Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

‘อนุทิน-อันวาร์’ ร่วมหารือเต็มคณะไทย-มาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ เศรษฐกิจ-การค้า-การลงทุน-การท่องเที่ยว และความมั่นคง เดินหน้าเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานสองประเทศ ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทยกับมาเลเซีย

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อมกันด้วย 

‘สุริยะ’ ลงนาม MOU เกษตรไทย-มาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือหลายมิติทั้งด้านวิชาการ- เทคโนโลยี-นวัตกรรมทางการเกษตร พร้อมเร่งคลี่ปมสินค้าเกษตรโดยเฉพาะกุ้งและปลากะพง ขีดเส้นจบปัญหาในเดือนนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือเต็มคณะ กับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้คือการเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน โดยในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทยกับมาเลเซีย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ–หาดใหญ่–บัตเตอร์เวิร์ธให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับการเดินทางและโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาค

ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันส่งเสริมการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมบริเวณชายแดน รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ

ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงมอบหมายรัฐมนตรีเกษตรของทั้งสองประเทศหาทางออกร่วมกันในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงให้เร็วที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ปี 2570 จะครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–มาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจะขับเคลื่อน MOU ที่อยู่ระหว่างการจัดทำระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้เสร็จสิ้นโดยเร็วพร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังชื่นชมบทบาทของไทยในประเด็นเมียนมา โดยมาเลเซียและไทยต่างมองว่าปัญหาเมียนมาจะแก้ไขได้ด้วยการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาก็ได้มีความพยายามในการแก้ไขความไม่สงบในเมียนมา รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนประเด็นกุ้งและปลากระพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศ ได้หาทางออกร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเร่งผลักดันให้การปฏิบัติเกิดขี้นโดยเร็วเพื่อคลี่คลายปัญหาของเกษตรกร

‘สุริยะ’ ลงนาม MOU เกษตรไทย-มาเลเซีย

เร่งคลี่ปมกุ้ง-ปลากะพง

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ภายในวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 ได้เดินทางมายังประเทศมาเลเซีย ณ เมืองปูตราจายา และกรุงกัวลาลัมเปอร์ อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยได้เข้าพบ นายดาโต๊ะ เซอรี โมฮาหมัด ซาบู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย (Datuk Seri Mohamad Sabu) พร้อมร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (Memorandum of Understanding: MOU on Agricultural Cooperation) ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกับกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการประสานงานและการหารือระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งในด้านความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงการหารือเพื่อแก้ไขประเด็นด้านการค้าและมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศได้มีการหารือในระดับเทคนิคแล้ว ทั้งในด้านประมงและด้านปศุสัตว์ โดยในประเด็นด้านประมง ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับการเดินทางไปตรวจประเมินระบบที่เกี่ยวข้องภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ หน่วยงานด้านเทคนิคของไทยและมาเลเซียจะดำเนินการหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการแก้ไขประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีความคืบหน้าโดยเร็ว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง