1.
ออกจากชายฝั่งมานานแล้ว
เดินทางฝ่าเกลียวคลื่นมาหลายระลอก
ยื้อยุดกับพายุลูกแล้วลูกเล่า
แดดร้อนแดดเผาลำเรือของเราไหม้เกรียม
ไปสู่ความฝันมาตั้งมากมาย
เส้นขอบฟ้าที่หวังเราค้นหา
ท้องทะเลอันกว้างไกลเรามุ่งหน้า
ท้าทายความกลัวเย้ยหยันต่อเงามืด
เกาะแก่งน้อยใหญ่เคยผจญกันมา
ท่านกัปตัน! พวกเราโตแล้ว
หากความชราของท่านรุมเร้า
ขอจงอย่าเป็นกังวล
หากวันนี้ท่านจะปลดระวางตัวเอง
2.
ตอนนี้เรือมีรูรั่วหลายจุด
หากท่านไม่ปล่อยให้คนอื่นทำหน้าที่
ไม่ต้องอายหรอกกัปตัน
เราจะสานต่อเจตนารมณ์ด้วยวิถีของเรา
เป็นวิธีใหม่ๆ ที่ท่านอาจไม่เคยลองใช้มาก่อน
หากเส้นขอบฟ้าของท่านสิ้นสุดเพียงเท่านี้
มันจมดิ่งลงไป
ท่านจะกอดมัน
เป็นเจ้าของมัน
นิรันดร์กระนั้นหรือ
แล้วลูกเรืออีกหลายชีวิตเล่า
มันยุติธรรมแล้วหรือ
หากพวกเราจมไปกับเรือที่ท่านควบคุม
ท่านกัปตัน! เราโตพอ
พอที่จะเข้าใจว่าเรามีพละกำลัง
มีความคิดสร้างสรรค์
มีอนาคตที่สดใส
หาใช่เหล่าฝูงเพรียง
ที่ยึดเอาเรือลำนี้เป็นที่พักพิงอิงอาศัย
ตื่นเถอะกัปตัน!
นี่ไม่ใช่เรือของท่านเพียงคนเดียว
เรือลำนี้เป็นของเราทุกคน
ทุกคนเท่าเทียมกัน
หากวันนี้ท่านหมดเรี่ยวแรง
จินตนาการคับแคบ
จงวางมือคู่นั้นเสียเถิดท่านกัปตัน
3.
โน่นไง,เห็นไหมเล่า
เรือกำลังจะจมอย่างช้าๆ
จมไปกับความเห็นแก่ตัวของท่าน
หากเป็นเช่นนั้น
หากเป็นเช่นนั้นนะกัปตัน
เรามิอาจเรียกท่านว่ากัปตันอีกต่อไป
กลับกันความคิดละโมบของท่านต่างหากที่เป็นฝูงเพรียง
เกาะอิงอาศัยถ่วงน้ำหนักบนเรือลำนี้
4.
พอเถอะท่านกัปตัน! ท่านเดินมาสุดทางแล้ว
ตอนนี้เรือกำลังอับปางสู่ก้นมหาสมุทร
โปรดปล่อยมือจากพังงาที่ชำรุดและวางความคิดยึดติด
พวกเราจะเดินทางสู่มหาชเลอันไพศาลกันต่อ
สู่เวิ้งฟ้าและรุ้งงามตามภาพฝัน
ของกัปตันเรือและผู้โดยสารรุ่นใหม่.
