Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อดีตแกนนำ นปช. แสดงความเห็นโต้แย้ง "อภิสิทธิ์" คนเสื้อแดงที่ถูกสลายชุมนุมเมื่อปี 53 ไม่มีคนใดมีอาวุธ อีกทั้งคดีชายชุดดำศาลก็เคยยกฟ้องคนที่ถูกกล่าวหาไปแล้ว และคดีที่อดีตนายกฯ และ "สุเทพ" ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาศาลอาญาก็ไม่เคยตัดสินว่าบริสุทธิ์ ประเด็นที่ศาลพิจารณาคือคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลเท่านั้น

เมื่อ 2 พ.ย.2568 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แสดงความเห็นหลังจากเหตุการณ์นิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปทวงถามอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประเด็นการสลายการชุมนุมผู้ชุมนุม ช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2553 หรือเมื่อ 15 ปีก่อน ก่อนที่อภิสิทธิ์จะเข้าบรรยาย พิเศษที่คณะรัฐศาสตร์ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อดีตแกนนำ นปช. เริ่มจากขอบคุณนิสิตที่ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงและชื่นชมที่บรรยากาศการสนทนาทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีการใช้ความรุนแรงก่อนจะวิจารณ์คำตอบของอภิสิทธิ์ที่ระบุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธ โดยเขายืนยันว่าผู้เสียชีวิตทุกรายไม่มีอาวุธ ไม่พบเขม่าดินปืนและเป็นผู้บริสุทธิ์

“ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธชายชุดดำทุกรายต่อสู้ในชั้นศาล และศาลพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องทุกคดี จนถึงขณะนี้มีเพียงคดีเดียวที่เพิ่งฟ้องภายหลัง ศาลชั้นต้นยกฟ้องอยู่ระหว่างอุทธรณ์ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดี บางรายติดคุกเกือบสิบปีจนศาลชี้ว่าไม่มีความผิดถึงได้รับอิสรภาพ” ณัฐวุฒิระบุ

นอกจากนั้น อดีตแกนนำ นปช.กล่าวถึงคดีความที่เกี่ยวกับการสลายการชุมนุมครั้งนั้นที่ไม่มีความคืบหน้าแม้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา และเริ่มมีความคืบหน้าในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใน 4 ประเด็น

“1.มอบหมายสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดำเนินการยื่นประกันตัวผู้ต้องขัง ส.ส.รัฐบาลหลายรายใช้ตำแหน่งเป็นหลักประกัน

2.บางรายที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน รัฐบาลออกคำสั่งตั้งเรือนจำพิเศษแยกผู้ต้องขังคดีที่เกิดจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองไปรวมไว้ต่างหาก

3.มีมติครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ครม.ชุดนั้นถูกปปช.ตั้งกรรมการไต่สวน สู้คดีกว่า 7 ปีจนปปช.ยกคำร้อง

4.มีการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชน 31 ราย ศาลชี้ว่าเสียชีวิตจากอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐ 17 ราย อีก 14 รายไม่สามารถระบุได้ ที่เหลืออีก 68 รายยังไม่มีการไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิตโดยศาล ล่าสุดผมกับญาติผู้เสียชีวิตไปยื่นเรื่องต่อ DSI ให้ดำเนินการ อธิบดี DSI ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานะเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่มีความคืบหน้า”

นอกจากนั้นณัฐวุฒิกล่าวถึง ประเด็นเรื่องคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ดำเนินคดีกับอภิสิทธิ์ และสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในช่วงเหตุการณ์เดือนเมษายนระหว่างวันที่ 7-15 เม.ย.2553 อย่างไรก็ตามประเด็นที่ศาลพิจารณาคือเรื่องเขตอำนาจศาลว่าไม่มีอำนาจพิจารณาคดีเท่านั้น ไม่ได้พิจารณาว่าอภิสิทธิ์และสุเทพที่เป็นผู้ต้องหาในคดีเป็นผู้บริสุทธิ์ 

“กรณีประชาชนถูกยิงเสียชีวิตจึงไม่เคยมีคำพิพากษาศาลว่าใครเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะคดีไปไม่ถึงศาล ยังคงพายเรือในอ่างจนปัจจุบัน” ณัฐวุฒิกล่าวถึงความยากในการติดตามเรื่องแต่ก็ยังคงมีประชาชนหลายกลุ่มที่ยังติดตามเรื่องนี้

นอกจากนั้นอดีตแกนนำ นปช.ยังกล่าวแสดงความเห็นถึงการแสดงออกของนิสิตกลุ่มนี้ว่า นิสิตเหล่านี้ต้องการความยุติธรรมสำหรับทุกฝ่ายแต่สิ่งที่แตกต่างคือการชุมนุมของคนเสท้อแดงมีการปราบปรามโดยใช้กำลังทหารหลายหมื่นนาย กระสุนหลายแสนนัด รัฐบาลเวลานั้นมีการประกาศเขตกระสุนจริง นิสตเหล่านี้จึงมาตั้งคำถามกับนายกฯ ในเวลานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในกรณีคดีที่ DSI ฟ้องอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเป็นผู้สั่งการนั้นเป็นการฟ้องต่อศาลอาญา ซึ่งภายหลังศาลมีคำสั่งตรงกันตั้งแต่ศาลชั้นต้นถึงศาลฎีกาไม่รับฟ้องเนื่องจากเห็นว่าศาลยุติธรรมไม่มีอำนาจพิจารณคดีนี้ แต่เป็นอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้มีตำแหน่งทางการเมืองซึ่งอำนาจสอบสวนอยู่ในมือของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) 

จากนั้นเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. กลับมีมติยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าทั้ง อภิสิทธิ์ สุเทพ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาซึ่งเป็นหัวหน้า ศอฉ.ที่รับช่วงต่อจากสุเทพในช่วงหลัง 16 เม.ย.-4 ต.ค.2553 เนื่องจากในช่วงเวลานั้นมีประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง อีกทั้งศาลเคยระบุว่าการชุมนุมของ นปช.เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและมีบุคคลที่ใช้อาวุธปืนที่ชุมนุมอีกด้วย 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้คดีที่ณัฐวุฒิกล่าวว่าศาลยกฟ้องคดีชายชุดดำนั้นเป็นคดีที่มีจำเลย 5 คนได้แก่ กิตติศักดิ์ สุ่มศรี หรืออ้วน, ปรีชา อยู่เย็น หรือไก่เตี้ย, รณฤทธิ์ สุวิชา หรือนะ, ชำนาญ ภาคีฉาย หรือเล็กและปุณิกา ชูศรี หรืออร ถูกจับกุมภายหลังการรัฐประหาร 2557 และถูกนำตัวไปควบคุมสอบสวนในค่ายทหารก่อนถูกดำเนินคดีจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำที่ปรากฏตัวใช้อาวุธสงครามยิงตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ทหารในคืนวันที่ 10 เม.ย.2553  แต่ภายหลังจากการต่อสู้คดีนานถึง 10 ปี สุดท้ายศาลยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาทุกคดี 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง