Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สื่อ Al Jazeera รายงานว่าปาเลสไตน์เผยนักเรียนเกือบ 18,000 คน เสียชีวิตในกาซาและเขตเวสต์แบงก์นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น - ด้าน สถานทูตอิสราเอล เผยแพร่รายงาน "ฮามาสใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธสงครามเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 66 และต่อเนื่องหลังจากนั้น"

8 กรกฎาคม 2568 Al Jazeera รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการปาเลสไตน์ระบุว่า มีนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงครู เสียชีวิตอย่างน้อย 18,243 คน และบาดเจ็บ 31,643 คน ในกาซาและเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง นับตั้งแต่ที่อิสราเอลเริ่มทำสงครามในเดือนตุลาคม 2566

ตามรายงานของกระทรวงฯ มีนักเรียนกว่า 17,175 คนเสียชีวิต และ 26,264 คนบาดเจ็บในกาซา ขณะที่มีนักเรียน 140 คนเสียชีวิต และ 927 คนบาดเจ็บในเขตเวสต์แบงก์

ในส่วนของครูและเจ้าหน้าที่ธุรการ มีผู้เสียชีวิต 928 คน และบาดเจ็บ 4,452 คนทั่วทั้งกาซาและเขตเวสต์แบงก์

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีนักเรียน 768 คนถูกจับกุมในเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงครูและเจ้าหน้าที่ธุรการ 199 คน

โรงเรียนของรัฐในกาซาอย่างน้อย 252 แห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึง 118 แห่งที่ถูกทำลาย

ในเขตเวสต์แบงก์ โรงเรียน 152 แห่ง มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย 8 แห่งถูกบุกรุกและเสียหาย โดยรั้วของโรงเรียนหลายแห่งในเมืองเจนิน, ตูลคาเรม, ซัลฟิต และตูบาส ก็ถูกทำลายเช่นกัน

สถานทูตอิสราเอล เผยแพร่รายงาน "ฮามาสใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธสงครามเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 66 และต่อเนื่องหลังจากนั้น"

วันเดียวกันนี้ (8 ก.ค.) สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยรายงาน "ฮามาสใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธสงครามเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 และต่อเนื่องหลังจากนั้น” ระบุว่า กลุ่มก่อการร้ายฮามาสได้ใช้ความรุนแรงทางเพศอย่างเป็นระบบเพื่อเป็นอาวุธสงครามในระหว่างการเข้าโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ความโหดร้ายเหล่านี้ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ โดยมีรากฐานมาจากอุดมการณ์ของฮามาส ที่เกลียดชังชาวยิวและมุ่งสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์และสร้างความหวาดกลัวให้กับพลเรือนอิสราเอล

รายงานการดังกล่าวเปิดเผยว่า ได้พบรูปแบบของการใช้ความรุนแรงทางเพศอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำๆ อย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยในสถานที่ 6 แห่ง ได้แก่ ในเทศกาลดนตรีโนวา ตามเส้นทาง 232 ฐานทัพนาฮาล ออซ คิบบุตซ์เรอิม คิบบุตซ์เนียร์ อ๊อซ และคิบบุตซ์คฟาร์ อะซา ซึ่งในแต่ละแห่ง พบเหยื่อในสภาพเปลือยบางส่วนหรือเปลือยทั้งหมด ข้อมือถูกมัด ถูกข่มขืนหมู่ ถูกทำลายอวัยวะเพศ ถูกสังหาร และถูกทำให้ได้รับความอับอายในที่สาธารณะ รูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงปฏิบัติการที่เป็นระบบ ไม่ใช่อาชญากรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะกรณีหรือเกิดขี้นโดยบังเอิญ

เป็นเรื่องน่าสลดใจอย่างยิ่งที่เหยื่อส่วนใหญ่ถูกสังหารในระหว่างหรือทันทีหลังจากถูกล่วงละเมิด ทำให้เกิดอุปสรรคทั้งทางกฎหมายและด้านพยานหลักฐาน เนื่องจากเหยื่อไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ รายงานจึงเน้นถึงความจำเป็นในการปรับกลไกให้สอดคล้องกับอาชญากรรม โดยเฉพาะความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในการสั่งหารหมู่ เพื่อการตอบสนองและความรับผิดชอบของนานาชาติ

นอกจากนั้น รายงานนี้ยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการกระทำเหล่านี้ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการล้างเผ่าพันธุ์ และการใช้ยุทธวิธีที่ก่อให้เกิดความหวาด กลัว อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
    
เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย นางออร์นา ซากีฟ กล่าวว่า “เราขอเรียกร้องให้เลขาธิการสหประชาชาติขึ้นบัญชีฮามาสไว้ในบัญชีดำขององค์การสหประชาชาติในทันที ในฐานะองค์กรที่ใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธสงคราม ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติข้อที่ 1820 และ 1960 ซึ่งจำเป็นต้องกระทำอย่างเร่งด่วน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และรับทราบถึงความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสที่เหยื่อต้องเผชิญ”

ลิงก์รายงานฉบับเต็ม https://bit.ly/40CAi9S
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง