สืบเนื่องจากกรณีคลิปเสียงนายกฯ คุยสมเด็จฮุนเซนหลุด วันนี้ (20 มิ.ย.) มีความเคลื่อนไหวสำคัญของประธานวุฒิสภา ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.- ศาลรธน. ให้ถอดถอนนายกฯ พ้นตำแหน่ง ปมผิดจริยธรรมร้ายแรง
ขณะที่รองเลขาฯ นายกฯ เดินทางเข้าแจ้งความ ตร.ไซเบอร์ ‘ฮุนเซน’ ข้อหาภัยความมั่นคง ส่วนทางฝั่งฮุนเซนโพสต์ภาพ 'นายกอิ๊ง' เยือนบ้านรอบล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ชมห้อง ‘ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ’ ในบ้านก่อนเดินทางกลับ โดยมีการระบุในโพสต์ด้วยว่าเสียดายที่ความสัมพันธ์ของ 2 ครอบครัวต้องถูกทำลายเพราะฝีมือการปล่อยคลิปของเจ้าหน้าที่กัมพูชารายหนึ่ง
ปธ.วุฒิสภา ยื่น ป.ป.ช.- ศาลรธน. ถอดนายกฯ ปมผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงหลุด
20 มิ.ย. 2568 มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ยื่นเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาถอดถอน แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สำหรับสาระสำคัญของหนังสือที่ประธานวุฒิสภายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ คือการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของแพทองธารสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)
ส่วนหนังสือที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น มีใจความว่า ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่าแพทองธารมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
การยื่นหนังสือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) คณะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภาและประธานคณะกรรมาธิการการทหาร รวบรวมรายชื่อ สว. มายื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา และมีการแุถลงข่าวเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก

หนังสือคำร้องที่ประธานวุฒิสภายื่นต่อ ป.ป.ช. ถอดนายกฯ ปมผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงคุยฮุนเซนหลุด
ทั้งนี้ สำนักข่าวอิศรา รายงานรูปภาพของคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้ด้วย
รองเลขาฯ นายกแจ้งความ ตร.ไซเบอร์ ‘ฮุนเซน’ ข้อหาภัยความมั่นคง กรณีคลิปเสียงหลุด
สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง แจ้งความดำเนินคดีกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุนเซน
สมคิดเปิดเผยว่า สำหรับการที่คลิปเสียงเผยแพร่ออกไปนั้น ส่วนตัวมองว่าสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ประโยชน์ และทำเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ตัวเองจึงใช้กฎหมายไทยในการดำเนินคดี
ทางด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้กล่าวหาไปเบื้องต้น ยืนยันว่าในข้อกฎหมายสามารถเอาผิดได้ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเกิดขึ้นในหรือนอกราชอาณาจักร รวมทั้งเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ตาม หากมีการทำลายความมั่นคงส่งผลกระทบในราชอาณาจักร ก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้
ฮุนเซนโพสต์ภาพนายกอิ๊งเยือนบ้านเมื่อเดือนเมษา ชมห้อง ‘ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ’ ก่อนกลับ
เฟซบุ๊กเพจ Samdech Hun Sen of Cambodia โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า เป็นภาพที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรสเดินทางไปเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุด เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
โพสต์ดังกล่าวยังระบุข้อความตอนหนึ่งว่า “ทั้งข้าพเจ้าและรัฐบาลกัมพูชาต่างก็เคยให้การช่วยเหลืออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นบิดาและอาของนายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน”
“นอกจากที่นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2025 ที่ผ่านมา เรายังมีการพบปะกันแบบครอบครัว โดยนายกรัฐมนตรีไทยและสามีได้มารับประทานอาหารที่บ้านพักของข้าพเจ้า”
“ก่อนเดินทางกลับ นายกฯ ขอดูห้องพักที่พ่อและอาของเธอเคยพัก ที่บ้านของข้าพเจ้าได้เตรียมห้องไว้สองห้องให้พวกเขา ห้องหนึ่งมีชื่อว่า “ห้องทักษิณ” อีกห้องชื่อ “ห้องยิ่งลักษณ์” และสามีของนายกรัฐมนตรีไทยได้ถ่ายภาพและวิดีโอไว้ทั้งสองห้อง”
ฮุนเซนบอกตนไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปเสียง
ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวของสมเด็จฮุนเซน ยังกล่าวถึงกรณีคลิปเสียงหลุดว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้ปล่อยคลิปดังกล่าว หากแต่เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่กัมพูชารายหนึ่ง
“ความผูกพันทางใจที่มีมากว่า 30 ปีระหว่างทั้งสองครอบครัวได้ถูกทำลายลงด้วยการเผยแพร่บทสนทนาทางโทรศัพท์โดยเจ้าหน้าที่กัมพูชารายหนึ่ง ที่ไม่พอใจต่อคำดูหมิ่นที่พาดพิงถึงตัวข้าพเจ้าและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ‘ไม่มีความเป็นมืออาชีพ’”
