Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตอบกระทู้ถามของ เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ถึงความคืบหน้าสืบสวนสอบสวนคดีสลายการชุมนุม นปช. ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ซึ่งกำลังจะหมดอายุความในอีก 5 ปีข้างหน้า(พ.ศ.2573) ทั้งประเด็นสถิติคดี การตั้งคณะทำงานเร่งรัดคดีและการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีที่ผ่านมา

เมื่อ 5 ก.ย.2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตอบของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อกระทู้ถามของเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ในประเด็นที่เทวฤทธิ์ตั้งกระทู้ถามถึงความคืบหน้าสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ซึ่งกำลังจะหมดอายุความในอีก 5 ปีข้างหน้า(พ.ศ.2573)

เทวฤทธิ์ได้ตั้งคำถามถึง รมว.ยุติธรรมทั้งหมด 4 ประเด็นคือ

  1. ความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน และการติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีมีความคืบหน้าหรือไม่อย่างไร
  2. ขอให้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลสืบสวนเชิงลึกที่จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) จ้างมา
  3. กระทรวงยุติธรรมมีแนวทางนโยบายหรือจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้คดีจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ขาดอายุความไปเช่นเดียวกับ คดีตากใบ
  4. ทางกระทรวงยุติธรรมได้เสนอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำคดีขึ้นสู๋ศาลได้หรือไม่อย่างไร

รมว.ยุติธรรมตอบกระทู้ของเทวฤทธิ์แยกตามคำถามดังนี้

โฆษณา - Advertising

คำถามแรก พ.ต.อ.ทวีให้เพียงข้อมูลจำนวนสถิติคดีประเภทต่างๆ เฉพาะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) รับผิดชอบกี่คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องกี่คดี และสั่งงดการสอบสวนกี่คดี โดยแบ่งดังนี้

  1. คดีที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย มีจำนวนรวมทั้งหมด 156 คดี
    1. มีคำสั่งฟ้อง 57 คดี
    2. มีคำสั่งไม่ฟ้อง 3 คดี
    3. งดการสอบสวน 95 คดี
    4. รวมสำนวน 1 คดี
  2. คดีเกี่ยวกับการขู่บังคับรัฐบาลให้กระทำการใดๆ ทั้งหมด 25 คดี
    1. มีคำสั่งฟ้อง 21 คดี
    2. มีคำสั่งไม่ฟ้อง 3 คดี
    3. งดการสอบสวน 1 คดี
  3. คดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 181 คดี
    1. มีคำสั่งฟ้อง 13 คดี
    2. มีคำสั่งไม่ฟ้อง 16 คดี
    3. งดการสอบสวน 140 คดี
    4. รวมสำนวน 12 คดี
  4. คดีเกี่ยวกับการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของราชการ ทั้งหมด 21 คดี
    1. มีคำสั่งฟ้อง 12 คดี
    2. งดการสอบสวน 8 คดี
    3. รวมสำนวน 1 คดี

ต่อคำถามที่สอง รมว.ตอบเพียงว่าจากรายงานของ คอป. ไม่ได้มีการระบุถึงความคืบหน้าการสืบสวนของผู้เชี่ยวชาญเอาไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์

ส่วนคำถามข้อที่ 3 และ 4 พ.ต.อ.ทวี รวมคำถามและตอบในคำตอบเดียวว่า โดยมีสาระสำคัญคือ คดีจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช.เมื่อปี 2553 ถือเป็นคดีอาญาทั่วไปที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องอายุความ ทำให้เกิดความกังวลว่าคดีอาจสิ้นสุดโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องศึกษาทวทวนเกี่ยวกับอายุความในคดีอาญา อย่างไรก็ตามการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องก็ต้องคำนึงถึงบริบทของประเทศอย่างรอบด้านเพื่อรักษษเสถียรภาพของระบบกฎหมายโดยรวม ซึ่งตามวัตถุประสงค์ของการมีอายุความในคดีอาญา คือเพื่อป้องกันปัญหาพยานหลักฐานเสื่อมถอย และกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว

รมว.ยุติธรรมระบุถึงการปรับปรุงกฎหมายในปัจจุบันว่า มีการเสนอร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.)  ที่เพิ่มในมาตรา 49/1 เพื่อให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นฟ้องคดีได้เองในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

นอกจากประเด็นทางกฎหมาย พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้กระทรวงว่า มีการเร่งรัดกระบวนการสืบสวนและสอบสวน โดยกระทรวงให้ DSI เร่งรัดดำเนินงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจหรือศูนย์ติดตามคดีสำคัญทางการเมืองขึ้นเพื่อกำกับและติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ในการกรณีที่ประชาชนใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมสังเกตการณ์และเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เรื่องการเยียวยา ทางกระทรวงได้ให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัวกับกลุ่ม นปช. ตามระเบียบของคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมว่าด้วยหลัเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขขอปล่อยตัวัช่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลย พ.ศ.2559 รวมถึงช่วยเหลือเยียวยาดา้นการเงินตามหลักมนุษยธรรมสำหรับผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง จำนวน 201 ราย เป็นจำนวน 63,325,450 บาท

รมว.ยุติธรรมยังระบุถึงการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการและการจัดอบรมการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนให้ทั้งกับเจ้าหน้าที่รัฐในการบังคับใช้กฎหมายภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนโดยมีความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธมินุษยชนแห่งสหประชาชาติ(OHCHR) กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงให้ความรู้กับครูในโรงเรียนต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising