Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หัวหน้าพรรคประชาชนไม่เคยต่อต้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น เพียงแต่ต้องดูให้เป็นกรณีไป - 'ภูมิธรรม' เผย ครม.รับทราบกองทัพขอจัดซื้อเรือดำน้ำ ปัดให้รายละเอียด บอกเป็นความลับทางราชการ - กองทัพเรือ ขอบคุณ ครม. มีมติเห็นชอบให้แก้ไขข้อตกลงฯ เปลี่ยนเครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และขยายระยะเวลาการส่งมอบเรือดำน้ำ ซึ่งทำให้กองทัพเรือสามารถเดินหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำต่อไปได้


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน | ที่มาภาพ: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

5 กรกฎาคม 2568 NBT Connext รายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน บอกถึงกรณีที่รัฐบาลได้อนุมัติงบซื้อยุทโธปกรณ์อย่างกริพเพน 1 ฝูงบินและเรือดำน้ำ 1 ลำในอนาคตยังมีความจำเป็นหรือไม่นั้น ว่า พรรคประชาชนไม่เคยต่อต้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็น เพียงแต่ต้องดูให้เป็นกรณีไป

"ซึ่งที่ผ่านมาในกรณีเรือฟริเกตกับกริพเพน เราได้สนับสนุนมาก่อนหน้านี้แล้ว และไม่อยากให้มองว่าช่วงนี้เป็นกระแสที่เกิดจากภัยความมั่นคง ทำให้ สส. จะมากลับหลักคิดสนับสนุนการซื้ออาวุธ ยืนยันว่าเราไม่เคยขัดขวางการซื้ออาวุธที่จำเป็นดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดตราดก็ได้พบว่ามีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และไม่สามารถตอบได้ว่ายุทโธปกรณ์แบบใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ต่อการป้องกันภัยความมั่นคงในปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องเสนอขึ้นมายังสภาผู้แทนราษฎร"

โฆษณา - Advertising

ผู้สื่อข่าวถามว่าบทบาทของกองทัพตอนนี้ จะทำให้ สส. หรือกรรมาธิการงบประมาณตัดงบประมาณยากขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้ นายณัฐพงษ์ มองว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะหากวันนี้มีการเสนองบในการซื้อเรือดำน้ำที่ไม่มีเครื่องยนต์มาด้วย คงไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ สส. จะผ่านงบประมาณแบบนี้ ย้ำว่า ต้องดูเหตุผลความจำเป็นแบบชิ้นต่อชิ้น

นายณัฐพงษ์ ยังบอกถึงจุดยืนของพรรคประชาชน กับกองทัพขณะนี้ว่า พรรคพร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพในการปกป้องประเทศ แต่ไม่เห็นด้วยกับที่กองทัพจะมายุ่งเกี่ยวการเมือง ย้ำว่า เรื่องการทำให้กองทัพทันสมัย, เพิ่มสวัสดิการให้กับทหารชั้นผู้น้อย, รวมถึงการอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่มีความจำเป็นและตอบโจทย์ต่อยุคสมัยปัจจุบัน ก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่

"แต่กองทัพที่จะมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือบทบาทของกองทัพที่จะวางตัวอยู่ในการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งจริงๆ ควรเป็นบทบาทของรัฐบาล เราต้องช่วยกันปรับเพื่อให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน และให้รัฐบาลพลเรือนมีบทบาทนำสั่งการกองทัพในทุกเรื่อง"

สำหรับกรณีที่ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวพาดพิงกองทัพนั้น นายณัฐพงษ์ บอกว่า นายสหัสวัต ได้โพสต์ชี้แจงและขอโทษไปแล้ว ซึ่งพรรคได้ดำเนินการทางวินัยตามสัดส่วน แต่ก็ต้องรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาปรับปรุง ทั้งในส่วนของ สส. และพรรค ก็น้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ และดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ได้ปกป้องคนของตัวเองตามความเหมาะสม

เช่นเดียวกับกรณีถูกขุดคลิปเก่า ที่ด้อยค่ากองทัพ นายณัฐพงษ์ บอกว่า ส่วนตัว และพรรคประชาชน ก็รักประเทศ รักชาติไทยไม่ต่างจากทุกคน แต่การดำเนินการทุกอย่างของประเทศ ต้องเป็นไปตามหลักสากล เพราะไทยไม่ได้อยู่เพียงประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ แต่อยู่ในเวทีโลก มองว่า สิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยได้เปรียบกัมพูชาในเวทีโลก ในขณะที่กัมพูชามีการปล่อยปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหลายๆ อย่าง ที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เชื่อว่า สิ่งที่จะเอาชนะคำโกหก หรือเฟคนิวส์ได้ คือความจริงและยึดตามหลักสากล

"เขาทำไม่ดีกับเราเรามีหน้าที่ป้องกันประเทศอย่างเข้มแข็ง อย่าทำตัวเองให้เสียเปรียบ ในขณะเดียวกันเราคงไม่ใช้อำนาจที่เหนือกว่า เช่น การมีกองทัพที่เหนือกว่าไปข่มเหงเขา เมื่อไหร่ที่เราทำแบบนั้น เราจะขาดการยอมรับจากเวทีนานาอารยะประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแสดงออกคือเรามีกองทัพคือเรามีกองทัพที่พร้อมจะป้องกันประเทศ และได้รับการยอมรับจากสากล วันหนึ่งถ้าจะต้องอยู่ในเวทีนานาชาติก็จะได้ เสียงของเราจะได้มีความหมาย "

นายณัฐพงษ์ ยังบอกว่า ภายในประเทศเอง ก็อาจมีการสื่อสารที่ขัดกับข้อเท็จจริงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะตนเองอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน พร้อมฝากให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างครอบคลุม รอบด้าน มีสติ ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพราะอาจไปเผลอแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จโดยไม่ตั้งใจ และอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้ทำให้ดีขึ้น และสิ่งที่จะทำให้ประชาชนไว้วางใจพรรคประชาชนในระยะยาว คือการทำงานที่ยึดอยู่บนหลักการทำงานอย่างแข็งขัน เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ยอมรับว่า ในช่วงสั้นๆ ที่พรรคอาจจะโดนข้อมูลข่าวสารโจมตีบ้าง ก็เป็นสิ่งที่ต้องน้อมรับ และปรับปรุงการทำงาน เพื่อทำให้ทางพรรคได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในระยะยาวต่อไป

'ภูมิธรรม' เผย ครม.รับทราบกองทัพขอจัดซื้อเรือดำน้ำ ปัดให้รายละเอียด บอกเป็นความลับทางราชการ

สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือเสนอ ว่า ครม.ได้รับทราบ ตอนนี้อยู่ในรายละเอียดที่ยังค้างอยู่ ต้องไปว่ากันให้จบ จริงๆ เรื่องนี้ตนได้ชี้แจงมาเยอะแล้ว

ส่วนกองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงบิน จำนวน 4 เครื่องนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่าก็ต้องไปว่ากันตามระเบียบตามกฎหมาย เรื่องนี้ ไม่มี ตนขอไม่คุย

เมื่อถามว่าจะใช้คำว่า ครม.อนุมัติเลยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวย้ำว่า ไม่คุย ไม่คุย สองเรื่องนี้ไม่คุย

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ทางกองทัพขอยุทโธปกรณ์เพิ่ม นายภูมิธรรมกล่าวทันทีว่า “เรื่องนี้ไม่คุย กองทัพกำลังรบกันอยู่ เป็นเรื่องความลับทางราชการ ไม่คุยเกี่ยวกับเรื่องเครื่องมือยุทโธปกรณ์ใดๆ ทั้งนั้น”

เมื่อถามย้ำว่าแต่ก็รับทราบตามแนวทางของกองทัพใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ยกสองมือขึ้นมาโบก พร้อมกล่าวว่า ไม่คุย ไม่คุย ถ้าไม่มีเรื่องอื่นจะไปแล้ว

กองทัพเรือ ขอบคุณ ครม. มีมติเห็นชอบให้แก้ไขข้อตกลงฯ ทำให้กองทัพเรือสามารถเดินหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำต่อไปได้

NBT Connext ยังรายงานว่า กองทัพเรือ ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่มีมติเห็นชอบให้แก้ไขข้อตกลงฯ เปลี่ยนเครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และขยายระยะเวลาการส่งมอบเรือดำน้ำ ซึ่งทำให้กองทัพเรือสามารถเดินหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำต่อไปได้ และจะทำให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถของกำลังทางเรือที่ครบสมบูรณ์ ทั้งมิติผิวน้ำ มิติเหนือน้ำ และมิติใต้น้ำ รวมทั้งจะเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงและรักษาผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินการแก้ไขข้อตกลงฯ เป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ภายใต้กรอบกฎหมาย โดยผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน จนสามารถเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

กองทัพเรือขอยืนยันว่า นโยบายควบคุมการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ (Embargo Policy) ของสหภาพยุโรป ที่ได้ประกาศนั้นเกิดขึ้น ในปี พ.ศ.2563 ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากการลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ซึ่งมีผลเมื่อปี พ.ศ.2560 ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อตกลงฯและการแก้ไขข้อตกลงฯ

ในครั้งนี้ ยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมต่าง ๆ ได้แก่ การขยายระยะเวลาการรับประกันและอะไหล่ การฝึกอบรมกำลังพล และสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงการสนับสนุนเครื่องฝึกจำลองควบคุมเรือดำน้ำ (Simulator) เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพและความพร้อมของเรือดำน้ำอย่างยั่งยืน รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเรือดำน้ำในอนาคต

สำหรับเครื่องยนต์ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่จะใช้กับเรือดำน้ำ ได้รับการตรวจทดสอบ ทดลอง คุณภาพแล้ว มีขีดสมรรถนะและความปลอดภัยเทียบเท่าหรือดีกว่ารุ่นเดิม และได้รับการรับรองจากสถาบันจัดชั้นเรือระดับโลก คือ Lloyd’s Register สหราชอาณาจักร รวมทั้งได้มีการใช้งานจริงในเรือดำน้ำของประเทศคู่สัญญารายอื่น ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่กองทัพเรือจัดหา ขอให้พี่น้องประชาชนจงเชื่อมั่นว่า กองทัพเรือพร้อมที่จะใช้งานอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising