Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สื่อ Khmer Times ของกัมพูชาสัมภาษณ์อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เปิดโปงเบื้องหลังการทำงานภายใต้การควบคุมจากหัวหน้าชาวจีน ตั้งแต่สคริปต์ที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ไปจนถึงกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินให้ - ด้านคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ของกัมพูชาระบุแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาลดลงอย่างชัดเจน เป็นผลมาจากการปราบปรามอย่างต่อเนื่องและการประสานงานของรัฐบาลกัมพูชา


อดีตแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ไม่เปิดเผยนามให้สัมภาษณ์กับสื่อ Khmer Times ของกัมพูชา | ภาพจาก : Khmer Times/Heng Chivoan

จากภายนอก อาคารแห่งนี้ดูเหมือนสำนักงานทั่วไปที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเงียบเชียบ แต่ภายในคือศูนย์กลางการปฏิบัติการของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในหลายเครือข่ายที่ดำเนินการโดยแก๊งอาชญากรรมในกัมพูชา

หญิงสาวคนหนึ่งที่เคยทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาก่อน ได้ตัดสินใจออกมาเล่าความจริงเป็นครั้งแรก เธอให้สัมภาษณ์กับ Khmer Times โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เธอเล่าถึงวิธีการทำงานที่เต็มไปด้วยการโกหกหลอกลวงและการใช้จิตวิทยาเล่นกับอารมณ์ของเหยื่อ ซึ่งเป็นแผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบเพื่อหาเงินจากคนที่ถูกหลอกทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศอื่น ๆ โดยสามารถหลอกลวงเงินได้หลายพันดอลลาร์จากเหยื่อแต่ละราย

เธอเล่าว่าพวกเธอจะได้รับสคริปต์ที่เขียนไว้แล้ว ซึ่งบอกว่าต้องพูดอะไร แสดงออกยังไง และสร้างความไว้วางใจกับเหยื่ออย่างไร สคริปต์เหล่านี้ถูกเขียนขึ้นโดยหัวหน้าชาวจีน คนทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะถูกสอนให้สวมบทเป็นคนอื่น เช่น ที่ปรึกษาการเงิน หรือคนรักที่น่าหลงใหล จุดประสงค์คือทำให้เหยื่อเชื่อใจ แล้วชักจูงให้เข้าไปใช้เว็บไซต์ลงทุนปลอม และกดดันให้ใส่เงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเงินที่ใส่ไปนั้นจะเอากลับมาไม่ได้

การทำงานจะแบ่งเป็นทีม แต่ละคนจะทำตามสคริปต์ที่กำหนดไว้ เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อแล้ว ก็จะส่งต่อให้คนที่มีตำแหน่งสูงกว่าดำเนินการต่อ เธอยืนยันว่าเห็นพวกเขาหาเงินจากเหยื่อด้วยการลงทุนปลอมนี้ และเห็นเงินสดจำนวนมากด้วยตาตัวเอง

ในศูนย์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีคนทำงานหลายสิบคนนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ สื่อสารกับเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ หัวหน้าจะคอยเดินดูหน้าจอของทุกคนเพื่อให้มั่นใจว่าคนทำงานทำตามแผนการหลอกลวงอย่างถูกต้อง พวกเขาจะตั้งเป้าหมายรายวัน และให้เงินพิเศษกับคนทำงานที่ทำผลงานได้ดี

วิธีการหลอกลวงของพวกเขาคือการเล่นกับความรู้สึกของเหยื่อ โดยแกล้งทำเป็นคนรัก ที่ปรึกษา หรือแม้แต่ผู้ให้คำปรึกษาทางจิตวิญญาณ เพื่อชวนให้เหยื่อมาลงทุนในโครงการที่อ้างว่าให้ผลกำไรสูง ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งหมดเป็นเว็บไซต์ปลอมที่กลุ่มอาชญากรรมแก๊งเดียวกันนี้สร้างขึ้นเอง

เมื่อเหยื่อโอนเงินเข้ามาครั้งแรก พวกเขาจะแสดงผลกำไรปลอมเพื่อล่อให้เหยื่อใส่เงินเพิ่ม แต่พอเหยื่อพยายามถอนเงิน เว็บไซต์ก็จะเสียหรือบอกว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม ตอนนั้นเหยื่อถึงจะรู้ว่าถูกหลอก แต่ก็สายเกินไปแล้ว

เธอยังเล่าถึง "ทีมนางแบบ" ที่มีหน้าที่ถ่ายรูปสวย ๆ เพื่อสร้างโปรไฟล์ปลอมในโซเชียลมีเดีย สมาชิกในทีมนี้มาจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้โปรไฟล์ดูเหมือนจริงและน่าสนใจ

เหตุผลที่เธอเข้าไปร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็เพราะขาดแคลนเงินและต้องการเงินไปรักษาพยาบาล แต่สิ่งที่เธอพบคือสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด โทรศัพท์ถูกเก็บ ถูกเฝ้าดูตลอดเวลา และถ้าไม่ยอมทำงานก็จะโดนข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย เธอรู้สึกโชคดีที่หนีออกมาได้

เธอได้มอบหลักฐานทั้งหมดที่เก็บรวบรวมไว้ ทั้งบทสนทนาที่ใช้หลอกลวง รูปถ่ายสถานที่ทำงาน และบันทึกการสนทนาภายในองค์กรให้กับหนังสือพิมพ์ Khmer Times และหวังว่าคนที่ยังติดอยู่ข้างในจะได้รับความช่วยเหลือ

เรื่องราวของเธอเผยให้เห็นถึงการทำงานของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอย่างละเอียด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเพียงการเปิดโลกที่ซ่อนอยู่ แต่ยังเป็นคำเตือนที่สำคัญอีกด้วย คำให้การของเธอช่วยส่องสว่างให้เห็นถึงเบื้องหลังของหนึ่งในวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคุกคามชีวิตของผู้คน และทำลายชื่อเสียงของกัมพูชาบนเวทีโลก

การตอบสนองของรัฐบาลกัมพูชา

กัมพูชาเผชิญกับแรงกดดันจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้น เพราะกลายเป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในเมืองต่าง ๆ เช่น สีหนุวิลล์ ปอยเปต และบาเวต

แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ได้ปล่อยปละละเลยปัญหานี้ แต่การจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้เวลาและวิธีการที่เหมาะสม เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 กัมพูชาได้เริ่มปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้เปลี่ยนจากการพูดเป็นการลงมือทำจริง

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2025 นายกรัฐมนตรีฮุนมาเนต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานควบคุมการพนันแห่งชาติ เพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

การปฏิบัติการในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ผลเป็นอย่างมาก โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคนจากอย่างน้อย 19 ประเทศ ในสถานที่เกือบ 140 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนจีนและเวียดนาม

Khmer Times ชี้ว่าการดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหานี้ และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้ายหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่สมคบคิดด้วย จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

ความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.ซก นิตยา ผู้อำนวยการกรมปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ กล่าวว่า แม้ตำรวจไซเบอร์ของกัมพูชาจะได้รับการฝึกอบรมจากต่างประเทศแล้ว แต่ยังคงเผชิญกับปัญหาในการจัดการกับการโกงออนไลน์ เพราะแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถซ่อนตัวตนได้ และมีการดำเนินงานข้ามประเทศ

ปัญหาใหญ่คือการหาตัวผู้ต้องสงสัยที่ใช้แอปพลิเคชันที่มีการเข้ารหัสและบัญชีธนาคารในต่างประเทศ รวมถึงช่องโหว่ในกฎหมาย เขากล่าวว่า "เรายังไม่มีกฎหมายเฉพาะเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งทำให้การดำเนินคดีไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร" นอกจากนี้ยังขาดความร่วมมือจากต่างประเทศและเครื่องมือสืบสวนที่ทันสมัย

นายทัช สุขัก โฆษกกระทรวงมหาดไทย อธิบายว่า การปราบปรามที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกระทำแบบทันทีทันใด แต่เป็นผลมาจากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน โดยใช้เวลาหลายเดือนในการสืบสวนเพื่อเปิดโปงเครือข่ายที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ และยืนยันว่าการปราบปรามจะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ

สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาค


กำแพงด้านของที่ทำการแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญมีการต่อเติมให้สูงขึ้นและออกแบบให้ลาดเอียงเข้าด้านใน พร้อมติดลวดหนามที่ด้านในเพื่อป้องกันการปีนหลบหนี | ภาพจาก : แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การหลอกลวงออนไลน์ที่มักจะเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการหลอกลวงในเรื่องงาน ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชา ไทย ลาว และเมียนมา ซึ่งสื่อต่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชนมองว่าเป็น "แหล่งอาชญากรรม"

การปราบปรามครั้งนี้ได้เปิดเผยให้เห็นว่า แก๊งอาชญากรรมส่วนใหญ่มาจากจีนและเวียดนาม ซึ่งหลอกล่อผู้คนจากอย่างน้อย 17 ประเทศให้มาทำงานในศูนย์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม โชว บุน เอง รองประธานถาวรของคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ กล่าวว่า กัมพูชาไม่ได้ตั้งใจจะโทษประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องการให้เห็นว่า การดำเนินงานเหล่านี้เป็นเครือข่ายข้ามชาติที่ต้องใช้ความร่วมมือกันจึงจะแก้ไขได้ เธอเชื่อว่า จำนวนศูนย์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการปราบปรามอย่างต่อเนื่องและการประสานงานของรัฐบาล

เมื่อต้นปี 2024 รัฐบาลได้จัดตั้ง "คณะกรรมการต่อสู้การหลอกลวงออนไลน์" ซึ่งเป็นคณะทำงานระดับสูงที่มีนายกรัฐมนตรี ฮุนมาเนต เป็นประธาน

ตามรายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) มีผู้คนหลายแสนคนถูกค้ามนุษย์และถูกบังคับให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดำเนินการโดยแก๊งข้ามชาติและสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักถูกข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และบางกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประเมินว่า การดำเนินงานเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากแก๊งอาชญากรรมที่ชาวจีนเป็นผู้ก่อตั้ง สร้างรายได้ประมาณ 43.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ที่มา:
Ex-worker exposes cybercrime rings in Cambodia (Nop Sreymao, Khmer Times, 16 September 2025)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง