Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้โหวตผ่านร่างมติสันติภาพกาซาที่สหรัฐฯ เคยเสนอไว้โดยไม่มีประเทศไหนใช้สิทธิวีโต้คัดค้าน เรื่องนี้จะกลายเป็นการให้ความชอบธรรมแก่แผนสันติภาพกาซา 20 ข้อของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเป็นการนำพากาซาจากการหยุดยิงที่เปราะบางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าแผนการนี้จะถูกวิจารณ์การละเลยปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ก็ตาม

สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจาก 15 ประเทศ ได้โหวตผ่านร่างมติการแก้ไขปัญหากาซาที่สหรัฐฯ เป็นผู้ร่างขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งมติดังกล่าวนี้เป็นความพยายามในการที่จะผลักดันให้สถานการณ์ในกาซาก้าวพ้นจากสัญญาหยุดยิงที่ยังคงเปราะบาง เพื่อไปสู่แนวทางสันติภาพที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น รวมถึงมีการวางแนวทางฟื้นฟูกาซาที่ถูกทำลายอย่างย่อยยับจากสงคราม

ในที่ประชุมคณะมนตรีฯ มีการโหวตด้วยคะแนนเสียง 13 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบร่างมติสันติภาพกาซาของสหรัฐฯ โดยที่รัสเซียและจีนงดออกเสียง แต่ก็ไม่ได้ใช้สิทธิในการวีโตคัดค้านเพื่อสกัดกั้นร่างมติดังกล่าว

ร่างมติที่ร่างโดยสหรัฐฯ มีเจตนาที่จะทำให้แผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับความชอบธรรมจากนานาชาติมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งของแผนการ 20 ข้อนี้เริ่มมีการนำมาใช้แล้วในการทำข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา

สื่อ CNN รายงานว่า ทางการสหรัฐฯ มีการล็อบบีอย่างหนักมากเพื่อให้มีการผ่านร่างมตินี้ได้ และหลังจากที่มีการผ่านมติ ประธานาธิบดีทรัมป์ก็กล่าวชื่นชมยูเอ็นและกล่าวยกยอตัวเองผ่านโพสต์ขนาดยาวทางโซเชียลมีเดีย ทรัมป์ชื่นชมในเรื่องที่คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นโหวตผ่านร่างเพื่อสนับสนุนการตั้ง "คณะกรรมการสันติภาพกาซา" ซึ่งจะมีทรัมป์นั่งเป็นประธาน และมีกรรมการคนอื่นๆ มาจาก "เหล่าผู้นำที่ทรงอำนาจและเป็นที่เคารพจากที่ต่างๆ ทั่วโลก"

ในร่างแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อนั้น รัฐบาลทรัมป์ระบุให้มีแผนการจัดตั้ง "คณะกรรมการสันติภาพ" ในฐานะองค์การบริหารการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง และให้มีการจัดตั้ง กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ ISF ซึ่งจะไปวางกำลังในกาซา

แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่า ร่างมติยูเอ็นดังกล่าวนี้จะเปิดทางให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมกับกองกำลัง ISF ได้ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากยูเอ็นแล้ว

ไมเคิล วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น เปิดเผยว่า ISF จะเป็น "แนวร่วมกองกำลังพิทักษ์สันติภาพที่เข้มแข็ง ซึ่งมาจากประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่อย่างอินโดนีเซีย, อาเซอร์ไบจาน และอื่นๆ" โดยจะมีการวางกำลังในกาซา "ภายใต้การบัญชาการร่วม" ทั้งนี้เพื่อที่จะ "รักษาความปลอดภัยบนท้องถนนกาซา ... ดูแลเรื่องการปลดอาวุธ ... คุ้มครองพลเรือนและ ... คุ้มกันสิ่งของช่วยเหลือผ่านช่องทางลำเลียงที่ปลอดภัย"

ถึงแม้ว่าจะมีการผ่านมติแผนการสันติภาพแล้วแต่ก็ยังคงมีคำถามมากมายว่าจะมีการนำมาปรับใช้อย่างไร เพราะร่างมตินั้นดูเหมือนจะมีความกำกวมในเรื่องลำดับความและรายละเอียด

แหล่งข่าวที่เป็นทูตจากชาติตะวันตกให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ CNN ว่า การที่ร่างมติดังกล่าวนี้ขาดรายละเอียดทำให้นำมาปรับใช้ได้ยาก เป็นร่างมติที่ไม่มีไทม์ไลน์ชัดเจนในการคืนอำนาจให้กับองค์การบริหารปาเลสไตน์ แต่ระบุแค่ว่าจะคืนอำนาจให้หลังจากที่องค์การบริหารปาเลสไตน์ "ผ่านโครงการปฏิรูป(ของคณะกรรมการสันติภาพ)ได้อย่างน่าพึงพอใจ" โดยจะระบุให้คณะกรรมการสันติภาพกับหน่วยงานอื่นๆ อยู่ในกาซาไปจนถึงปลายปี 2570

ในแผนสันติภาพ 20 ข้อของรัฐบาลทรัมป์ ก็มีการระบุให้คณะกรรมการสันติภาพคอยดูแลเรื่องการปลดอาวุธกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่อิสราเอลเรียกร้อง รวมถึงดูแลเรื่องการฟื้นฟูกาซาขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ยังได้สื่อถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐปกครองตนเองของชาวปาเลสไตน์แต่ก็ไม่ได้มีการกำหนดไทม์ไลน์อะไรไว้ชัดเจน

ผู้แทนของรัสเซียและจีนที่งดออกเสียงในครั้งนี้ก็ได้พูดถึงเรื่องปาเลสไตน์เช่นเดียวกัน ตัวแทนจากรัสเซียกล่าวว่าเขาอยากให้มตินี้ไม่กลายเป็น "ลางร้ายของการสิ้นสุดแนวทางแบบสองรัฐ" ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาให้อิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างก็มีรัฐเอกราชของตนเอง ผู้แทนจากจีนวิจารณ์แผนสันติภาพจากสหรัฐฯ ว่า "แทบมองไม่เห็นปาเลสไตน์อยู่ในนั้น" และบอกว่าไม่ได้พูดเรื่องเรื่องเอกราชของชาวปาเลสไตน์มากพอ

ร่างมติที่มีการโหวตในครั้งนี้เน้นเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยูเอ็นและองค์การนานาชาติอื่นๆ ให้ความช่วยเหลือ ISF ในด้านทรัพยากร เงินทุน กำลังพล และ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมถึงให้การยอมรับการปฏิบัติการของ ISF

กลุ่มติดอาวุธฮามาสมองว่าร่างมติดังกล่าวนี้เป็น "ความพยายามที่นานาชาติจะทำตัวเข้ามาเป็นผู้ปกครองกาซาและส่งเสริมวิสัยทัศน์ของตัวเองที่เอนเอียงไปในการยึดครอง"

ชาวปาเลสไตน์ในกาซาก็แสดงความกังวลเช่นกันว่า ร่างมติดังกล่าวนี้จะทำให้มีกองกำลังของนานาชาติเข้าไปในกาซาซึ่งอาจจะเป็นอันตรายมากกว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการที่ประชาชนจะบูรณะฟื้นฟูชีวิตของตนเองหลังสงคราม

ส่วนประธานาธิบดีอิสราอล ไอแซค เฮอร์ซอก พูดถึงร่างมตินี้ว่าเป็น "ช่วงเวลาที่แสนวิเศษในการเมืองโลก ที่มีแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้นที่สามารถทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได่"

ในขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวย้ำว่า "กาซาจะต้องถูกทำให้ปลอดกองทัพ ฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ ไม่ว่าจะด้วยไม้อ่อนหรือไม้แข็งก็ตาม"

ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์แผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์ว่า มีลักษณะที่เน้นแนวทางแบบยุคสมัยหลังสงครามเย็นใหม่ๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยผิดพลาดมาแล้วหลายครั้ง โดยที่นิตยสาร Harvard Political Review วิเคราะห์แผนการ 20 ข้อว่า ในขณะที่สหรัฐฯ นำแนวคิดแบบเสรีนิยมใหม่มาพ่วงกับการไกล่เกลี่ยสันติภาพและการฟื้นฟู แต่พวกเขาก็ละเลยสภาพความเป็นจริงทางการเมืองในระดับท้องถิ่นและความสามารถของพื้นที่นั้นๆ ว่าจะดำเนินการได้จริงหรือไม่ รวมถึงไม่ได้คำนึงถึงต้นเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งในพื้นที่ด้วย

เรียบเรียงจาก

Trump’s plan for Gaza endorsed by UN Security Council, CNN, 19-11-2025
https://edition.cnn.com/2025/11/17/middleeast/us-gaza-israel-un-vote-intl-latam

แผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ช่วยดับไฟสงครามอิสราเอล-ฮามาส ได้หรือไม่
https://prachatai.com/journal/2025/11/115483

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง