ศาลฮ่องกงสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาจำคุกนักกิจกรรม 45 ราย ทำให้คำสั่งลงโทษเดิมยังคงมีผลกับพวกเขา คดีความมั่นคงดังกล่าวนี้เป็นที่รู้จักในชื่อคดี "ฮ่องกง 47" ที่มีนักกิจกรรม 47 รายถูกจับกุมและมี 45 รายถูกตัดสินให้มีความผิดฐานสมคบคิดบ่อนทำลายอำนาจรัฐ จากการจัดเลือกตั้งจำลองเพื่อคานอำนาจกับระบบที่ไม่เป็นธรรม ในขณะที่อีก 2 ราย พ้นผิด
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ฮ่องกง ซึ่งประกอบด้วย เจเรมี พูน (Jeremy Poon), แอนเธีย ปัง (Anthea Pang), และ เดเรก ปัง (Derek Pang) ตัดสินยกคำร้องอุทธรณ์ให้มีการพิจารณาใหม่ในเรื่องที่นักกิจกรรม 45 ราย ของฮ่องกงถูกตัดสินให้มีความผิดในคดีความมั่นคง ส่งผลให้ยังคงคำตัดสินเดิมจากศาลชั้นต้นให้พวกเขายังคงได้รับโทษตามเดิม
นอกจากนี้ผู้พิพากษายังได้ยกคำอุทธรณ์จากฝ่ายรัฐบาลที่ขอให้กลับคำพิพากษายกฟ้อง ลอว์เรนซ์ เล่า (Lawrence Lau) ทนายความและนักกิจกรรมประชาธิปไตย ทำให้เขายังคงพ้นผิดตามคำตัดสินเดิม
ฮ่องกงฟรีเพรสรายงานเกี่ยวกับจำเลยในคดีนี้ 12 รายที่เข้ารับฟังการพิจารณาคดี โดยระบุว่าพวกเขายังคงดูมีกำลังใจ ยิ้มแย้ม และโบกมือให้กับเพื่อนและครอบครัวที่เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดี นอกจากนี้ยังมีจำเลยบางส่วนในคดีนี้ที่รับโทษจำคุกจนครบแล้ว เช่น Lester Shum, Jimmy Sham, Fergus Leung, Frankie Fung, และ Henry Wong เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีด้วย มีจำเลยบางส่วนที่ส่ายหัวช่วงที่มีการอ่านคำตัดสิน และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่จำเลย กวินเนต โห (Gwyneth Ho) หัวเราะ
คดี "ฮ่องกง 47"
คดีดังกล่าวนี้นับเป็นคดีความมั่นคงที่มีชื่อเสียงคดีหนึ่งของฮ่องกงเป็นที่รู้จักในชื่อว่าคดี "ฮ่องกง 47" ซึ่งเป็นการจับกุมตัวและดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมและนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในฮ่องกงรวม 47 ราย ด้วยข้อกล่าวหาสมคบคิดบ่อนทำลายอำนาจรัฐ
ซึ่งในปี 2024 ได้มีการตัดสินโดยศาลชั้นต้นให้จำเลย 45 รายจาก 47 รายมีความผิด เนื่องจากมีบทบาทเกี่ยวข้องกับจัดเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในปี 2020 โดยที่เบนนี ไท นักวิชาการด้านกฎหมายได้รับโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี โดยที่ไทถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการใหญ่ ส่วนจำเลยอีก 2 รายที่ได้รับการตัดสินให้พ้นโทษ คือ ลอว์เรนซ์ เล่า (Lawrence Lau) ทนายความและนักกิจกรรมประชาธิปไตย และ Lee Yue-Chun อดีตสมาชิกสภาเขต
สาเหตุที่ฝ่ายประชาธิปไตยจัดเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการในครั้งนั้นเป็นเพราะต้องการให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีโอกาสในการชนะการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติโดยได้รับเสียงข้างมาก ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถโหวตคัดค้านร่างงบประมาณแผ่นดินได้ โดยจะส่งผลให้เกิดการกดดันเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งแบบทั่วไป เนื่องจากในฮ่องกงยังมีระบบการเลือกตั้งแบบที่มีข้อจำกัด โดยที่ในการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการนั้นมีผู้มาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ แต่หลายเดือนถัดมาทางการฮ่องกงก็ทำการกวาดต้อนจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งดังกล่าวนี้
เจเรมี พูน กล่าวในคำตัดสินว่า แผนการจัดเลือกตั้งไม่เป็นทางการที่มีต้นคิดและได้รับการสนับสนุนจากไทนั้น นับเป็น "อาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงต่อรัฐธรรมนูญ" เพราะมีเป้าหมายเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐธรรมนูญ
ในช่วงที่มีการดำเนินคดีเมื่อปี 2025 ทนายความฝ่ายจำเลย อิริค สั่ม (Erik Shum) โต้แย้งว่า สส. ควรจะได้รับอนุญาตให้ทำการโหวตคัดค้านร่างงบประมาณได้ในฐานะที่เป็นการ "ตรวจสอบและถ่วงดุล" แบบเดียวกับที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเล็กของฮ่องกง
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ยังได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งจากฝ่ายจำเลยที่ว่า พวกเขาได้รับการดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมเนื่องจากมีการแทรกแซงทางตุลาการและการลงโทษจำคุกอย่างน้อย 7 ปีนั้นถือว่ามากเกินไป นอกจากนี้ศาลยังได้ปฏิเสธคำโต้แย้งจากฝ่ายรัฐบาลที่อ้างว่าศาลชั้นต้น "บิดเบือน" คำวินิจฉัยในการตัดสินให้ เล่า พ้นโทษ
เรียบเรียงจาก
Court rejects appeals of all 12 activists in landmark ‘Hong Kong 47’ national security case, HKFP, 23-02-2026
Hong Kong court rejects appeal in landmark subversion case, Aljazeera, 23-06-2026
