ขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง-ชุมพร ได้จัดกิจกรรม “เดินวิ่งเพื่อสุขภาพเมืองระนอง หยุดแลนด์บริดจ์ หยุดSEC” จากหน้าศาลหลักเมืองระนอง ผ่านชุมชนในตัวเมืองระนอง และกลับมายังหน้าศาลหลักเมืองระนอง
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองระนอง ขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง-ชุมพร ได้จัดกิจกรรม “เดินวิ่งเพื่อสุขภาพเมืองระนอง หยุดแลนด์บริดจ์ หยุดSEC” จากหน้าศาลหลักเมืองระนอง ผ่านชุมชนในตัวเมืองระนอง และกลับมายังหน้าศาลหลักเมืองระนอง รวมระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร โดยมีประชาชนจังหวัดระนองและชุมพรเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 400 คน
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีการสวมใส่เสื้อสีเขียวสรีนข้อความ “หยุดแลนด์บริดจ์ หยุด SEC” และเสื้อสีแดงสกรีนข้อความ “LandBridge ขายฝัน SEC ขายชาติ” พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการและแจกแผ่นพับให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ และ ร่าง พรบ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และมีการอ่านคำประกาศเจตนารมณ์ก่อนออกเดินและวิ่ง
นายธันวา ขวัญทอง ผู้ประสานงานขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง-ชุมพร กล่าวว่า ต้องการแสดงเจตนารมณ์ว่าระนองเป็นเมืองสุขภาพ ถ้าเกิดโครงการแลนด์บริดจ์และ พรบ. SEC จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดระนองโดยตรง ทั้งป่าและทะเล รวมถึงอาชีพ และวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน เป็นผลกระทบมหาศาล ชาวเมืองระนองมองว่ามันไม่ได้ดีจริงตามที่รัฐบาลบอก
“อยากสื่อสารถึงผู้มีอำนาจว่าระนองไม่ได้หมูอย่างที่ท่านคิด ที่จะเอาแผ่นดินนี้ไปให้ต่างชาติ บรรพบุรุษสร้างมาให้คนบนผืนแผ่นดินไทยได้อยู่อาศัย แต่ท่านกำลังทำโครงการเมกะโปรเจกต์เพื่อเอื้อให้กับต่างชาติครอบครองสิทธิที่ดินทำกินบนผืนแผ่นดินนี้ ทุกคนรู้ว่าทรัพยากรธรรมชาติมีคุณค่ากับเขาขนาดไหน บ่อน้ำพุร้อนที่รักษาคนไปทั่วโลก เรามีป่าชีวมณฑล เรามีป่าชายเลนอันสมบูรณ์ อาชีพประมง กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลโปรดคิดใหม่ เราไม่ได้ขวางการพัฒนา แต่การพัฒนานั้นต้องไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่”
ด้านนายกิตติศักดิ์ โถวสมบัติ ประชาชน จ.ระนอง กล่าวว่า อยากชวนตั้งคำตามว่าแลนด์บริดจ์เป็นความเจริญจริงหรือเปล่า หรือเป็นความเจริญที่นำไปสู่ความวิบัติ หรือเป็นความเจริญที่นำไปสู่ความเสื่อมในบั้นปลาย อาจไม่ต่างจากแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟ แลนด์บริดจ์มีผลกระทบหลายประการ เรื่องแรกถ้ามองในแง่ของโลจิสติกส์แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า ใช้เวลาน้อยกว่าไม่ได้ดีเสมอไป การวิ่งไปช่องแคบมะละกาแม้จะเสียเวลาแต่คุ้มค่ามากกว่า เรื่องที่สองมีผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จแล้ว สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย สัตว์น้ำหรือว่าสัตว์หายากทั้งหลายถูกรบกวน ระบบนิเวศพังทลาย ในระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อเปิดใช้งานแล้วก็ยังมีความเสี่ยงตามมา อาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดการรั่วไหลของน้ำมันลงไปในทะเลได้อีกเช่นกัน
“ผมจึงเห็นว่าในระยะยาวมีแต่เสียมากกว่าได้ สุดท้ายแล้วสะพานเชื่อมสองฝั่งอาจกลายเป็นสุสานของสัตว์ทะเลที่เป็นความสมบูรณ์แบบของระนอง อยากให้คิดทบทวนให้หนักว่าจริงๆ แล้วไม่มีความจำเป็นเลย ธรรมชาติเป็นทรัพยากรที่เมื่อถูกทำลายไปแล้วไม่อาจฟื้นฟูกลับมา ถ้าเราสร้างแลนด์บริดจ์จะไม่เหลือธรรมชาติส่งต่อให้ลูกหลานอีกต่อไป”
ด้านนางวาสนา ศรีสมยศ ประชาชน จ.ระนอง กล่าวว่า ระนองเป็นเมืองที่สมบูรณ์ ธรรมชาติทุกอย่างสมบูรณ์แบบ มีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำแร่ มีภูเขาย่า มีทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่างที่อุดมสมบูรณ์ เราเลยไม่อยากให้แลนด์บริดจ์มาทำลายล้างระบบนิเวศ
คำประกาศเจตนารมณ์
ขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง-ชุมพร
"เราไม่ได้วิ่งเพื่อต่อต้านใคร แต่เราวิ่งเพื่อปกป้องบ้านของเรา"
ระนอง...มิใช่เป็นเพียงจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย แต่คือผืนแผ่นดินที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้อย่างวิจิตร เป็นแผ่นดินแห่งป่าฝน ป่าชายเลน ทะเลอันดามัน หมู่เกาะอันงดงาม สายน้ำ แร่ธาตุ น้ำพุร้อน และความหลากหลายทางชีวภาพที่ประเมินค่าไม่ได้
ทุกคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง ทุกผืนป่าที่เขียวชอุ่ม ทุกสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำแห่งนี้ มิใช่เป็นเพียงทรัพยากรของจังหวัดระนอง แต่คือสมบัติของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางธรรมชาติของโลก
ธรรมชาติคือผู้สร้างชีวิตให้กับผู้คนระนอง เป็นแหล่งอาหาร เป็นอาชีพ เป็นเศรษฐกิจ เป็นบ้านของชุมชน เป็นรากเหง้าของวัฒนธรรม และเป็นความหวังของลูกหลานที่จะเติบโตบนผืนแผ่นดินที่ยังคงอุดมสมบูรณ์
วันนี้ พวกเรามารวมตัวกัน มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อการพัฒนา แต่เพราะเราเชื่อว่า การพัฒนาที่แท้จริง ต้องทำให้เศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมกับการรักษาธรรมชาติ ไม่ใช่เติบโตด้วยการสูญเสียธรรมชาติ
เราเชื่อว่า ระนองสามารถเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมืองแห่งอาหารปลอดภัย เมืองแห่งการเกษตรคุณภาพ เมืองแห่งการประมงที่อุดมสมบูรณ์ และเมืองที่ผู้คนทั่วโลกใฝ่ฝันจะมาเยือน โดยไม่จำเป็นต้องแลกสิ่งเหล่านี้กับการทำลายทรัพยากรอันเป็นหัวใจของบ้านเรา
พวกเรา ขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง จึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่า
เราจะยืนหยัดปกป้องผืนป่า ป่าชายเลน ท้องทะเล สัตว์น้ำ แหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติทุกผืนของระนอง
เราจะสนับสนุนการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนหลักวิชาการ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และความรับผิดชอบต่อคนรุ่นต่อไป
เราจะร่วมกันสร้างระนองให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน เมืองที่เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเดินหน้าไปพร้อมกัน
และเราจะส่งเสียงแทนธรรมชาติที่ไม่สามารถพูดได้ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับบ้านของเรา คำนึงถึงคุณค่าที่แท้จริงของผืนแผ่นดินแห่งนี้
วันนี้...เราวิ่งด้วยสองเท้า แต่หัวใจของเราวิ่งไปไกลกว่านั้น
เราวิ่งเพื่อป่า
เราวิ่งเพื่อทะเล
เราวิ่งเพื่อชาวประมง
เราวิ่งเพื่อเกษตรกร
เราวิ่งเพื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว
เราวิ่งเพื่อเด็กที่กำลังจะเกิด
เราวิ่งเพื่อลูกหลานที่ยังไม่มีโอกาสส่งเสียง
และเราวิ่ง...เพื่อให้ระนองยังคงเป็น "ระนอง" ตลอดไป
ขอให้ทุกก้าวที่เราวิ่งในวันนี้ เป็นคำมั่นสัญญาว่า เราจะร่วมกันรักษาบ้านหลังนี้ ด้วยสติ ด้วยปัญญา และด้วยหัวใจ
เพราะเมื่อธรรมชาติยังคงอยู่ ชีวิตของผู้คนก็จะยังคงอยู่ และเมื่อระนองยังคงอุดมสมบูรณ์ ลูกหลานของเราก็จะยังมีอนาคต
ประกาศ ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2569
ขบวนประชาชนคนรักเมืองระนอง-ชุมพร

