Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (TMR) เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายคนเข้าเมืองควบคู่กับกฎหมายแรงงานข้ามชาติ ชี้แก้เฉพาะจุดไม่พอ ต้องปฏิรูปทั้งระบบ รับมือสังคมสูงวัยและการพึ่งพาแรงงานต่างชาติในระยะยาว

8 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (TMR) ออกจดหมายเปิดผนึก ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 27 ในวันเดียวกัน ทั้งร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีและร่างที่เสนอโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะ

TMR ระบุว่าแม้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับจะมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดความซ้ำซ้อนและภาระทางเอกสารในการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรปรับปรุง แต่การแก้ไขเฉพาะบางมาตราในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบบริหารจัดการคนเข้าเมือง แรงงานข้ามชาติ และการรับมือกับการลดลงของประชากรไทยในอนาคต

เครือข่ายฯ ชี้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้ประชากรวัยแรงงานลดลงต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจหลายภาคส่วนยังต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติ แต่กฎหมายหลักที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ยังคงแยกส่วน ล้าสมัย ซับซ้อน และไม่สอดคล้องกับพลวัตการย้ายถิ่นในปัจจุบัน

TMR จึงเรียกร้องให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับควบคู่กันเพื่อบรรลุ 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การวางแนวทางบริหารจัดการแรงงานและประชากรให้สอดคล้องกับสังคมสูงวัยในระยะยาว โดยกฎหมายควรยืดหยุ่นรองรับแรงงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งแรงงานทักษะสูง แรงงานภาคบริการดูแลผู้สูงอายุ และแรงงานภาคการผลิต พร้อมปรับโครงสร้างกลไกนโยบายให้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายใต้การกำกับของระดับนโยบายสูงสุด

เป้าหมายที่สองคือการลดความซับซ้อน สร้างความโปร่งใส และป้องกันการแสวงหาประโยชน์ โดยชี้ว่าระบบปัจจุบันตั้งแต่การเข้าเมือง การอนุญาตทำงาน ไปจนถึงการส่งกลับ ยังคงมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้ดุลพินิจสูง เปิดช่องให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากทั้งแรงงาน นายจ้าง และผู้ย้ายถิ่น

เป้าหมายสุดท้ายคือการยกระดับกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล อาทิ หลักการตาม Global Compact on Refugees (GCR) และ Global Compact for Migration (GCM) โดยเฉพาะหลักการไม่ส่งกลับไปสู่อันตราย การคุ้มครองผู้ลี้ภัยและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการทบทวนมาตรการกักตัวและโทษทางอาญาที่ไม่จำเป็นสำหรับการเข้าเมืองแบบไม่ปกติ

TMR ย้ำว่าการเลื่อนพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นเพื่อให้การแก้ไขกฎหมายดำเนินไปอย่างรอบคอบและมองเห็นภาพรวมของทั้งระบบ เนื่องจากการแก้ไขเพียงบางมาตราอาจช่วยลดภาระทางเอกสารได้บางส่วน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการคนเข้าเมือง แรงงานข้ามชาติ และประชากรในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง