Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รมว.ยุติธรรม เผยคณะทำงานนายกฯ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ เตรียมถกปมพบข้อมูลบริษัทเครือข่ายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ Prince Holding Group ตั้งสำนักงานในตึกเอกชนโยง 2 กลุ่มการเมือง 20 ต.ค. นี้ - เอกชนไทยปัดไม่เกี่ยวข้อง Prince Holding Group หลังปรากฏชื่อพัวพันคดีศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา พร้อมดำเนินคดีผู้ปล่อยข่าวบิดเบือน

Thai PBS รายงานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยกรณีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ยึดทรัพย์มูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ กว่า 500,000 ล้านบาท ในรูปแบบบิตคอยน์ ที่อยู่ในการดูแลของสหรัฐฯ ของนาย เฉิน จื้อ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วินเซนต์ ผู้ถือสัญชาติสหราชอาณาจักรกับกัมพูชา และมีเชื้อสายจีน พร้อมดำเนินคดี ในข้อหา สมคบคิดฉ้อโกงทางโทรศัพท์ และสมคบคิดฟอกเงิน

จากการสั่งให้กลุ่ม Prince Holding Group เปิดฐานหลอกลวงบังคับใช้แรงงานเข้าข่ายเป็นเครือข่ายขบวนการสแกมเมอร์รายใหญ่ของประเทศกัมพูชา หลังสื่อมวลชนตรวจสอบพบเว็บไซต์ที่มีโลโก้และชื่อเดียวกันกับ Prince Holding Group ของนายเฉิน ที่ระบุว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในไทยด้วยเช่นกัน โดยเป็นของบริษัทในกรุงลอนดอน

บริษัทแห่งนี้มีสำนักงานอยู่ในกรุงไทเปของไต้หวัน กรุงเทพมหานคร กรุงลอนดอน รวมถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชา โดยมีพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศพื้นที่มากกว่า 3,600,000 ตร.ม. และมีพื้นที่พัฒนากว่า 5,000,000 ตร.ม. ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม คลับ ศูนย์การค้า ไปจนถึงสำนักงาน โรงแรม วิลลา หรือเกาะต่าง ๆ

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ที่ระบุเบอร์โทรศัพท์ขึ้นต้นรหัสในไต้หวัน และอ้างว่าบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบางโครงการของหลายบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล

แต่หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบให้ชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยในวันจันทร์ที่ 20 ต.ค.2568 คณะทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และคอลเซนเตอร์ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้น จะประชุมนัดแรกในช่วงบ่าย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือ

ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า หลังปรากฏข่าว เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงหาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ขอเวลาให้ตำรวจทำงาน

เอกชนไทยปัดไม่เกี่ยวข้อง Prince Holding Group

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ว่าจาก กระแสข่าวที่สหรัฐอเมริกาเปิดโปงขบวนการหลอกลวงข้ามชาติในกัมพูชา พร้อมพาดพิงถึงกลุ่มทุนอย่าง Prince Holding Group และ “เฉินจื้อ” นักธุรกิจผู้ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังศูนย์สแกม (Scam Compounds) กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นในธุรกิจระดับภูมิภาค รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ถูกดึงเข้าไปมีชื่อพัวพัน

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีตามที่ปรากฏข่าวสาร/ข้อมูลในสื่อต่างๆ ว่า Prince Holding Group ได้ลงทุนในบริษัท และโครงการต่างๆ ของเอสซีฯ รวมถึงมีการเชื่อมโยงระหว่างนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group กับบริษัทนั้น

เอสซี ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด เอสซีไม่เคยมีธุรกรรมใดๆ กับนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Group รวมทั้งนายเฉินจื้อ และ Prince Holding Groupไม่ได้เป็นผู้ลงทุนของบริษัท และโครงการใดๆ ของบริษัทแต่อย่างใด

ที่ผ่านมา บริษัทยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ บริษัทจึงขอให้สื่อ และประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ถูกต้อง เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท

บริษัทจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่หรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท อย่างถึงที่สุด

เว็บไซต์ NEWS1 ยังรายงานว่า  "Richy Place 2002 PLC" ก็ออกมาชี้แจงเช่นกันโดยมีใจความว่า "แถลงการณ์ วันที่ 17 ตุลาคม 2568 บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) ชี้แจงกรณีข่าวเชื่อมโยงกับ Mr. Neak Oknha Chen Zhi และ Prince Holding Group ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการอ้างว่า Prince Holding Group มีการลงทุนในบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลชื่อ Mr. Neak Oknha Chen Zhi นั้น

บริษัทฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง บริษัทฯ ไม่เคยมีการทำธุรกรรม การร่วมลงทุน หรือการถือหุ้นใดๆ ร่วมกับบุคคลหรือกลุ่มบริษัทที่ถูกกล่าวถึง รวมถึงไม่มีความเกี่ยวโยงในเชิงธุรกิจในทุกกรณี

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เผยแพร่ หรือผู้ที่กระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ

บริษัทฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่าน โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการกระจายข้อมูลอันเป็นเท็จ

รวมทั้ง "Sansiri PLC" เปิดเผยว่า "แสนสิริตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบข้อมูลในการทำธุรกรรมของชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ระบุในข่าวบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) รับทราบถึงการเผยแพร่ข่าวที่มีการกล่าวถึงการลงทุนโครงการอสังหาฯ ไทย ของบริษัทต่างชาติ และมีระบุชื่อโครงการคุณ บาย ยู ในข่าว บริษัทฯ ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไม่พบข้อมูลในการทำธุรกรรมของชื่อบริษัทหรือบุคคลที่อ้างอิงในข่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ขอให้ความมั่นใจว่า ขั้นตอนการทำธุรกรรมในทุกโครงการมีการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ถูกต้องตามกฎหมาย ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สอบถาม และส่งข้อมูลมายังบริษัทฯ"

สหรัฐฯ เปิดศึกแก๊งสแกมข้ามชาติ ขึ้นบัญชีดำรายบุคคล-องค์กร ส่วนใหญ่อยู่ในกัมพูชา

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า สภาคองเกรส สหรัฐฯ เปิดเผยร่างกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา หมายเลข 5490 (H. R. 5490) เพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรื้อถอนและยุติขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ในวงกว้างต่อพลเมืองอเมริกัน สภาคองเกรส พบว่า

1. ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 องค์กรอาชญากรรมจากกลุ่มคนจีนที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้หันมาดำเนินการหลอกลวงทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยใช้กลอุบายการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่ซับซ้อน

2. รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดเรียกว่า “pig butchering” ซึ่งเปรียบเสมือน “การขุนหมู” คือหลอกล่อให้เหยื่อสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์กับมิจฉาชีพ และค่อยๆ ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากขึ้นในแพลตฟอร์มปลอม ก่อนที่จะถูกเชือด สูญเสียเงินทั้งหมดในที่สุด

3. ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ ใช้แรงงานบังคับจากเหยื่อค้ามนุษย์จำนวนหลายแสนคนในการดำเนินการหลอกลวง

4. เหยื่อเหล่านี้มักตกเป็นเหยื่อของโฆษณางานปลอม ก่อนจะถูกพาไปยังค่ายหรืออาคารที่ปิดล้อม และถูกบังคับให้ทำงานตามโควตาการหลอกลวงอย่างเข้มงวด หากปฏิเสธจะถูกลงโทษด้วยความรุนแรง

5. ศูนย์หลอกลวง (สแกมเซ็นเตอร์) เหล่านี้พบมากในเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูง ขาดความโปร่งใส และไม่มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุล โดยหลายแห่งดำเนินการในลักษณะความร่วมมือระหว่างองค์กรอาชญากรรมจีนกับรัฐบาลเผด็จการในท้องถิ่น

6. ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ขบวนการเหล่านี้มุ่งเป้าโจมตีชาวอเมริกันมากขึ้น ทำให้เหยื่อหลายพันคนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต และสร้างรายได้ให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตในกัมพูชา ลาว และเมียนมา

7. ความเสียหายของชาวอเมริกันจากการหลอกลวงประเภทนี้เพิ่มขึ้นถึง 33% ในปี 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

8. กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2024 เพียงปีเดียว ชาวอเมริกันสูญเงินจากการหลอกลวงเหล่านี้อย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

9. ความเสียหายทั่วโลกจากขบวนการลักษณะนี้คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

10. ยอดความเสียหายที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากหลายกรณีไม่ได้มีการรายงาน

11. มีหลักฐานชัดเจนที่เชื่อมโยงระหว่าง ขบวนการอาชญากรรมจีน, และ นักการเมืองท้องถิ่นที่ทุจริตซึ่งให้การสนับสนุนขบวนการเหล่านี้

มาตรา 7 ระบุว่า ไม่เกิน 180 วันหลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

พิจารณาว่าบุคคลหรือหน่วยงานต่างชาติที่ระบุไว้ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในโครงการคว่ำบาตรที่ระบุหรือไม่ หากเข้าเกณฑ์ให้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับบุคคลหรือองค์กรเหล่านั้น

สำหรับรายชื่อบุคคลและองค์กรต่างชาติที่ถูกระบุ (Foreign Persons) โดยเป็นรายชื่อบุคคล 32 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังรู้จักกันดี เป็นคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจในกัมพูชา รวมทั้งชาวจีน และล็อบบี้ยิสต์คนดังที่กำลังถูกจับตา และอีก 9 องค์กร ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านกาสิโนและธุรกิจสีเทา มีรายชื่อดังนี้ Aik Paung, Benjamin Mauerberger, Chen Xiuling, D. Chen Zhi, Chou Bun Eng, Dy Vichea, Edward Lee, Gabriel Tan, Honn Sorachna, Hun To, Ing Dara, Kok An, Kuoch Chamrouen, Li Xiong, Long Dimanche, Ma Dongli, Michael Chiam, Mote Thun, Neth Savoeun, Rithy Raksmei, Sai Aung Lin, Sai Kyaw Hla, Sar Sokha, Saw Min Min Oo, Su Zhongkian, Yan Borith, Yan Narong, Yan Sathya, Yim Leak, Yu Jianjun, Yu Lingxiong และ Zhong Baojia (รู้จักในนาม Wang Qiang)

สำหรับองค์กรและบริษัท รายชื่อประกอบด้วย 11 แห่ง ได้แก่ 9 Dynasty, Dongmei Group, Fully Light Group of Companies (LTD), Hongmen World Cultural and Historical Association, Huione Group, K99 Group, Prince Group Holding Company, Trans-Asia International Holding Group, Union Development Group, White Sands Palace Casino และ Xinwang International

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง