Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'จานนี อินฟานติโน' ประธาน FIFA อาจถูกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ตรวจสอบ หลังกลุ่มสิทธิมนุษยชน FairSquare ประกาศว่าาจะยื่นคำร้องกล่าวหาว่าอินฟานติโนละเมิดกฎความเป็นกลางทางการเมืองจากการสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา คำร้องนี้ต่อเนื่องจากคำร้องที่ยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA เมื่อธันวาคม 2025 ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภายุโรป 50 คนและสหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์แสดงการสนับสนุน ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามรวมถึงการตั้งรางวัลสันติภาพ FIFA และมอบให้ทรัมป์ การกลับคำโทษแบนผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ หลังทรัมป์โทรศัพท์ถึงอินฟานติโน และรายการทรัพย์สินของทรัมป์ที่ระบุว่าได้รับตั๋วชมการแข่งขันมูลค่า 15,000 ดอลลาร์จากอินฟานติโน

  • กลุ่มสิทธิมนุษยชน FairSquare ระบุว่าจะยื่นคำร้องต่อ IOC ซึ่งอินฟานติโนเป็นสมาชิกตั้งแต่ 2020 โดยกล่าวหาว่าละเมิดกฎความเป็นกลางทางการเมืองซ้ำหลายครั้ง ขณะที่คำร้องต่อคณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA ที่ยื่นไปตั้งแต่ธันวาคม 2025 อ้างมาตรา 15 ของประมวลจริยธรรม FIFA ซึ่งมีโทษปรับขั้นต่ำ 10,000 ฟรังก์สวิส (12,378 ดอลลาร์) และแบนจากกิจกรรมฟุตบอลได้ถึง 2 ปี
  • FIFA ยกเลิกโทษแบนหนึ่งนัดของโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ หลังทรัมป์โทรศัพท์ถึงอินฟานติโนเพื่อขอให้ทบทวน เป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปีที่ FIFA ยกเลิกโทษแบนจากใบแดงที่ได้รับระหว่างฟุตบอลโลก และ UEFA ออกแถลงการณ์คัดค้าน ส่วนอินฟานติโนปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
  • เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินปี 2025 ของทรัมป์ระบุว่าอินฟานติโนมอบตั๋วชมนัดชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์สโมสรโลก 10 ใบ มูลค่า 15,000 ดอลลาร์ FIFA เช่าพื้นที่สำนักงานในอาคาร Trump Tower มาเป็นเวลา 1 ปี และอินฟานติโนระบุว่าทรัมป์จะร่วมมอบถ้วยรางวัลให้ทีมชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026


ภาพจาก: The White House 

กลุ่มสิทธิมนุษยชน FairSquare ประกาศเมื่อ 8 กรกฎาคม 2026 ว่าจะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Committee: IOC) กล่าวหาว่าจานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธาน FIFA ละเมิดกฎว่าด้วยความเป็นกลางทางการเมืองซ้ำหลายครั้ง ผ่านการแสดงการสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐอเมริกา อินฟานติโนเป็นสมาชิก IOC ตั้งแต่ 2020 การยื่นคำร้องดังกล่าวจะทำให้ข้อพิพาทซึ่งเดิมอยู่ในกลไกภายในของ FIFA ขยายไปสู่องค์กรกีฬาระหว่างประเทศอีกแห่ง ตามรายงานของสื่อ Reuters

คำร้องต่อ IOC เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากคำร้องที่ FairSquare ยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA เมื่อธันวาคม 2025 โดยอ้างถึงหลายกรณีที่อินฟานติโนแสดงการสนับสนุนต่อการดำเนินการและนโยบายของทรัมป์อย่างเปิดเผย และขอให้ตรวจสอบบทบาทของอินฟานติโนในการตั้งรางวัลสันติภาพ FIFA (FIFA Peace Prize) การมอบรางวัลดังกล่าวให้ทรัมป์ รวมถึงความสอดคล้องของกระบวนการเหล่านี้กับระเบียบวิธีปฏิบัติของ FIFA

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน มีการเปิดเผยข้อมูลและเหตุการณ์อีกหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างอินฟานติโนกับทรัมป์ ได้แก่ การที่ FIFA ยกเลิกโทษแบนของผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ หลังทรัมป์โทรศัพท์ถึงอินฟานติโน เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินของทรัมป์ที่ระบุการรับตั๋วชมการแข่งขันจากอินฟานติโน และจดหมายจากสมาชิกรัฐสภายุโรป 50 คน ที่เรียกร้องให้คณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA เร่งดำเนินการสอบสวน แต่ FIFA ไม่ตอบคำถามของสื่อในประเด็นเหล่านี้

การกลับคำโทษใบแดงหลังการโทรศัพท์ของทรัมป์

หลังทีมชาติสหรัฐฯ ชนะการแข่งขันในรอบ 32 ทีม ทรัมป์โทรศัพท์ถึงอินฟานติโนเป็นการส่วนตัว และขอให้ทบทวนโทษแบนหนึ่งนัดของโฟลาริน บาโลกัน (Folarin Balogun) กองหน้าซึ่งเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีม ต่อมา FIFA ประกาศว่าบาโลกันมีสิทธิลงเล่นในนัดพบเบลเยียม สื่อ The Intercept รายงานว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 64 ปีที่ FIFA ยกเลิกโทษแบนจากใบแดงที่ผู้เล่นได้รับระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก ทีมชาติสหรัฐฯ แพ้เบลเยียมในนัดดังกล่าวด้วยสกอร์ 1-4

ทรัมป์เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ในวันเดียวกัน ขอบคุณ FIFA ที่ดำเนินการในสิ่งที่เขาเห็นว่าถูกต้องและกลับคำตัดสินที่เขาเรียกว่าความอยุติธรรม ต่อมาทรัมป์กล่าวถึงราฟาเอล เคลาส์ (Raphael Claus) ผู้ตัดสินที่ให้ใบแดงบาโลกันหลังการตรวจสอบตามคำแนะนำของผู้ช่วยผู้ตัดสิน VAR ว่ามีความน่าสงสัยอย่างมาก ซึ่งสื่อ The Intercept ระบุว่าเป็นการอ้างถึงข้อกล่าวหาเรื่องการล็อคผลการแข่งขันในอดีต

สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (UEFA) ออกแถลงการณ์แสดงความไม่เชื่อต่อการตัดสินใจที่ระบุว่าไม่เคยมีมาก่อน ไม่อาจเข้าใจได้ และไม่มีเหตุผลรองรับ โดยระบุว่าการตัดสินใจนี้ส่งผลต่อทั้งการแข่งขันและกีฬาฟุตบอลโดยรวม แถลงการณ์ของ UEFA ระบุว่ากีฬาทุกประเภทอาศัยกฎกติกาเป็นพื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส และเมื่อความแน่นอนของกฎไม่ได้รับการรับประกันจากผู้ที่มีหน้าที่รักษากฎ ความสมบูรณ์ของกีฬาและความน่าเชื่อถือของการแข่งขันจะได้รับผลกระทบ

เมื่อถูกถามว่าการเข้าแทรกแซงของเขาจะสร้างบรรทัดฐานให้ผู้นำประเทศอื่นพยายามใช้อิทธิพลต่อวงการฟุตบอลหรือไม่ ทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว โดยกล่าวว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ และสิ่งที่เขาทำคือการบอกว่าเรื่องนี้ควรได้รับการทบทวน ด้านอินฟานติโนปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ตามรายงานของสื่อ Reuters

ทรัมป์ยังกล่าวว่า หากเบลเยียมเอาชนะสหรัฐฯ ได้ เขาจะระบุว่าผลการแข่งขันถูกจัดฉาก เช่นเดียวกับที่เขากล่าวถึงการเลือกตั้งปี 2020 สื่อ The Intercept รายงานว่าทรัมป์กล่าวอ้างเรื่องการเลือกตั้งที่ถูกจัดฉากมาต่อเนื่องหลายปี รวมถึงการแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ให้แก่โจ ไบเดน (Joe Biden) ทั้งที่ผลการเลือกตั้งได้รับการรับรอง และคดีที่ยื่นคัดค้านผลการเลือกตั้ง 61 จาก 62 คดีไม่เป็นผล

รางวัลสันติภาพ FIFA และคำร้องด้านจริยธรรม

FIFA ตั้งรางวัลสันติภาพขึ้นเมื่อปี 2025 และมอบรางวัลครั้งแรกให้ทรัมป์ในพิธีจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2026 ที่ศูนย์ศิลปะการแสดงจอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy Center for the Performing Arts) กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 5 ธันวาคม 2025 อินฟานติโนมอบถ้วยรางวัล เหรียญ และใบประกาศเกียรติคุณให้ทรัมป์ ก่อนหน้านั้นมีการฉายวิดีโอที่กล่าวถึงการดำเนินนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ และอินฟานติโนกล่าวบนเวทีว่าทรัมป์สามารถวางใจในการสนับสนุนของเขาได้เสมอ ตามข้อมูลในคำร้องซึ่งสื่อ CNBC อ้างถึง ในการมอบรางวัล FIFA ระบุว่าทรัมป์ได้รับการยกย่องจากความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมสันติภาพ

สื่อ The Intercept รายงานว่า FIFA ตั้งรางวัลนี้ขึ้นหลังจากความพยายามของทรัมป์ในการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไม่เป็นผล และระบุว่าในช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงทางทหาร ความขัดแย้งด้วยอาวุธ และสงครามมากกว่า 20 กรณี ตามการวิเคราะห์ของสื่อดังกล่าว จามี ชิน (Jhamie Chin) โฆษก FIFA เลี่ยงที่จะตอบคำถามในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เกี่ยวกับประเด็นนี้ และไม่ตอบคำถามที่ส่งไปเพิ่มเติม

คำร้องของ FairSquare ต่อคณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA ระบุว่าอินฟานติโนละเมิดมาตรา 15 ของประมวลจริยธรรม FIFA ซึ่งว่าด้วยหน้าที่ในการวางตัวเป็นกลาง ผู้ที่อยู่ภายใต้ประมวลจริยธรรมนี้ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยการฝ่าฝืนมีโทษปรับขั้นต่ำ 10,000 ฟรังก์สวิส (12,378 ดอลลาร์) และอาจถูกสั่งห้ามเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านฟุตบอลได้ถึง 2 ปี

คำร้องยังขอให้คณะกรรมการจริยธรรมตรวจสอบว่าการตัดสินใจตั้งรางวัลสันติภาพประจำปีและการมอบรางวัลให้ทรัมป์ในพิธีจับสลากนั้น ผ่านการพิจารณาของสภา FIFA (FIFA Council) หรือเป็นการตัดสินใจของอินฟานติโนเพียงลำพัง FairSquare ระบุว่า หากอินฟานติโนดำเนินการเองโดยไม่มีอำนาจตามข้อบังคับรองรับ กรณีนี้ควรถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบอย่างร้ายแรง

สำนักเลขาธิการของคณะอนุกรรมการสอบสวนของ FIFA รับทราบการได้รับคำร้องเมื่อธันวาคม 2025 แต่ FairSquare ระบุว่ายังไม่มีสัญญาณว่ามีการเปิดการสอบสวน ในจดหมายที่สื่อ Reuters ได้เห็น FIFA แจ้ง FairSquare ว่าสำนักเลขาธิการอาจเริ่มการสอบสวนเบื้องต้นในกรณีที่อาจเข้าข่ายการละเมิดประมวลจริยธรรม ตามคำสั่งของประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องไม่ได้เป็นหลักประกันว่ากระบวนการทางจริยธรรมจะมีการดำเนินการ และผู้ยื่นคำร้องไม่ได้เป็นคู่กรณีในกระบวนการ จึงไม่ได้รับข้อมูลความคืบหน้าเนื่องจากข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับ

เมื่อ 29 มิถุนายน 2026 สมาชิกรัฐสภายุโรป 50 คนจาก 13 ประเทศ ลงนามในจดหมายสนับสนุนคำร้องของ FairSquare และเผยแพร่ต่อสาธารณะ จดหมายเรียกร้องให้คณะกรรมการจริยธรรมของ FIFA ตรวจสอบการตัดสินใจตั้งรางวัลสันติภาพประจำปีและการมอบรางวัลให้ทรัมป์ และถามโดยเฉพาะว่าการตัดสินใจดังกล่าวมาจากสภา FIFA คณะกรรมการบริหารของสภา หรืออินฟานติโนเพียงลำพัง สมาชิกรัฐสภาระบุว่าประมวลจริยธรรมของ FIFA กำหนดให้อินฟานติโนวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และเห็นว่าการแสดงการสนับสนุนทรัมป์ต่อสาธารณะขัดกับข้อบังคับของ FIFA จดหมายระบุว่าคำร้องนี้เป็นโอกาสให้ FIFA แสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ

แบร์รี แอนดรูวส์ (Barry Andrews) สมาชิกรัฐสภายุโรปจากกลุ่ม Renew ซึ่งเป็นผู้ประสานงานจดหมาย กล่าวว่าฟุตบอลโลกมีเป้าหมายในการรวมผู้คนจากทั่วโลก และเมื่อประธาน FIFA ให้ความสำคัญกับผู้นำประเทศหนึ่งมากกว่าอีกประเทศหนึ่ง จะทำให้ FIFA และการแข่งขันทั้งรายการเสียชื่อเสียง FairSquare ระบุว่าการเข้ามาของสมาชิกรัฐสภายุโรปครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่มีนัยสำคัญที่สุดของผู้กำหนดนโยบายในยุโรปต่อปัญหาการบริหารจัดการและการละเมิดกฎในระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลโลก นับตั้งแต่รัฐสภายุโรปเรียกร้องให้เซปป์ แบล็ตเตอร์ (Sepp Blatter) ประธาน FIFA คนก่อนหน้าลาออกเมื่อ 2015 แบล็ตเตอร์ลาออกหลังได้รับเลือกตั้งใหม่ในปีเดียวกันท่ามกลางเรื่องอื้อฉาว

สหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์ (Norwegian Football Federation) สนับสนุนคำร้องอย่างเป็นทางการ โดยขอให้คณะกรรมการจริยธรรมประเมินว่าอินฟานติโนละเมิดข้อบังคับของ FIFA ว่าด้วยความเป็นกลางทางการเมืองจากการมอบรางวัลสันติภาพและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ สื่อ Press TV ระบุว่าจนถึงขณะนี้ นอร์เวย์เป็นชาติเดียวจากสมาชิก FIFA ทั้งหมด 211 ชาติที่ดำเนินการเช่นนี้ นอกจากนี้ FairSquare ได้เปิดตัวแคมเปญเรียกร้องการปฏิรูป FIFA ในชื่อ Reboot เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มขึ้น

เคิร์สตี โคเวนทรี (Kirsty Coventry) ประธาน IOC กล่าวว่ายังไม่ได้รับคำร้องให้คณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา และระบุว่าหากมีการยื่นคำร้องเข้ามา ทาง IOC จะตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ตั๋วชมการแข่งขัน สำนักงาน และบทบาทในพิธีมอบถ้วย

เอกสารเปิดเผยทรัพย์สินประจำปี 2025 ของทรัมป์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 ระบุว่าอินฟานติโนมอบตั๋วเข้าชมนัดชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์สโมสรโลก (Club World Cup) ที่สนาม MetLife ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อกรกฎาคม 2025 จำนวน 10 ใบ มูลค่ารวม 15,000 ดอลลาร์ ให้แก่ทรัมป์ ทรัมป์เข้าชมการแข่งขันดังกล่าว ซึ่ง Chelsea เอาชนะ Paris Saint-Germain 3-0 และลงไปในสนามเพื่อร่วมมอบถ้วยรางวัลกับอินฟานติโน สื่อ CNBC ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการมอบตั๋วดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจใดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ทำเนียบขาวและ FIFA ไม่ตอบคำขอความเห็น

ตั๋วจากอินฟานติโนเป็นส่วนหนึ่งของรายการตั๋วกีฬาที่ทรัมป์ได้รับและเปิดเผยในเอกสารฉบับเดียวกัน ซึ่งรวมถึงตั๋วชม Super Bowl 10 ใบ มูลค่า 50,000 ดอลลาร์ ตั๋วชมเทนนิส US Open 10 ใบ มูลค่า 25,000 ดอลลาร์ และตั๋วชม Ryder Cup มูลค่า 11,250 ดอลลาร์ รวมมูลค่าตั๋วกีฬาที่ทรัมป์รายงานในปีดังกล่าวเกือบ 120,000 ดอลลาร์ โดยมาจากพันธมิตรทางการเมือง เจ้าของทีม ผู้สนับสนุน และผู้บริหารในวงการกีฬา ในปีที่ทรัมป์ใช้การแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่เป็นเวทีทางการเมืองและวัฒนธรรมหลายครั้ง

อินฟานติโนประกาศทางสื่อ Fox News เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ว่าทรัมป์จะร่วมมอบถ้วยรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศฟุตบอลโลกในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ที่สนาม MetLife ซึ่งจะทำให้ทรัมป์อยู่ในพิธีการที่มีผู้ชมมากที่สุดของการแข่งขัน

FIFA เช่าพื้นที่สำนักงานในอาคาร Trump Tower ในนครนิวยอร์กมาเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นอาคารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ นอกจากนี้ สื่อ The Intercept รายงานว่า FIFA ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของทรัมป์ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในวงการฟุตบอลสำหรับกระบวนการฟื้นฟูในพื้นที่หลังความขัดแย้ง ตามที่อินฟานติโนประกาศเมื่อต้นปีนี้ ทรัมป์เป็นประธานและควบคุมการเงินของคณะกรรมการดังกล่าว สื่อ The Intercept ระบุว่า FIFA เลี่ยงที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับรางวัลสันติภาพและความสัมพันธ์กับทรัมป์มาเป็นเวลากว่า 6 เดือน

อินฟานติโนปรากฏตัวร่วมกับทรัมป์หลายครั้งนับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่ง ทั้งที่ทำเนียบขาว ในงานของ FIFA และในพิธีจับสลากแบ่งสาย ทรัมป์และอินฟานติโนปรากฏตัวในการจับสลากตั๋วในเดือนเดียวกับที่ทรัมป์เปลี่ยนชื่อศูนย์เคนเนดีเป็น Trump Kennedy Center ซึ่งต่อมาศาลมีคำสั่งให้นำชื่อของประธานาธิบดีออกจากชื่อศูนย์ศิลปะดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายคนเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก รวมถึงมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีต่างประเทศ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ (Robert F. Kennedy Jr.) รัฐมนตรีสาธารณสุขและบริการมนุษย์ และฌอน ดัฟฟี (Sean Duffy) รัฐมนตรีคมนาคม ทำเนียบขาวโพสต์ข้อความสนับสนุนทีมชาติสหรัฐฯ บนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เผยแพร่วิดีโอการแข่งขันของทีมชาติสหรัฐฯ ในอดีตพร้อมข้อความเกี่ยวกับความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ

มาร์กเวย์น มัลลิน (Markwayne Mullin) ซึ่งสื่อ CNBC ระบุตำแหน่งว่าเป็นรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ถูกวิจารณ์หลังกล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงเรื่องการรักษาความปลอดภัยของฟุตบอลโลกเมื่อวันจันทร์ว่าเขาเต้นด้วยความยินดีต่อการตกรอบของทีมชาติอิหร่าน และแสดงความพอใจที่ทีมอิหร่านจะเดินทางออกจากสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ฟุตบอลอิหร่านกล่าวหาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าปฏิบัติต่อทีมอย่างไม่เหมาะสม ขณะที่มัลลินปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องวีซ่าและการรักษาความปลอดภัย ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิไม่ตอบคำขอความเห็น

จดหมายของสมาชิกรัฐสภายุโรปยังวิจารณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง FIFA กับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 และข้อตกลงการสนับสนุนกับบริษัทน้ำมันของรัฐ Aramco ซึ่งสมาชิกรัฐสภาระบุว่าเป็นบริษัทที่ปล่อยมลพิษมากที่สุดในโลก

ตามรายงานของสื่อ Press TV อิกบัล จัสซัต (Iqbal Jassat) กรรมการบริหารขององค์กร Media Review Network ในแอฟริกาใต้ เขียนว่าฟุตบอลโลก 2026 แสดงให้เห็นว่าอำนาจรัฐ การบังคับใช้กฎหมายชายแดน และผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ มีน้ำหนักเหนือหลักการด้านความเสมอภาคและการเข้าถึงที่องค์กรกีฬาระหว่างประเทศระบุว่ายึดถือ จัสซัตชี้ไปที่ข้อจำกัดด้านวีซ่าและการกีดกันที่ส่งผลต่อทีม เจ้าหน้าที่ และผู้ชมจากประเทศในกลุ่มโลกใต้ รวมถึงอิหร่าน

FIFA ระบุว่าฟุตบอลโลก 2026 เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จัดขึ้นในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานระดับรัฐบาลกลางในด้านวีซ่า การรักษาความปลอดภัย การขนส่ง และการดำเนินการทางการทูต คำร้องของ FairSquare ต่อ IOC ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่น ขณะที่กระบวนการของคณะกรรมการจริยธรรม FIFA ยังไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้าต่อสาธารณะ


ที่มา:
Rights group plans complaint to IOC against Infantino over Trump support (Rohith Nair, Reuters, 8 July 2026) 
FIFA Gives Trump Exactly What He Wants (Nick Turse, The Intercept, 6 July 2026) 
European lawmakers urge FIFA ethics probe into Infantino's Trump 'peace prize' award (Press TV, 3 July 2026) 
Trump got $15,000 in FIFA tickets from Gianni Infantino. Next up: Presenting the World Cup trophy (Luke Fountain, CNBC, 1 July 2026) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง