เกาหลีใต้ประสบปัญหามีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในช่วงเวลา 3 เดือนแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีช่องโหว่ในเรื่องนี้อยู่ ถึงแม้จะมีการเตือนในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น
9 เม.ย. 2569 สื่อต่างชาติรายงานว่า เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินของเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ทางการได้เพิ่มความพยายามในการป้องกันไม่ให้มีการใช้บัญชีธนาคารในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวงต้มตุ๋นด้วยเสียงหรือการหลอกลวงอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีบัญชีที่น่าสงสัยเพิ่มมากขึ้น โดยมีการเปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ข้อมูลดังกล่าวนี้มาจาก หน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (FSS) ซึ่งระบุว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ในธนาคารหลัก 9 แห่งในเกาหลีใต้ เช่น KB Kookmin, iM Bank, KakaoBank มีบัญชีมากกว่า 7,700 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงิน เพิ่มขึ้นจากเดิม 3,784 บัญชี ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
โดยบัญชีฉ้อโกงเหล่านี้มีบัญชีของ iM Bank อยู่มากที่สุดอยู่ที่ 1,653 บัญชี ตามมาด้วยธนาคาร Hana อยู่ที่ 1,511 บัญชี ธนาคาร Woori 1,404 บัญชี และ ธนาคาร KakaoBank อยู่ที่ 1,017 บัญชี ปัญหาในเรื่องนี้ยังคงเกิดขึ้นแม้ว่าทางการเกาหลีใต้ได้พยายามคุมเข้มปราบปรามอาชญากรรมการเงินและมีการเพิ่มการเตือนเรื่องการหลอกลวงทางการเงิน
นับตั้งแต่ปี 2568 ทางการเกาหลีใต้ได้พยายามผลักดันร่างกฎหมาย "การรับผิดแม้ปราศจากความผิด" ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้สถาบันการเงินที่ปล่อยให้สแกมเมอร์ใช้บัญชีปลอมหลอกลวงประชาชน จะต้องมีการชดเชยให้กับเหยื่อที่ถูกหลอกลวงด้วยถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีความผิดฐานปล่อยปละละเลยก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภคและทำให้ธนาคารมีการควบคุมจากภายในมากขึ้นด้วย
ทาง FSS เคยแถลงเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะขับเคลื่อนทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมดในการสร้างความคืบหน้าให้กับการแก้ปัญหาการหลอกลวงทางการเงิน ทางด้านธนาคารในเกาหลีใต้ก็ได้วางมาตรการโต้ตอบสแกมเมอร์ เช่น การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์หรือ AI รวมถึงมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจในเรื่องนี้
พนักงานธนาคาร Woori เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 พวกเขาได้ใช้ AI ในการตรวจจับการหลอกลวง โดยให้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อความตัวอักษรสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานแล้วก็แจ้งเตือนเมื่อต้องสงสัยว่ามีการหลอกลวง นอกจากนี้ ยังเน้นเตือนกลุ่มเสี่ยงอย่างนักศึกษามหาวิทยาลัย นักศึกษาต่างชาติ โดยมีการโฆษณาในเชิงเตือนให้ระวังเหตุ
ทางด้าน iM Bank ที่มีบัญชีหลอกลวงเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้ได้เปิดเผยว่าพวกเขามีมาตรการเข้มงวดขึ้นในการคัดกรองโดยอาศัยคณะทำงานเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว มีการเพิ่มความเข้มงวดขึ้นในการเปิดบัญชีใหม่ และใช้การพิสูจน์ยืนยันตัวตนโดยอาศัยเครื่องมือจดจำใบหน้า
สำหรับ Toss Bank ซึ่งเป็นธนาคารกู้ยืมที่ดำเนินการผ่านทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พวกเขาได้เพิ่มการประสานงานในหลายภาคส่วนเพื่อโต้ตอบสถานการณ์ให้ดียิ่งขึ้น เช่น ภาคส่วนคุ้มครองผู้บริโภค ภาคส่วนตรวจจับการหลอกลวงต้มตุ๋น ทีมงานต่อต้านการฟอกเงิน และทีมทนายความ ซึ่งวิธีการของพวกเขาสมารถลดจำนวนบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงลงได้เกือบครึ่งหนึ่งเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
เรียบเรียงจาก
Fraud-linked bank accounts surge despite regulator's warning, The Korea Times, 04-04-2026
