ถึงแม้จะมีปฏิบัติการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์โดยรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งประกาศว่าสามารถจับกุมชาวจีนได้ 52 ราย และชาวพม่า 4 ราย ทางตอนใต้ของรัฐฉาน แต่ชาวบ้านก็ตั้งข้อกังขาว่าพื้นที่ดังกล่าวยากที่สแกมเมอร์จากภายนอกจะเข้ามาตั้งกิจการได้โดยไม่มี "การคุ้มกัน" จากผู้มีอำนาจในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ทหารของทางการพม่าเปิดเผยว่าพวกเขาจับกุมชาวจีน 52 ราย และ ชาวพม่า 4 ราย ได้จากปฏิบัติการบุกทลายศูนย์สแกมเมอร์ที่เมืองปั่น ทางตอนใต้ของรัฐฉาน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวก็มีข้อกังขาว่าทำไมแก๊งสแกมเมอร์ถึงเข้ามาตั้งกิจการในพื้นที่นี้ได้
แถลงการณ์จากรัฐบาลทหารพม่าเปิดเผยว่าพวกเขาปฏิบัติการจับกุมบุคคลเหล่านี้ที่ศูนย์สแกมเมอร์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีการยึดของกลางต่างๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์, แลปท็อป, เครื่องมือเชื่อมอินเทอร์เน็ตสตาร์ลิงค์, เครื่องปั่นไฟ, เครื่องเก็บพลังงานไฟฟ้า ในสถานที่ที่ทางการบอกว่าเป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ โดยพบว่ามีเครื่องมือบางส่วนที่ถูกเผาทำลายซึ่งบ่งชี้ว่าอาจจะมีการพยายามทำลายหลักฐานช่วงที่มีการบุกทลาย
ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่าการที่มีแก๊งสแกมเมอร์เข้ามาตั้งกิจการในป่าห่างไกลจากเมืองและชายแดนไทยรวมถึงมีการควบคุมการเดินทางที่เข้มงวดเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่หรือกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ให้การสนับสนุนหรือคุ้มครองพวกเขา
โดยสถานที่ตั้งศูนย์สแกมเมอร์แห่งนี้ เป็นถนนที่นำไปสู่เชียงตุงอยู่ห่างจากเมืองปั่นขึ้นไปทางตอนเหนือ 20 กม. เป็นที่ๆ มีกองกำลังติดอาวุธหลายฝ่ายควบคุมอยู่ รวมถึงกองทัพพม่าและกลุ่มอื่นๆ
ชาวบ้านบอกว่า น่าจะมีการคุ้มกันศูนย์สแกมเมอร์แบบปิดลับมากถึงขนาดชาวบ้านไม่รู้ว่ามีที่แบบนี้อยู่ ซึ่งพวกเขามองว่ามัน "ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปอยู่ในพื้นที่ป่าแบบนั้นโดยไม่มีใครหนุนหลัง"
ถึงแม้ว่าทางการจะระบุว่าการบุกทลายในครั้งนี้เป็นความพยายามปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ แต่ชาวบ้านบางส่วนก็ตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีการมาปราบปรามเอาตอนนี้ ซึ่งกรณีนี้นับเป็นกรณีแรกในเมืองปั่นที่มีการรายงานว่ามีสแกมเมอร์ ชาวบ้านบางส่วนยังมองว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางการอาจจะกำลังส่งสัญญาณว่าจะมีการขยายการปราบปรามในวงกว้างมากขึ้น
มีชาวบ้านรายหนึ่งตั้งคำถามว่า ถ้าหากว่ามีความพยายามปราบปรามอย่างเอาจริงอย่างที่รัฐบาลว่ามา แก๊งคอลเซนเตอร์เหล่านี้ "ก็น่าจะหายไปนานแล้ว"
การจับกุมในครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่เริ่มมีการจับตามองอย่างใกล้ชิดมากขึ้นและมีการกดดันจากต่างชาติมากขึ้น ในเรื่องปัญหาเครือข่ายอาชญากรรมสแกมเมอร์ในพม่าโดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชายแดน
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้ประกาศจะให้เงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์แก่ผู้ให้เบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมเครือข่ายฟอกเงินรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในพม่า
นอกจากกรณีการบุกทลายที่เมืองปั่นแล้ว ชาวบ้านยังบอกอีกว่าช่วงปลายเดือนเมษายนที่่ผ่านมาก็มีกรณีการจับกุมอีก 2 กรณี คือเมื่อวันที่ 27 เมษายน มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ 52 รายที่ท่าขี้เหล็ก และในวันที่ 29 เมษายน มีการจับกุมชาวจีนอีกกลุ่มหนึ่งร่วมกับชาวพม่าที่หมู่เจ้
ทางการพม่าบอกว่าผู้ที่ถูกจับกุมที่เมืองปั่นจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้แจ้งชัดเจนว่าใครเป็นผู้ดำเนินการและให้เงินทุนปฏิบัติการ อีกทั้งยังไม่ได้บอกด้วยว่าจะมีการสืบสวนเพื่อสาวต่อในเรื่องนี้หรือไม่
ชาวบ้านบอกว่าทางการพม่าควรจะมีความโปร่งใสมากกว่านี้ ในเรื่องที่ว่าพวกเขาปล่อยให้มีการตั้งศูนย์สแกมเมอร์ได้อย่างไรในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้
เรียบเรียงจาก
Scam Raid in Mong Pan Sparks Questions Over Who Allowed It to Operate, SHAN, 06-05-2026
