ตุรกี โคลอมเบีย และมาเลเซีย รุมประณามการกระทำของอิสราเอล สกัดกองเรือช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรม ‘Global Sumud Flotilla’ ในน่านน้ำสากล ระหว่างกำลังเดินทางไปช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ที่ถูกปิดล้อมใน ‘กาซา’
2 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 ต.ค.) มาเลเซีย โคลอมเบีย และตุรกี ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอล หลังวานนี้ (1 ต.ค.) อิสราเอลสกัดกั้นของกองเรือมนุษยธรรม "โกลบอล ซูมุด ฟอร์ทิลลา" (Global Sumud Flotilla) ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังฉนวนกาซา พร้อมกับพลเรือนและเสบียงช่วยชีวิต
วานนี้ (1 ต.ค.) ขบวนเรือมนุษยธรรมจาก “โกลบอล ซูมุด ฟอร์ทิลลา” มีจำนวนเรือ 44 ลำ และมีอาสาสมัครจากนานาชาติราว 500 รายร่วมขบวน เพื่อไปช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ซึ่งกำลังถูกอิสราเอลปิดล้อม แต่ระหว่างเดินทางพวกเขาถูกอิสราเอลเข้าสกัดกั้น โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากชายฝั่งกาซา 70 ไมล์ทะเล (130 กม.) นักกิจกรรมได้เตือนว่ากองทัพอิสราเอลได้ตัดการเชื่อมต่อของพวกเขาโดยการปิดการใช้งานอุปกรณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกล้อง การถ่ายทอดสด และระบบสื่อสาร
มีรายงานยืนยันว่ากองกำลังอิสราเอลได้สกัดกั้นเรือไปแล้ว 13 ลำ ขณะที่อีก 30 ลำยังมุ่งหน้าต่อ นอกจากนี้ อิสราเอลได้จับกุมผู้คนมากกว่า 200 คนจาก 37 ประเทศ ขณะที่ The Standard รายงานยืนยันว่า เกรตา ธันเบิร์ก นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ ชาวสวีเดน ถูกจับกุมด้วย
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า เรือหลายลำของกองเรือ ‘ถูกหยุดอย่างปลอดภัย’ และกำลังถูกถ่ายโอนผู้โดยสารไปยังท่าเรือของอิสราเอล
ปฏิกิริยาจากอาสาสมัครกลุ่ม ‘โกลบอล ซูมุด’
ช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของ Global Sumud Flotilla ประณามการกระทำของอิสราเอล โดยระบุว่าเรือของภารกิจถูก ‘สกัดกั้นอย่างผิดกฎหมาย’ และมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนบนเรือนั้นถือเป็น ‘การถูกลักพาตัว’
นักกิจกรรมยืนยันว่า กองเรือไม่ได้ละเมิดกฎหมายใดๆ และระบุว่า สิ่งที่ผิดกฎหมายคือ ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การปิดล้อมกาซา และการใช้การอดอาหารเป็นอาวุธของอิสราเอล’
มีการรายงานว่าเรือหลายลำถูกโจมตีด้วย ‘การรุกรานอย่างรุนแรง’ (Active Aggression) รวมถึงเรือ Florida ที่ถูกชนโดยเจตนาในทะเล และเรือ Yulara กับ Meteque ก็ถูกโจมตีด้วยปืนฉีดน้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทั้งหมดบนเรือไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
นักกิจกรรมต่างเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนกดดันรัฐบาลของตนให้ ‘ตัดสัมพันธ์กับอิสราเอล’ และให้สหรัฐฯ ‘ยุติการสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในกาซา’
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
สำหรับนานาชาติ ตุรกีได้ประณามการสกัดกั้นเรือของอิสราเอลว่าเป็น ‘การก่อการร้าย’ และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง และกำลังดำเนินการเพื่อให้พลเมืองตุรกีและผู้โดยสารอื่นๆ ได้รับการปล่อยตัวทันที
ขณะที่กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย ได้สั่งขับไล่เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลทั้งหมดออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้การสกัดกั้นดังกล่าว และประณามว่าเป็น ‘อาชญากรรมระหว่างประเทศโดยเนทันยาฮู’ นอกจากนี้ เปโตรยังได้ยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างโคลอมเบียกับอิสราเอล ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวชาวโคลอมเบีย 2 คนที่อยู่บนกองเรือ
ขณะที่อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง และพร้อมใช้ทุกวิถีทางที่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้รัฐบาลอิสราเอลต้องรับผิดชอบ
นอกจากนี้ อันวาร์ ได้ยืนยันถึงจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลงของมาเลเซียในการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้าร่วมการเรียกร้อง เพื่อยุติความอยุติธรรมและการถูกยึดครองที่ได้รุมเร้าปาเลสไตน์มาเป็นเวลายาวนานหลายชั่วอายุคน
ตามกฎหมายนักกิจกรรมอาจถูกเนรเทศภายใน 72 ชั่วโมง หรือถูกนำตัวขึ้นศาลภายใน 96 ชั่วโมง แต่ปกติอิสราเอลมักเลือกที่จะปล่อยตัวทันที โดยนักกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่า หากอิสราเอลจับกุมและควบคุมตัวนักกิจกรรมต่อไป จะนำไปสู่สถานการณ์ที่เสียเปรียบ เนื่องจากสื่อจะยังคงรายงานข่าวตราบเท่าที่พวกเขายังถูกคุมขัง
