Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สื่ออิสระในสหรัฐฯ มีบทความแสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรสหประชาชาติ โดยพุ่งเป้าไปที่ ฟรานเชสกา อัลบาเนเซ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์ ที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีทหารอิสราเอลปฏิบัติการแบบละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องเอาผิดบรรษัทเอกชนที่มีส่วนร่วม สื่ออิสระระบุว่าอัลบาเนเซทำถูกแล้วที่ประณามบรรษัทและอิสราเอลที่มีส่วนร่วมในการ "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ชาวปาเลสไตน์


ฟรานเซสกา อัลบาเนเซ (Francesca Albanese) ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์ | ที่มาภาพ: Wikimedia

แรมซี บารูด นักข่าวและบรรณาธิการสื่อปาเลสไตน์ครอนิเคิล เขียนบทความแสดงความคิดเห็นลงในสื่ออิสระสหรัฐฯ คอมมอนดรีมส์ เกี่ยวกับกรณีที่ทางการสหรัฐฯ คว่ำบาตรสหประชาชาติ หลังจากที่ผู้แทนยูเอ็นวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกาซา

ผู้ที่ถูกตั้งเป้าหมายคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ในที่นี้คือ ฟรานเซสกา อัลบาเนเซ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปาเลสไตน์ เธอได้นำเสนอรายงาน ที่มีชื่อว่า "จากเศรษฐกิจแห่งการยึดครอง สู่เศรษฐกิจแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" มีการระบุถึงชื่อบุคคลและบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหล่อเลี้ยงให้อิสราเอลยังคงทำสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ต่อไปได้ นอกจากนี้ในรายงานยังมีการกล่าววิจารณ์กลุ่มที่ยังคงนิ่งเงียบต่อความเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

โฆษณา - Advertising

บารูด ระบุว่าสิ่งที่อัลบาเนเซทำนั้นเป็นการย้ำจุดยืนของตัวเองในการพูดความจริงแม้แต่อยู่ต่อหน้าอำนาจ และบารูดก็มองว่า "อำนาจ" ที่ว่านี้ไม่ใช่อำนาจแค่จากอิสราเอลหรือสหรัฐฯ แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง "อำนาจ" ของประชาคมโลกที่ไม่สามารถช่วยหยุดยังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กำลังเกิดขึ้นในกาซาอีกด้วย

บารูดมองว่ารายงานของอัลบาเนเซ ไม่ใช่แค่งานวิชาการ ไม่ใช่แค่ถ้อยแถลงด้านศีลธรรม ในโลกที่สำนึกของทุกคนกำลังถูกทดสอบโดยสิ่งที่เกิดขึ้นในกาซา รายงานนี้มีความสำคัญมากกว่านั้นในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญมากคือการปูทางไปสู่การเอาผิดผู้ก่อเหตุในกาซา ซึ่งเป็นมากกว่าแค่วาทะสวยหรูทางการทูตหรือทางกฎหมาย แต่ยังเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องเอาผิดต่อผู้ก่ออาชญากรรมสงครามและกระชากหน้ากากความล้มเหลวอย่างระเนระนาดของกลไกนานาชาติที่มีอยู่ที่แก้ไขปัญหากาซาไม่ได้

รายงานฉบับล่าสุดของอัลบาเนเซ พูดถึงอะไร?

เมื่อเดือน มิถุนายน 2568 อัลบาเนเซ ได้เผยแพร่รายงานดังกล่าวนี้โดยมีการระบุชื่อบริษัท 60 แห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการหล่อเลี้ยงให้อิสราเอลยังคงมุ่งหน้าทำสงครามกับกาซาและดำเนิน "โครงการตั้งรกรากแบบเจ้าอาณานิคม" ของตัวเองต่อไปได้

อัลบาเนเซได้แถลงเกี่ยวกับรายงานของตัวเองที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนที่เจนีวา เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ระงับการค้าขายและทำธุรกรรมการเงินกับอิสราเอล รวมถึงมีการคว่ำบาตรการค้าอาวุธให้อิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบ ขอให้นานาชาติเลิกสนับสนุนสิ่งที่เธอเรียกว่าเป็น "เศรษฐกิจแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

โฆษณา - Advertising

"สถานการณ์ในพื้นที่ยึดครองปาเลสไตน์นั้นนับเป็นหายนะใหญ่หลวง ... อิสราเอลเป็นผู้รับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่" อัลบาเนเซกล่าว

สหประชาชาติระบุว่า นับตั้งแต่ที่เกิดสงครามรอบล่าสุดผ่านมาได้ 22 เดือน กองทัพอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วเกือบ 57,000 ราย มีผู้พลัดถิ่นหลายแสนราย รวมถึงผู้พลัดถิ่นซ้ำซ้อนจากการสู้รบ บ้านเมืองถูกทำลายราบ มีการโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างโรงพยาบาลและโรงเรียน ในตอนนี้กองทัพอิสราเอลยึดครองพื้นที่ที่พวกเขาทำการปิดล้อมและทิ้งระเบิดใส่ไปแล้วร้อยละ 85

สำหรับเรื่อง "เศรษฐกิจแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" นั้น อัลบาเนเซ เปิดเผยว่ามีกลุ่มบรรษัทจำนวนมากที่ทำกำไรจากการที่อิสราเอล "ยึดครองพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย, การแบ่งแยกสีผิว และในตอนนี้ก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" โดยมีการยกตัวอย่างตลาดหุ้นเทลอะวีฟ ที่มีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจอิสราเอล ในช่วง 21 เดือนที่เกิดสงครามกาซาตลาดหุ้นเทลอะวีฟมีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 200 ทำกำไรสูงมากกว่า 220,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่สร้างความทุกข์ยากให้ชาวปาเลสไตน์

รายงานของยูเอ็นระบุอีกว่าอุตสาหกรรมการทหารยังคอยอุ้มชูเศรษฐกิจของอิสราเอลด้วย การที่อิสราเอลทำการยึดครองพื้นที่เป็นเวลานาน และการที่อิสราเอลมีปฏิบัติการทางทหารซ้ำๆ นั้น เป็นการทำให้พวกเขามีพื้นที่ทดลองเทคโนโลยีด้านอาวุธที่ล้ำยุค เช่น เครื่องมือป้องกันทางอากาศ, โดรน, เครื่องมือเล็งเป้าหมายโดยอาศัยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ และโครงการเครื่องบินรบ F-35

โฆษณา - Advertising

อัลบาเนเซบอกว่า บริษัทค้าอาวุธที่ทำกำไรเหล่านี้ ได้ให้เทคโนโลยีล้ำยุคแก่อิสราเอลในการทิ้งระเบิดมากกว่า 85,000 ตัน เพื่อทำลายกาซา ซึ่งมากกว่า 6 เท่า เทียบกับระเบิดที่เคยทำลายฮิโรชิมาในสงครามโลกครั้งที่ 2

มีการพูดถึงชิ้นส่วนอาวุธที่มาจากบริษัทต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก รวมถึงบรรษัทล็อกฮีท มาร์ติน ที่มีฐานปฏิบัติการในสหรัฐฯ ผู้เป็นเจ้าของโครงการ F-35 นอกจากนี้บรรษัทไอทีต่างๆ ทั้ง ไมโครซอฟต์, อัลฟาเบท (บริษัทแม่ของกูเกิล), แอมะซอน และ ไอบีเอ็ม ต่างก็มีส่วนในเทคโนโลยีการสอดแนม และฐานข้อมูลชีวมิติของชาวปาเลสไตน์

อัลบาเนเซได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเอาผิดกับภาคส่วนเอกชนที่มีความเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนชองอิสราเอล เนื่องจากเป็นการมีส่วนร่วมในการละเมิดกฎหมายนานาชาติ

แต่รายงานของเธอก็ทำให้เกิดการโต้ตอบจากรัฐบาลทรัมป์ของสหรัฐฯ ด้วยการคว่ำบาตร

โฆษณา - Advertising

สหรัฐฯ คว่ำบาตรคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าสหรัฐฯ มีการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เนื่องจากอัลบาเนเซได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องกองทัพอิสราเอลโจมตีกาซา โดยที่รูบิโออ่างว่าสิ่งที่อัลบาเนเซกระทำ นับเป็น "แผนการก่อสงครามทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล"

รูบิโอกล่าวอีกว่า การที่อัลบาเนเซเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีเอาผิดต่อผู้ที่มีส่วนร่วมก่อความโหดร้ายในกาซา ไม่ว่าจะในศาลอาญาระหว่างประเทศหรือในที่อื่นๆ นั้น นับเป็นเรื่องที่ "ไร้ความชอบธรรมและน่าละอาย"

"สหรัฐอเมริกาจะยังคงทำทุกวิถีทางที่เราเห็นว่าจำเป็นในการตอบโต้กระบวนการทางกฎหมายและคุ้มครองอธิปไตยของพวกเขารวมถึงอธิปไตยของพันธมิตรของพวกเขาด้วย" รูบิโอกล่าว

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะทำงานเพื่อการต่อต้านการเหยียดชาวยิว ในสังกัดของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้สหประชาชาติถอดถอนอัลบาเนเซออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่าอัลบาเนเซ "กระทำการอุกอาจในแบบเลือกปฏิบัติและปิดกั้นความคิดเห็น"

โฆษณา - Advertising

อีกทั้งรัฐบาลอิสราเอล ก็เคยแบนอัลบาเนเซ จากการเข้าประเทศในปี 2567 หลังจากที่อัลบาเนเซ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่อิสราเอลและพันธมิตรมักจะอ้างเรื่อง "การเหยียดชาวยิว" มาเพื่อปิดปากคนที่ต่อต้านความรุนแรงจากกองทัพอิสราเอล โดยที่อัลบาเนเซบอกว่า เหยื่อของการโจมตีวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นการโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสนั้น ถูกสังหารไม่ใช่เพราะความเป็นชาวยิวของพวกเขา "แต่เพื่อโต้ตอบการถูกกดขี่จากอิสราเอล"

องค์กรสิทธิมนุษยชนวิพากษ์การคว่ำบาตรสหรัฐฯ

แนนซี โอคาอิล ประธานองค์กรคลังสมองศูนย์เพื่อนโยบายต่างประเทศ CIP ประณามการคว่ำบาตรต่ออัลบาเนเซว่าเป็น "เรื่องน่าเสียใจอย่างมาก" โดยที่โอคาอิลมองว่า "การคว่ำบาตรต่อผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐอเมริกากำลังทำตัวแบบเดียวกับเผด็จการ"

แอ็กเนส คัลลามาร์ด เลขาธิการใหญ่ขององค์กรแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า เธอรู้สึก "ผิดหวัง" กับวิธีการของสหรัฐฯ

คัลลามาร์ด กล่าวว่า "พวกเราขอย้ำเตือนว่าผู้รายงานพิเศษเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระ พวกเขาไม่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อเอาใจรัฐบาลใดๆ หรือเพื่อให้ตัวเองเป็นที่นิยม แต่เพื่อทำตามอาณัติของพวกเขา"

"อัลบาเนเซได้ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อบันทึกและรายงานเรื่องเกี่ยวกับการที่อิสราเอลทำการยึดครองอย่างผิดกฎหมาย ทำการแบ่งแยกสีผิว และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยพิจารณาตามหลักพื้นฐานของกฎหมายนานาชาติ " คัลลามาร์ดกล่าว อีกทั้งยังเรียกร้องให้ทั้วโลกช่วยกันสกัดกั้นการคว่ำบาตรต่ออัลบาเนเซและช่วยคุ้มครองงานที่เธอทำ

โฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออัลบาเนเซโดยทันที และขอให้เลิก "โจมตีและคุกคาม" ผู้คนที่ได้รับแต่งตั้งจากยูเอ็น

บารูด กล่าวถึงกรณีอัลบาเนเซว่า มีบริบทสองอย่างที่ทำให้รายงานของเธอมีความสำคัญ อย่างแรกคือเรื่องที่ยูเอ็นเคยเผยแพร่ฐานข้อมูลบริษัท 112 แห่งทีมีความเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลืออิสราเอลยึดครองพื้นที่ปาเลสไตน์มาก่อน ซึ่งนับเป็นการให้เครื่องมือแก่ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนช่วยเหลือเรื่องสันติภาพในดินแดนปาเลสไตน์ได้ แต่ขณะเดียวกับ บริบทที่สองคือ การที่ยูเอ็นยังล้มเหลวในการทำให้เกิดสันติภาพและแม้กระทั่งไม่สามารถนำความช่วยเหลือเข้าไปในปาเลสไตน์ได้

เรื่องนี้ถึงทำให้รายงานของอัลบาเนเซมีความพิเศษในสายตาของนักข่าวประเด็นปาเลสไตน์อย่างบารูด นั่นคือการที่รายงานของเธอไปไกลกว่าเดิมด้วยการขอให้มวลมนุษยชาติแสดงจุดยืนทางศีลธรรมในการท้าทายต่อกลุ่มคนทุกกลุ่มรวมถึงบริษัทเอกชน ที่มีส่วนในการทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา รวมถึงข้อให้มีการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดบริษัทเหล่านี้


เรียบเรียงจาก
Francesca Albanese Names and Shames Israel's Corporate Genocide Partners, Common Dreams, 13-07-2025
UN expert calls on world to end trade with Israel’s ‘economy of genocide’, Aljazeera, 3-07-2025
Rubio sanctions UN human rights official who called for criminal action against Israel, Politico, 09-07-2025
US sanctions UN expert Francesca Albanese over Israel criticism, Aljazeera, 09-07-2025
A/HRC/59/23: From economy of occupation to economy of genocide - Report of the Special Rapporteur on the situation of human rights in the Palestinian territories occupied since 1967 (Advance edited version), Francesca Albanese, OHCHR, 16-06-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising