‘เครือข่ายสันติภาพข้ามพรมแดน’ (PBBN) ออกแถลงการณ์ เสนอ 6 ข้อยุติความรุนแรงไทย-กัมพูชา โดยมีสาระสำคัญทั้งเรียกร้องคู่กรณี 2 ฝ่ายยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงทันทีไม่มีเงื่อนไข ปกป้องพลเรือนและคำนึงถึงกฎหมายและมนุษยธรรม ตระหนักถึงมรดกและความสัมพันธ์ของประชาชนร่วมกัน 2 ประเทศ มีกระบวนการเจรจาในระยะยาวต่อเนื่อง รวมถึงแก้ไขรากปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ และเขตแดนร่วมกัน
31 ก.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (31 ก.ค.) สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา และแม้ว่าจะมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไขเมื่อ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 24 นาฬิกาของวันเดียวกัน แต่ก็ยังมีรายงานว่ามีการยิงกันอยู่
เครือข่ายประชาสังคมในหลากหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียต่างติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงกังวล และร่วมกันออกแถลงการณ์ในนาม “เครือข่ายสันติภาพข้ามพรมแดน” (Peace Beyond Borders Network : PBBN) ขอเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และให้ความสำคัญกับการปกป้องพลเรือนของทั้งสองฝ่าย ดังรายละเอียดในแถลงการณ์ต่อไปนี้
รายละเอียดแถลงการณ์
แถลงการณ์เรียกร้องการหยุดยิงอย่างเร่งด่วนและการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ณ ชายแดนไทย-กัมพูชา
เครือข่ายประชาสังคมและนักวิชาการที่ทำงานด้านการพัฒนา การสร้างความเปลี่ยนแปลง สวัสดิภาพเด็ก และการสร้างสันติภาพ ที่ยืนหยัดทำงานเพื่อคนยากไร้ คนชายขอบและผู้ถูกกดขี่ รู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการปะทะทางทหารตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 แม้ว่าเราจะยินดีกับการประกาศหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 แต่การสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดความทุกข์ยากอย่างใหญ่หลวง นำไปสู่การสูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น การพลัดถิ่นของชุมชน และเกิดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนเรือนแสน ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน แต่ยังเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเสถียรภาพของภูมิภาคนี้ ก่อให้เกิดข้อมูลที่บิดเบือนและบรรยากาศการเลือกปฏิบัติจนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาและไทย รวมถึงสังคมของทั้งสองประเทศดำเนินการในประเด็นต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน:
- การปฏิบัติตามพันธกรณีการหยุดยิงและปฏิบัติตามแนวทางทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง ปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดต้องยุติลงโดยไม่ชักช้า และไม่มีเงื่อนไข เราขอเรียกร้องให้ทั้งรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยยืนยันในการเจรจาระดับทวิภาคีและการเจรจาที่มีฝ่ายที่ 3 ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเป็นผู้อำนวยความสะดวก เส้นทางสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนอยู่ที่การทูต ไม่ใช่การเผชิญหน้าด้วยอาวุธ
- การธำรงไว้ซึ่งกฎหมาย และหลักการด้านมนุษยธรรม การรับรองความคุ้มครองต่อพลเรือน และการอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด การคุ้มครองพลเรือนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน เราเรียกร้องให้องค์กรด้านมนุษยธรรมสามารถเข้าถึงเพื่อให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบและประชากรพลัดถิ่นได้อย่างราบรื่น เรายึดถือหลักสิทธิมนุษยชน การสร้างสันติภาพอย่างครอบคลุม และการไม่เลือกปฏิบัติเป็นหัวใจสำคัญ โดยเชื่อว่าสันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคู่ขัดแย้งปฏิบัติตามมาตรฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่รับประกันความเท่าเทียม ส่งเสริมการมีส่วนร่วม การไม่เลือกปฏิบัติ และสร้างความรับผิดชอบต่อการฟื้นฟูและการบริหารจัดการหลังความขัดแย้ง
- การตระหนักถึงมรดกและความเชื่อมโยงร่วมกัน ประเทศไทยและกัมพูชาไม่เพียงแต่มีพรมแดนทางกายภาพร่วมกันเท่านั้น แต่ยังมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีอันล้ำค่าร่วมกันอีกด้วย ประชาชนทั้งสองประเทศต่างมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง หลายครอบครัวตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ฉันญาติพี่น้องข้ามพรมแดน ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งนี้ควรเป็นรากฐานของความเข้าใจ ความเคารพ และความร่วมมือ ไม่ใช่ความขัดแย้ง
- การธำรงไว้ซึ่งหลักเมตตาและกรุณาตามหลักพระพุทธศาสนา ในฐานะประเทศที่ต่างก็มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งกัมพูชาและไทยต่างมีรากฐานอยู่บนหลักคำสอนเรื่องศีลห้า (ปัญจศีล) ซึ่งรวมถึง การงดเว้นจากการคร่าทำลายชีวิต การงดเว้นจากการพูดเท็จ ความเมตตาและกรุณา หลักการเหล่านี้ก้าวข้ามความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนา และเรียกร้องให้เราแสวงหาทางแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ ปลูกฝังความเข้าใจและบรรเทาความทุกข์ยากในยามที่เกิดความขัดแย้ง การยึดมั่นในคุณค่าเหล่านี้และมุ่งสู่การปรองดองร่วมกันจึงมีความสำคัญยิ่ง
- ความมุ่งมั่นต่อการเจรจาระยะยาวเพื่อแก้ไขที่รากฐานของความขัดแย้ง แม้ว่าการลดความตึงเครียดในทันทีจะเป็นสิ่งสำคัญ ทว่าสันติภาพที่ยั่งยืนย่อมต้องอาศัยความมุ่งมั่นในการเจรจาระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมกันหารืออย่างรอบด้านเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงประวัติศาสตร์และปัญหาดินแดนที่เป็นรากฐานของความตึงเครียดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- การมีส่วนร่วมของสื่อทั้งในระดับประเทศและนานาชาติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ สื่อทั้งในระดับประเทศและนานาชาติมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ โดยการปฏิบัติหน้าที่สื่อสารมวลชนอย่างมีจริยธรรม การรายงานที่แม่นยำ และการนำเสนอข่าวที่สมดุลและคำนึงถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ เพื่อลดทอนปัญหาความขัดแย้ง สื่อต้องยึดมั่นในหลักการแห่งความจริง ความเป็นกลาง และความเคารพต่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูลและการนำเสนอข่าวที่เกินจริงจะเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงคู่ขัดแย้ง เน้นย้ำความพยายามในการสร้างสันติภาพ การแก้ไขปัญหาที่สาเหตุต้นตอ ตลอดจนส่งเสริมการอภิปรายสาธารณะอย่างรอบรู้ สื่อต้องให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สาธารณะมากกว่าผลประโยชน์ทางการเมืองหรือผลประโยชน์ทางการค้า เปิดโอกาสให้สังคมได้รับฟังเสียงของกลุ่มคนชายขอบที่ถูกกีดกัน และยึดมั่นในมาตรฐานทางกฎหมายและจริยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความปรองดองในระยะยาว
เครือข่ายประชาสังคมและนักวิชาการที่ทำงานด้านการพัฒนา การสร้างความเปลี่ยนแปลง สวัสดิภาพเด็ก และการสร้างสันติภาพ ที่มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การเติบโตและความปรองดองทั่วภูมิภาคเอเชีย เราทั้งหลายเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าสงครามไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง จะมีก็แต่เพียงการสูญเสียและความทุกข์ยากลำบากร่วมกันที่ยืดเยื้อเท่านั้น สันติภาพที่ยั่งยืนสามารถเป็นไปได้ด้วยความเข้าใจกัน การประนีประนอม การยึดมั่นในหลักการของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี มีแต่เพียงการยึดมั่นในเจตจำนงค์แห่งการสานเสวนา การเคารพในมรดกร่วมกัน และการยึดมั่นในหลักความเมตตากรุณาร่วมกันเท่านั้นที่จะทำให้กัมพูชาและไทยสามารถเอาชนะความท้าทายในปัจจุบัน เพื่อสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและยั่งยืน อยู่ร่วมและร่วมมือกันอย่างสันติเพื่อประโยชน์ของพลเมืองทุกคน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความสามัคคีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกนี้ได้
ด้วยความสมัครสมาน
เครือข่ายสันติภาพข้ามพรมแดน (Peace Beyond Borders Network: PBBN)
