จากการสืบสวนของสื่ออัลจาซีราและการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ เผยให้เห็นว่าอิสราเอลได้ทำการขยายพื้นที่ควบคุมทางทหารในฉนวนกาซา เขตแดนของเลบานอน และซีเรีย รวมประมาณ 1,000 ตร.กม. ทำให้กลายเป็นเขตกันชนแบบไม่ได้มีการประกาศให้รับรู้ ล้ำเข้าไปไกลกว่าเขตแดนที่เคยประกาศไว้
สำนักข่าวอัลจาซีราสืบสวนหาข้อมูลปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลนับตั้งแต่เกิดสงครามกาซาในเดือน ตุลาคม 2023 มาจนถึงตอนนี้ พบว่ากองทัพอิสราเอลได้ขยายพื้นที่ควบคุมทางทหารเข้าไปในฉนวนกาซา, ตอนใต้ของเลบานอน และที่ราบสูงโกลันทางตอนใต้ของซีเรีย กินพื้นที่รวมแล้วประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านครนิวยอร์กทั้งเมืองหรือเพิ่มจากเขตแดนตัวเองมา 5% จากก่อนเกิดสงครามระลอกล่าสุด
นักวิเคราะห์ด้านการเมืองและการทหาร กล่าวว่าการขยายเขตแดนอย่างใหญ่หลวงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "กลลวงทางยุทธศาสตร์" และ "วิศวกรรมทางภูมิศาสตร์" ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการปกปิดเรื่องที่อิสราเอลไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางสงครามตามที่เคยอ้างไว้ เป็นการเอาอกเอาใจข้อเรียกร้องทางอุดมการณ์ของฝ่ายขวา และ สร้างภาพให้เกิดความจริงใหม่ขึ้นมาไปพร้อมๆ กับการหลีกเลี่ยงการรับผิดรับชอบในระดับนานาชาติ
อัลจาซีราทำการสืบสวนเรื่องนี้โดยอาศัยการวิเคราะห์แผนที่อิสราเอลที่นำเสนอออกมาหลายชุดหลังมีข้อตกลงหยุดยิง โดยพิจารณาภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) รวมถึงสถิติจาก โครงการข้อมูลสถานที่สู้รบและเหตุการณ์ (ACLED) ซึ่งเป็นข้อมูลโอเพ่นซอร์สที่เปิดเป็นสาธารณะ
จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า เขตแดนอิทธิพลที่กองทัพอิสราเอลประกาศในกาซาและเลบานอนนั้นไม่เท่ากับที่พวกเขาเข้าไปยึดครองจริงในเชิงปฏิบัติ เช่นการขีด "เส้นเหลือง" ในกาซาที่อิสราเอลประกาศไว้คือ 200 ตร.กม. แต่แนวเส้นของปฏิบัติการขยายเข้าไปลึกมากกว่านั้น นอกจากนี้ยังมีการทำลายย่านที่อยู่อาศัยของผู้คนนอกเขตปฏิบัติการทางทหารที่ประกาศไว้ และอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทหารทำลายสิ่งก่อสร้างนอกเขตที่ประกาศเช่นนี้ในเลบานอนด้วย
อิฮับ จาบารีน ผู้เชี่ยวชาญกิจการอิสราเอล กล่าวว่าสิ่งที่อิสราเอลทำเป็น "ความโกลาหลที่คำนวนเอาไว้แล้ว" และเป็น "กลลวงทางยุทธศาสตร์" โดยที่พวกเขาพูดอย่างหนึ่งกับสหรัฐฯ และสื่อ แต่กลับทำอีกอย่างหนึ่งเพื่อเป็นข้ออ้างในการได้ทรัพยากรมาปฏิบัติการต่อ กลายเป็นการ "แบ่งบทบาท" ออกเป็นสองด้าน คือในด้านการทูตพวกเขาทำเหมือนว่าได้ปฏิบัติตามข้อตกลง แต่ในทางการทหารพวกเขาก็รุกคืบขยายพื้นที่ต่อไป
นักวิเคราะห์มองเป็นการกลบเกลื่อนเป้าหมายหลักที่ทำไม่สำเร็จ
มีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการรุกคืบขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็วของอิสราเอลนั้นเป็นการทำไปเพื่อกลบเกลื่อนเป้าหมายของพวกเขาที่ทำไม่สำเร็จ
โมฮันหนัด มุสตาฟา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิสราเอลกล่าวว่า สาเหตุที่อิสราเอลได้ขยายการควบคุมพื้นที่เขตกันชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้น เพื่อเป็นการอ้างความสำเร็จใหม่แทนการบรรลุเป้าหมายเดิม เพราะพวกเขาไม่สามารถทำเป้าหมายเดิมที่อ้างว่าจะกำจัดศัตรูอย่างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซากได้สำเร็จ
มามูน อาบู อาเมอร์ นักวิจัยการเมืองอธิบายว่า สิ่งที่อิสราเอลทำมี 4 มิติเชื่อมโยงกันคือ มิติด้านความมั่นคง, การเมือง, อุดมการณ์ และ จิตวิทยา สำหรับในแง่จิตวิทยานั้น มันเป็นการที่อิสราเอลแสดงให้เห็นความเข้มแข็งของตัวเองหลังจากถูกโจมตีจากฮามาสในปี 2023 เป็นการแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเขายังคง "ทรงพลังและสามารถใช้อำนาจนำได้" นอกจากนี้ยังเป็นการที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลนำการขยายอิทธิทางทหารไป "สร้างภาพว่าเป็นชัยชนะ" เพื่อใช้หาเสียงได้ กลบเกลื่อนเรื่องที่พวกเขายังไม่สามารถชนะกลุ่มติดอาวุธได้จริง
สำหรับกรณีซีเรียนั้น อิสราเอล ใช้วิธีการเข้าไปขยายอิทธิพลอย่างเงียบๆ และไม่ได้ประกาศชัดเจนอย่างเป็นทางการแบบกรณี "เส้นเหลือง" ของกาซากับเลบานอน โดยทีอิสราเอลใช้วิธีการตั้งเครือข่ายฐานที่มั่นทางทหารล้ำพื้นที่แนวแบ่งเขตตามความตกลงว่าด้วยการถอนกำลังสงครามยมคิปปูร์ปี 1974 ซึ่งจาบารีน มองว่าอิสราเอลทำเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กลายเป็นการล่วงล้ำกฎหมายนานาชาติ
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ก็เตือนว่า การพยายามรักษาเขตกันชนทางความมั่นคงเอาไว้เช่นนี้อาจจะไม่ยั่งยืนสำหรับอิสราเอล เคยมีความพยายามแบบเดียวกันในอดีตแต่สุดท้ายแล้วอิสราเอลก็ต้องเป็นฝ่ายล่าถอยไปเนื่องจากกำลังพลไม่พอและเศรษฐกิจก็ไม่เอื้ออำนวย
เรียบเรียงจาก
Israel expands military control in Gaza, Lebanon and Syria by 1,000sq km, Aljazeera, 14-06-2026
