล่าวว่ารู้สึกกังวลกับกระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติที่รุนแรงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา (ปี 2567) พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าอยากให้คนต่างชาติกับคนไทยทำงานร่วมกัน อยู่กันอย่างพี่น้องดูแลซึ่งกันและกัน

แรงงานข้ามชาติควรมีสิทธิชุมนุมในไทย (?)

วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติเมียนมา ‘Bright Future’ เผยว่า วันนี้มีแรงงานเมียนกว่า 60-70 คนเข้าร่วมกิจกรรม แต่เขามีความกังวล เพราะก่อนหน้านี้มีบางคนอ้างว่ากลุ่มแรงงานข้ามชาติไม่ควรมีสิทธิชุมนุมในประเทศไทย แต่เขายังยืนยันว่าแรงงานข้ามชาติควรมีสิทธิชุมนุม

วีระ เผยว่าวันนี้ (1 พ.ค.) เขารู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายแรงงานกลุ่มอื่นๆ ทั้ง 12 กลุ่ม แต่เขาตระหนักดีว่าการเชิญชวนแรงงานข้ามชาติออกมาร่วมกิจกรรมเช่นนี้ มีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคาม

ขณะที่ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา  นักวิชาการอิสระด้านแรงงาน ที่ได้เข้าร่วมงานกิจกรรมวันแรงงานสากล อธิบายว่า วันแรงงานสากลเป็นประเพณีที่คนงานทั่วโลกจะออกมาจัดกิจกรรมร่วมกัน การที่ประเทศไทยมีทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติมาร่วมกิจกรรมกันนั้น เป็นการสะท้อนว่าประเทศไทยมีคนงานที่หลากหลาย และการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกเป็นเรื่องที่ดี พร้อมเป็นการแสดงออกว่าประเทศไทยไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

“มันมีข้อห้ามอะไรที่บอกว่าแรงงานข้ามชาติห้ามชุมนุม กฎหมายบ้านเราไม่ได้ยกเว้น คนที่มาทำงานในประเทศไทยก็ได้รับความคุ้มครองเท่ากับคนงานไทย เป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคน” ศักดินา กล่าว

ต่อกรณีที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการที่แรงงานข้ามชาติแสดงออกทางการเมืองต่อต้านผู้นำเผด็จการทหารพม่ามินอ่องหล่ายในประเทศไทยนั้น ศักดินา มองว่า แรงงานก็คือคนคนหนึ่ง และการเมืองกับคนนั้นแยกกันไม่ได้  เขามองว่าไม่มีอะไรในชีวิตนี้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และการเรียกร้องประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องปกติที่ได้รับการยอมรับ

ศักดินา ไม่อยากให้สังคมไทยกังวลเกินเหตุ และในช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีการรัฐประหาร ก็เป็นเรื่องปกติที่คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดนจะออกมาเคลื่อนไหวแสดงออกต่อต้านเผด็จการ เขามองว่าสังคมไทยต้องมองเรื่องนี้ให้กลายเป็นเรื่องปกติ และในวันแรงงานสากลก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีการชุมนุมพร้อมกันทั่วโลก

ท้ายที่สุด นักวิชาการอิสระด้านแรงงาน กล่าวว่า ประเทศไทยตอนนี้เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ เขาคิดว่าเราต้องยอมรับว่าประเทศไทยขาดแรงงานข้ามชาติไม่ได้ และการมีอยู่ของแรงงานข้ามชาติช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย และเมื่อพวกเขาเข้ามาอาศัยอยู่และทำงานในประเทศไทยแล้วนั้น คนไทยก็ควรที่จะเปิดใจรับฟังปัญหาที่พวกเขาต้องการสื่อสารออกมา

‘เข็มหมุด’ (สงวนชื่อ-นามสกุล) สมาชิกของสหภาพคนทำงาน และเป็นผู้จัดงาน มองว่า แรงงานข้ามชาติมีส่วนในการช่วยสร้างเศรษฐกิจของไทยให้เจริญเติบโต พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทย การที่ประเทศไทยมีสิ่งก่อสร้างต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากแรงงานข้ามชาติ

"ประเทศนี้ไม่ได้มีแค่คนงานไทย แต่มีคนต่างชาติด้วยที่ช่วยกันสร้างประเทศนี้ขึ้นมา" เข็มหมุดกล่าว

เข็มหมุด เล่าถึงที่มาในการชักชวนแรงงานข้ามชาติมาเข้าร่วมกิจกรรม เพราะมองว่าพวกเขาคือกลุ่มเปราะบาง ที่มักถูกกดขี่จากนายจ้างและรัฐโดยไร้อำนาจต่อรอง ดังนั้น ในการขับเคลื่อนประเด็นแรงงาน สหภาพคนทำงานมองว่าแรงงานทุกคนต้องเข้มแข็งไปพร้อมกัน

กิจกรรมหน้าหอศิลป์

เวลา 17.30 น. บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ (BACC) มีจัดกิจกรรมเนื่องใน 'วันแรงงานสากล' หรือ #MAYDAY2025 โดยมีกิจกรรมจัดวงสนทนา วงเสวนา และการแสดงดนตรี โดยกลุ่มกิจกรรมและกลุ่มแรงงานจากหลากหลายอาชีพ อาทิ สหภาพคนทำงาน, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, ไรเดอร์, แรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์, แม่บ้านกองสลาก, แรงงานข้ามชาติ และ Sex worker

กิจกรรมที่ลานหอศิลป์ฯ เริ่มต้นด้วย สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวและนักจัดตั้งด้านแรงงาน ขึ้นกล่าวถึงความสำคัญของ May Day ต่อด้วย ‘ทาโร่’ อ่านจดหมายของ ‘เก็ท’ โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง สมาชิกกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเป็นผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ที่เขียนจดหมายออกมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องในวันแรงงานสากล จากนั้น วีระ แสงทอง ตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future ขึ้นมาเล่าถึงปัญหาในการทำงาน และการใช้ชีวิต

ต่อมา มีวงสนทนาใน 2 ประเด็น “ชีวิตของคนทำงานต้องการอะไร?” และ “ชีวิตการทำงานของพวกเราจะดีขึ้นได้อย่างไร?” เพื่อเปิดพื้นที่ในทุกอาชีพได้ส่งเสียง โดยแบ่งวงพูดคุยออกเป็น 3 กลุ่ม ให้แรงงานที่มาร่วมกิจกรรมได้แลกเปลี่ยนกัน โดยมีหัวหน้าวงสนทนาแต่ละกลุ่มคือ วีระ แสงทอง สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ “แชมป์” ฉัตรชัย พุ่มพวง สมาชิกสหภาพแรงงาน

จากนั้นมีวงเสวนา “แรงงานเหมือนกัน คุ้มครองเท่ากัน” มีผู้ร่วมพูดคุยโดย สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน, ศรีไพร นนทรีย์ นักเคลื่อนไหวแรงงานและนักจัดตั้งของกลุ่มสหภาพแรงงาน ย่านรังสิตและใกล้เคียง, ‘เรเน่’ เรวิกา (สงวนนามสกุล) ไรเดอร์หญิงและนักเคลื่อนไหวแรงงาน โดยมี “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในช่วงสุดท้ายมีตัวแทนมาร่วมอ่านแถลงการณ์แรงงานประชาธิปไตย เพื่อยกระดับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ แรงงานประชาธิปไตย

พอแล้วกับชีวิตที่เลือกไม่ได้ รายได้ขึ้นอยู่กับใคร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเป็นคนเราทุกคนคือคนทำงาน และเราต้องการค่าตอบแทนจากการทำงานที่เป็นธรรม ให้สมกับที่เราเป็นคนเราต้องการเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ ในชีวิต หยุดได้ ลาได้ ไม่กระทบรายได้เราต้องการหลักประกันและความปลอดภัยในการทำงาน ไม่บาดเจ็บ ล้มตาย เพราะทำงาน

เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล เกิดอุบัติเหตุ มีสวัสดิการดูแล ว่างงาน ตกงาน ถูกเลิกจ้าง มีเงินชดเชย เราต้องการพักผ่อน ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีศักดิ์ศรี มีกินมีใช้ในวัยเกษียณ เราต้องการสวัสดิการสังคมสำหรับครอบครัวของเรา รักษาพยาบาล การศึกษา ค่าเลี้ยงดูลูกหลานเรา

เราคือไรเดอร์ เราคือคนทำงาน เราคือทุกคน เราคือแรงงาน แรงงานเหมือนกัน เราต้องการความคุ้มครองที่เท่าเทียม

กฎหมายแรงงานที่มีอยู่ ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเราได้ กฎหมายแรงงานที่มีอยู่ ไม่ส่งเสริมให้พวกเราคนทำงานทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

เพราะกฎหมายเมินเฉยต่อชีวิตคนทำงานกว่า 21 ล้านคน เมินเฉยต่อแรงงานอิสระ Freelance Youtuber แรงงานสร้างสรรค์เมินเฉยต่อ แรงงานแพลตฟอร์ม - ไรเดอร์ หมอนวด แม่บ้าน รปภ. แรงงานภาคเกษตร ค้าขาย หาบเร่

ขณะที่กฎหมายประกันสังคม ก็มีการคุ้มครองและสวัสดิการที่ล้าหลังและเหลื่อมล้ำไม่มีช่องทางสำหรับภาคประชาชนในการยื่นแสดงความต้องการ แก้ไข หรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ระบบประกันสังคมที่เป็นมากำลังเมินเฉยต่อคนทำงานกว่าครึ่งนึงของสังคมนี้

และกำลังจะมีกฎหมายที่ตอกย้ำความเมินเฉยนี้อีก ที่ชื่อว่า ‘ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ’ ชื่อมีคำว่า ‘คุ้มครอง’ แต่เนื้อหาคือการ ‘ควบคุม’ และ ‘แบ่งแยก’

ควบคุมด้วยการมีคนจากฝั่งรัฐและทุนมากกว่าคนฝั่งแรงงานถึง 2 เท่า แบ่งแยกอย่างเป็นทางการว่าเราคือแรงงานที่ไม่ต้องคุ้มครอง ไม่มีสิทธิต่อรอง ไม่ต้องมีสวัสดิการอยากได้อะไร ไม่ต้องคิด เพราะเดี๋ยวมีคนคิดแทนให้

สรุป ถ้า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่าน ก็ไม่ได้ช่วยให้รายได้และคุณภาพชีวิตของคนทำงาน 21 ล้านคนดีขึ้น ชีวิตที่ดีกว่าไม่เคยได้จากการร้องขอ แต่ได้มาจากการต่อสู้ พวกเราจะสู้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของพวกเรา คนทำงานทุกคน พวกเราจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ให้มีมาตรฐานเท่าเทียม และเป็นธรรม

กิจกรรมสุดท้าย มีการแสดงดนตรีจากแรงงานข้ามชาติ และคอนเสิร์ตชุดเล็กโดยวงสามัญชน ก่อนยุติกิจกรรมในเวลา 20.45 น.

สำหรับบรรยากาศในบริเวณลานหน้าหอศิลป์ฯ มีบูธกิจกรรมแรงงานและการรณรงค์จากเครือข่ายกว่า 10 บูท อาทิ บูทล่ารายชื่อเพิ่มค่ารอบไรเดอร์, บูธขายเสื้อของวงสามัญชน, บูทนวดของแม่บ้านแพลตฟอร์ม, บูทบอร์ดเกมของนักศึกษา, บูทล่ารายชื่อเพื่อความคุ้มครอง Sex Worker, บูท iLaw, บูท Amnesty, บูท We Fair เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ให้ประชาชนที่มาร่วมงานระบายสีป้ายผ้าข้อความ "แรงงานเหมือนกันคุ้มครองเท่ากัน" และบอร์ดแสดงความเห็นในหัวข้อ "แรงงานอยากได้อะไร" โดยมีผู้ร่วมงานมาตอบ เช่น ประชาธิปไตย, วันหยุดที่หยุดจริงๆ, ค่าแรง Freelance เป็นธรรม, คุณภาพชีวิตที่ดีและเท่าเทียม, รัฐบาลไม่ตระบัดสัตย์แรงงาน เป็นต้น และยังมีผู้ร่วมกิจกรรมทำโพลให้ประชาชนมาแสดงความเห็นโดยการแปะสติกเกอร์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในคำถาม "คุณคิดว่านักศึกษาฝึกงานควรได้ค่าตอบแทนหรือไม่"

ที่มาของแนวคิด 'แรงงานเหมือนกัน คุ้มครองเท่ากัน'

'แชมป์' ฉัตรชัย พุ่มพวง สมาชิกสหภาพคนทำงาน และเป็นผู้จัดงานเดินขบวนวันแรงงานสากล กล่าวถึงที่ไปที่มาของธีมงานวันแรงงานสากลว่า มันเริ่มจากการมานั่งคุยกันของแรงงาน แล้วพบปัญหาว่าตอนนี้มีแรงงานในระบบ และแรงงานนอกระบบ แต่แรงงานนอกระบบไม่มีการคุ้มครองเลย เช่น คนที่ถูกเรียกว่าเหมาช่วง/เหมาบริการ ลูกจ้างชั่วคราว แรงงานแพลตฟอร์ม และเราก็แกะกันได้ว่าทุกลักษณะอาชีพ และทุกลักษณะการจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการจ้างแบบไหน มันควรได้รับความคุ้มครองที่เท่าเทียมกัน มีอำนาจในการต่อรองทั้งรัฐและทุนอย่างเท่าเทียมกัน เลยเป็นข้อความธีมวันแรงงานสากลว่า 'แรงงานเหมือนกัน คุ้มครองเท่ากัน' เพราะว่าถ้าเรารู้เห็นสถิติประมาณ 21 ล้านคนเป็นแรงงานนอกระบบ

ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนภาพรวมวันนี้มีกิจกรรมล้อมวงคุยกับแรงงานสัญชาติเมียนมา พี่น้องพนักงานบริการ และก็ได้ฟังคนทำงานต้องการอะไรในชีวิต และอะไรจะทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้น ก็มีการหยิบยกประเด็นทั้งเรื่องความปลอดภัยในที่ทำงาน การไม่เลือกปฏิบัติทางด้านเชื้อชาติ และอื่นๆ ซึ่งรู้สึกดีที่ได้ฟังความเห็นคนทำงาน หลังจากนั้นก็มีวงเสวนา และการอ่านแถลงการณ์ที่พวกเราให้คำมั่นว่าจะเจรจาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องแรงงานต่อไป

ฉัตรชัย พุ่มพวง

จุดยืนสหภาพคนทำงานมอง พ.ร.บ.แรงงานอิสระ ไม่ควรถูกใช้

ฉัตรชัย กล่าวแสดงความกังวลต่อ พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. … ที่ตอนนี้กำลังรอเข้าที่ประชุม ครม. โดยเฉพาะเรื่องแรงงานแพลตฟอร์ม เนื่องจาก พ.ร.บ.ไม่ได้รับรองอำนาจต่อรองของแรงงานตามกฎหมาย หรือก็คือไม่ได้ให้นายจ้าง หรือบริษัท มาเจรจากับเขา เพื่อหาข้อตกลงร่วม ค่ารอบเลยลดลงไปเรื่อยๆ

“ถ้ามันผ่านมันเกิดอะไรขึ้น มันก็จะรับรองว่าคุณทำแบบนั้นไม่ได้ คุณจะไม่ได้มีอำนาจต่อรองอีกต่อแล้วอย่างเป็นทางการ คุณเป็นแรงงาน คนทำงานไม่ต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ต้องมีสวัสดิการ ไม่มีอำนาจต่อรองอย่างเป็นทางการ

“ผมคิดว่าทุกลักษณะการจ้าง ทุกคนเป็นคน และมีความต้องการพื้นฐาน หรือมีความฝันไม่ต่างกัน แต่พอไม่มีการคุ้มครอง ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีการรับรองสิทธิ์ อำนาจต่อรองให้เท่าเทียม มันทำให้เรามีความสุขได้ยาก” ฉัตรชัย กล่าว

สมาชิกสหภาพคนทำงาน ระบุว่า ในมุมมองที่คุยกันมา และการเรียนรู้ของเราเอง คิดว่า พ.ร.บ.แรงงานอิสระควรถูกคว่ำ ไม่ควรถูกผ่าน ไม่ควรถูกใช้งาน และก็มันต้องทบทวนว่าคนที่มีจำนวนมหาศาลและเป็นคนสำคัญของประเทศนี้คือคนทำงานทุกคนไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ควรมีมาตรฐานชีวิตเดียวกัน และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ซึ่งอาจจะทำให้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ครอบคลุมมากขึ้น และมีแต่ละหมวดลงรายละเอียดว่าแต่ละการจ้างงานควรได้รับการคุ้มครองอย่างไร

“คุณทำกลไกอะไรก็ได้ ให้ผลลัพธ์ออกมา แล้วมีชีวิตที่ดีเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร” สมาชิกสหภาพคนทำงาน ระบุ

ท้ายสุด ‘แชมป์’ ทิ้งท้ายว่า เขาไม่อยากจะฝากอะไรถึงรัฐบาล แต่อยากฝากถึงคนทำงานด้วยกันมากกว่า เพราะว่าสิทธิสวัสดิการที่มันเกิดขึ้นในทุกวันนี้ มักเกิดจากแรงงาน และสามัญชนทั้งนั้น

“ไม่เคยคาดหวังกับรัฐ ไม่เคยคาดหวังกับทุน ไม่เคยคาดหวังกับผู้มีอำนาจ มีความหวังกับพวกเรามากกว่า คนทำงาน คนธรรมดา เพราะว่าความเปลี่ยนแปลง อย่างการเกิดประกันสังคมเกิดจากประชาชน ขบวนแรงงาน นักสหภาพ ใครก็ไม่รู้เมื่อ 30 ปีก่อนสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา ‘แชมป์’ ได้ประกันว่างงาน ได้ประกันสังคม นี่คือผลประโยชน์ที่มันส่งต่อกัน การต่อสู้ที่มันส่งต่อกัน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เริ่มจาก 5 หมื่นรายชื่อ มันมาจากคนทำงาน คนธรรมดาทั้งนั้น ก็เลยรู้สึกว่าเราต้องคุยกัน แต่มันก็ยากลำบาก เพราะว่าทุกคนก็ทำงานหนัก มันยากที่เราจะมาคุยแบ่งงาน ประสบการณ์กัน และมีเป้าร่วมกันมันยาก” แชมป์ ทิ้งท้าย 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง