1.
คลับคล้ายคลับคลาว่าตัวฉันหลับบนปุยเมฆในราตรีกาล
หลังจากอ่านนิยายโรแมนติกจบเล่ม
ความเหงาก็กล่อมฉันให้หลับใหล
ไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของใครส่งเสียงกรีดร้องยามวิกาล
เป็ดไก่ในเล้าวิ่งกันจ้าละหวั่น
ครึ่งหลับครึ่งตื่นชวนชุลมุนวุ่นวาย
ปรากฏเงาของใครบางกลุ่มแสยะยิ้มให้ฉัน
2.
ไม่ต่างอะไรกับผีหลอกซ้ำซาก
มันมาจากความกลัวภายใน
เราหลงระเริงรอบกองเพลิง
ความสนุกสนานชั่วครั้งคราว
ก้อนเมฆละลายไปแล้ว
มีศพคนตายร่วงลงจากชั้นฟ้า
ผู้คนแตกตื่น
เหล่าซาตานคืนชีพ
ได้เวลาออกอาละวาด
3.
เหมือนตอนที่คุณตื่นกลางดึก
เพราะเสียงปืนยิงไล่ราหู
ซึ่งตอนนั้นมันกินจันทร์ไปแล้วครึ่งดวง
เสียงเคาะหม้อ ชาม จาน ช้อน
ดังไม่พอให้มันคายจันทร์ออก
กระสุนประชาชนหมดแม็กกาซีน
ปืนยาวกระแทกไหล่จนช้ำเลือด
ราหูไม่ยอม !
พวกเราเหมือนแมลงหวี่ที่น่าเวทนา
ความมืดปกคลุมท้องฟ้าเป็นสีดำ
4.
สุดท้ายไอ้พี่เบิ้มก็ยอมปล่อย
มันคงเมื่อยปากเต็มทน
หลังจากดวงจันทร์กลายเป็นอมยิ้ม
ซึ่งมันใช้ลิ้นโต ๆ ของมันลามเลียจนพอใจ
ท้องฟ้ากลับมามีแสงอีกครั้ง
ฝูงซาตานถอนเท้าจากผืนดิน
ฝนศพไม่ตกลงมาอีก
ก้อนเมฆล่องลอยตามวิถี
เหมือนว่าบ้านเมืองสงบ
ประชาชนทยอยพากันเข้านอน
ราหูเดินทางสู่จักรวาลอื่น
แต่ฉันยังได้ยินใครบางคนกรีดร้อง
ยังคงส่งเสียงออกจากมุมมืด
กลิ่นศพโชยมากับสายลม
ทุ่งหญ้าแพรกโค้งคำนับ
ฉันกระชับปืนลูกซองยาวแนบลำตัว
ขณะที่หยดเลือดรินไหลเงียบงัน.
