- กลุ่มไรเดอร์หลายกลุ่ม นำโดย กลุ่ม Gเคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน ยื่นหนังสือถึง 'จุลพันธ์' ทบทวนการบังคับเข้ากองทุนประกันสังคม มาตรา 33 หากเป็นเงื่อนไขรูปแบบเดิม เหตุไม่สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของไรเดอร์ ที่ต้องการเลือกเวลาทำงานอิสระ หวั่นรายได้ลดลง จ่ายสมทบซ้ำซ้อน
- ด้านกระทรวงแรงงาน เผยน่าจะมีการสื่อสารคลาดเคลื่อนเรื่องบังคับเข้า ม.33 กองทุนประกันสังคมภายใน 1 ปี ส่วนรูปแบบการคุ้มครองไรเดอร์ยังไงก็ต้องดูผลหารือคณะทำงานที่กำลังตั้งขึ้นมา ซึ่งจะมีการนำทุกฝ่ายเข้ามาคุย ส่วนจะได้ข้อสรุปเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับข้อมูลว่าครบถ้วนแค่ไหน เป็นไปได้ทำมาตราใหม่ พ.ร.บ.ประกันสังคม
- ตัวแทนไรเดอร์ มองเข้าระบบหรือไม่ เงื่อนไขสำคัญคือต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขการทำงานจริงของไรเดอร์
27 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรางานวันนี้ (27 พ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 8.21 น. ทางลงสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต ฝั่งสวนจตุจักร กลุ่มไรเดอร์หลายกลุ่มนัดรวมตัวก่อนเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ทบทวนการนำไรเดอร์เข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33
ผู้อ่านสามารถคลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อดูภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมได้
การยื่นหนังสือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่ม “สหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์ม” เดินทางไปยื่นหนังสือถึงจุลพันธ์ ให้พิจารณาคุ้มครองสิทธิของไรเดอร์ ภายใต้นิติสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง ผ่านการประกาศกฎกระทรวงแรงงาน เข้าถึงสิทธิประกันสังคม ม.33 และเข้าถึงกองทุนเงินทดแทน (ชดเชยเยียวยากรณีได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน)
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ไรเดอร์ทยอยเดินทางมาจุดนัดรวมตัวทางลง BTS หมอชิต หน้าสวนจตุจักร ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.21 น. เป็นต้นมา และเริ่มเดินทางไปที่กระทรวงแรงงาน เวลาประมาณ 10.21 น. และเดินทางถึงกระทรวงแรงงาน ประมาณ 11.00 น.
ก่อนการยื่นหนังสือตัวแทนไรเดอร์ ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงเหตุผลที่มาคัดค้านการบังคับเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 33
มณฑิตา ประดิษฐ์พล ตัวแทนไรเดอร์ เผยว่า ณ วันนี้ เราต้องการมาแถลงจุดยืนของอาชีพไรเดอร์ โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ยังไม่พร้อมที่จะเข้าระบบประกันสังคม มาตรา 33 หรือระบบแรงงาน เพราะว่าถ้าเข้าแล้ว ยังคงกฎหมายเดิม กติกาเดิม หรือเงื่อนไขเดิมอยู่ มันไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของไรเดอร์
“ไม่ว่าจะเป็นการทำงานล่วงเวลาเอย หรือการปฏิบัติงาน ไม่ครบกำหนดชั่วโมง อย่างเช่น กำหนดว่า 1 วันต้องทำงาน 8 ชม. หรือทำงานภายใน 1 อาทิตย์ ต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง ถ้าเป็นบุคคลที่ปฏิบัติอาชีพไรเดอร์เป็นประจำ จะได้รับผลกระทบตรงนี้แทบจะ 100% อินเซนทีฟ (เงินจูงใจทำงาน) โบนัส หรือค่าตอบแทนล่วงเวลาต่างๆ” ไรเดอร์หญิง กล่าว
มณฑิตา ระบุว่า เรายังมีคำถามเกี่ยวกับการเข้าระบบประกันสังคมอย่างมากมาย วันนี้เลยตั้งใจมาพูดคุย และต่อรอง เพื่อให้ รมต. หรือผู้มีอำนาจ เข้าใจว่าการเอาเราเข้าสู่ระบบ ควรเหมาะสมกับสภาพการทำงานจริงของไรเดอร์ในปัจจุบัน
ตัวแทนไรเดอร์หญิง กล่าวว่า นอกจากการทำงานรายชั่วโมง หรือค่าตอบแทน อินเซนทีฟ หรือ OT นายจ้าง-ลูกจ้างแล้ว ไรเดอร์บางคนวิ่งหลายแอปฯ การหักเงินจ่ายให้กองทุนประกันสังคม มันจะเป็นอย่างไร ไรเดอร์ต้องถูกหักเข้ากองทุนประกันสังคม 2-3 แอปฯ เลยหรือไม่
"เราไม่ได้คัดค้านเรื่องการเข้าสู่ระบบ แต่เงื่อนไขตอนนี้มันยังไม่ตรงกับสภาพการทำงานของเราจริง" มณฑิตา กล่าว
ไรเดอร์หญิง เผยว่า ความคาดหวังวันนี้อยากให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพูดคุย และออกแบบระบบให้สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของไรเดอร์มากกว่า ไม่ใช่บังคับเข้ามาเลย แต่ถ้ามีการบังคับเข้ามา และมันสร้างผลกระทบ มันก็จะปรับเปลี่ยนยาก เราก็กังวล
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ทางไรเดอร์มีความกังวลหรือไม่ หากหักเงินเข้าสมทบประกันสังคม อาจทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต มณฑิตา เผยว่า สำหรับเธอยังเพียงพอ แต่กับไรเดอร์คนอื่นๆ เธออาจจะตอบแทนไม่ได้ เนื่องจากไรเดอร์แต่ละคนมีค่าครองชีพ และการทำงานที่ไม่เหมือนกัน รายได้แต่ละคนก็ไม่เท่ากัน บางคนได้เงิน 10,000 บาท บางคน 18,000 บาท หรือบางคนก็ได้ 20,000 บาท ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน เราเอามาตรฐานตัวเองไปตัดสินคนอื่นๆ ไม่ได้
บุญเกิน เสน่หา ตัวแทนไรเดอร์ มองว่า การตัดสินใจอะไร อยากให้ถามหลายฝ่ายให้ครอบคลุมว่าเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่มาบอกว่าให้เข้าไปเลย และเรากังวลว่า ถ้าเข้าระบบไปแล้ว ระบบการทำงาน สมมติเราอยากวิ่งงานตอน 3 ทุ่ม เพราะเราสะดวกช่วงเวลานี้ พอเข้าระบบแล้ว เราจะทำงานแบบเดิมได้หรือไม่ มีหลายความคิดเห็นบอกว่า อย่าไปร้อนตัวก่อน ถ้าถึงเวลามันไม่เป็นอย่างที่พูด ใครจะรับผิดชอบ
มณฑิตา เผยว่า จริงๆ การชดเชยเยียวยาอุบัติเหตุของไรเดอร์ ภาครัฐสามารถเข้ามาควบคุมบริษัทแพลตฟอร์มได้ เพราะกลุ่ม G เคลื่อนที่เร็ว เราช่วยกัน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เคยออกมาเรียกร้องกับบริษัท จนวันนี้บริษัทมีประกันอุบัติเหตุให้ ซึ่งมันครอบคลุม แต่ ณ วันนี้ มันยังไม่ใช่ทุกแอปฯ ที่จะช่วยเหลือไรเดอร์ได้ เธอคิดว่าภาครัฐควรจะเข้ามาควบคุมแพลตฟอร์มเรื่องนี้
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า หากการเจรจากับกระทรวงแรงงานไม่สำเร็จ มีแผนจะทำอย่างไรต่อหรือไม่ ไรเดอร์หญิง เผยว่า ทุกครั้งที่ออกมาเรียกร้องเช่นนี้ เราสามารถต่อรองได้ ไม่ได้ต้องการใช้ความรุนแรง หรือขยับขยายให้มันเกิดความเดือดร้อน เป็นผลกระทบวงกว้าง เพราะการแสดงออกรูปแบบนี้มันมีผลกระทบต่อผู้ใช้ทางจราจร เราไม่อยากให้ถึงจุดนั้น ก็วอนขอรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจ มาเจรจาหาทางออกด้วยกันดีกว่า
พชร มณีศรี หรือเอส ตัวแทนไรเดอร์ กล่าวว่า การเข้าระบบประกันสังคม มันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของไรเดอร์ เช่น เช้าต้องไปส่งลูกไปเรียน หรือวิ่งงานเป็นรายได้เสริม สิ่งเหล่านี้มันจะหายไป หากเข้ามาตรา 33 ประกันสังคม และรัฐไม่ได้มีหลักเกณฑ์หรือการรับประกันเลยว่า การทำงานอิสระหายไปไหม นอกจากนี้ การเข้ามาตรา 33 มันเป็นแบบนายจ้างกับลูกจ้าง นายจ้างก็มีสิทธิออกกฎระเบียบมาควบคุมไรเดอร์เหมือนกัน
พชร มองว่า การเข้ามาตรา 33 ประกันสังคม ก็ยังไม่ชัดเจน และมีข้อคำถาม เช่น ไรเดอร์คนหนึ่งทำงานผ่านแพลตฟอร์มหลายแอปฯ ถ้าสมมติโดนหักสมทบ 750 บาทต่อแอปฯ หมายความว่าต้องโดนหักทุกแอปฯ หรือไม่
หรือกรณีสิทธิประโยชน์และสวัสดิการในประกันสังคม เขาคิดว่ามันไม่ดีพอ และไรเดอร์สามารถซื้อประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพได้อยู่แล้ว หรือจะเข้าประกันสังคมแบบสมัครใจ ก็สามารถเข้ามาตรา 39 และ 40 ก็ทำได้
ท้ายสุด พชร มองว่า หากจะเอาเข้าระบบประกันสังคม มาตรา 33 จริง รัฐต้องเรียกหลายฝ่ายมาหารือร่วมกัน หรือจะมีการออก พ.ร.บ. หรือกฎหมายใหม่ มาคุ้มครองระบบการทำงานอิสระด้วยก็ได้
พิพัฒน์ชัย พิบูลย์ รองโฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ได้ออกมารับหนังสือกับไรเดอร์ และกล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการมีหลักประกันทางสังคมที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบอาชีพทุกกลุ่ม จึงมีแนวคิดจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้น โดยมีตัวแทนจากทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นหาข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งกระทรวงแรงงานพร้อมรับฟังเพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกกลุ่ม โดยมีโฆษกกระทรวงแรงงานเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อร่วมกันพิจารณาและหาแนวทางที่เหมาะสมต่อทุกฝ่าย
สำหรับคณะทำงาน เบื้องต้นจะขอให้กลุ่มไรเดอร์ เลือกตัวแทนมาเป็นสมาชิกของคณะทำงานจำนวน 2 คน แบ่งเป็น ไรเดอร์ส่งอาหาร 1 คน และไรเดอร์ส่งคน 1 คน
หลังจากนี้ ทางกระทรวงแรงงานได้เชิญตัวแทนไรเดอร์ 10 คนเข้าไปหารือร่วมกันในภายในห้องประชุม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ อาคารกระทรวงแรงงาน ชั้น 1 เพื่อพูดคุยกับไรเดอร์ถึงข้อกังวลต่างๆ และการเข้าร่วมคณะทำงานเฉพาะกิจ
คณะทำงานเร่งหาข้อสรุปเร็วที่สุด ยังไม่ชัด คุ้มครองรูปแบบใด
หลังออกมาจากการประชุมเวลา 12.03 น. พิพัฒน์ชัย พิบูลย์ รองโฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผลสรุปการหารือวันนี้คือจะมีการตั้งคณะทำงาน และมีการชี้แจงว่าสิ่งที่ไรเดอร์เข้าใจผิดว่ารัฐมนตรีจะเอาเข้าประกันสังคม มาตรา 33 ซึ่งมันไม่ใช่
พิพัฒน์ชัย ระบุว่า คณะทำงานจะมีหน่วยงานรัฐทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงแรงงาน กระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (DE) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา และอื่นๆ รวมทั้งหมดประมาณ 27-28 หน่วยงาน เนื่องจากเรื่องของไรเดอร์ เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย และเกี่ยวพันกับหน้าที่อีกหลายกระทรวง
รองโฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า แนวโน้มการหารือไปในทิศทางที่ดี ส่วนการเอาไรเดอร์เข้าระบบประกันสังคม มีโอกาสที่จะออกมาเป็นมาตราใหม่ภายใต้ พ.ร.บ.ประกันสังคม เพราะว่าวันนี้รัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องสวัสดิการเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นมาตราไหน สมมติว่ามาตรานี้เขาติด ไปมาตราอื่นๆ ได้ไหม เราก็ต้องหาทางให้เขาเข้ามาในระบบ เพื่อให้เกิดความสบายใจที่สุด ซึ่งการมีมาตราใหม่เป็นไปได้
คณะทำงานจะเริ่มทำงานเมื่อไร พิพัฒน์ชัย ระบุว่า หลังวันพุธหน้า (3 มิ.ย. 2569) โดยจะมีการส่งชื่อในพุธหน้า เสร็จเรียบร้อย ปลัดกระทรวงแรงงานจะส่งชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเซ็น คิดว่าไม่น่าช้า
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีข้อกังวลหรือไม่ที่ไรเดอร์ 2 กลุ่มทั้งเห็นด้วยกับการเข้าประกันสังคม มาตรา 33 และไม่เห็นด้วยจะมาเจอกัน รองโฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เผยว่า ไม่คิดว่าน่ากังวล ถ้าทุกคนคิดว่าเราทำงานร่วมกัน ก็เถียงกันในที่ประชุม พอสรุปจบแล้ว ก็ถือว่าจบ แต่อย่าตั้งเป้ามาจากบ้านว่าต้องได้สิ่งที่ต้องการ ทุกอย่างเราต้องวางตัวเป็นกลาง และฟังในมุมที่เรามองไม่เห็น
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าข้อสรุปเรื่องการคุ้มครองแรงงานจะเป็นไปได้หรือไม่ในปีนี้ (2569) พิพัฒน์ชัย ระบุว่า อย่าไปยึดถือกรอบเวลา แต่เราจะทำให้เร็วที่สุด และหากไม่เสร็จจริงๆ ก็ยังสามารถยืดเวลาออกไปได้ ถ้าเสร็จเร็วก็ได้เหมือนกัน ซึ่งอยู่กับว่าข้อมูลพร้อม และครบถ้วนหรือไม่ ถ้าครบถ้วน ก็ได้ข้อสรุปเร็ว
ยืนยันต้องสอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของไรเดอร์
มณฑิตา ประดิษฐ์พล ตัวแทนไรเดอร์ที่เข้าร่วมประชุม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกับกระทรวงแรงงาน เผยว่า เราขอคำยืนยันกระทรวงแรงงานว่า จะไม่บังคับเอาไรเดอร์เข้า มาตรา 33 ของกองทุนประกันสังคม โดยรวบรัดตัดตอน ซึ่งทางกระทรวงแรงงานตอบว่า เขาไม่สามารถให้คำตอบยืนยันการันตีได้ว่าจะไม่เข้าประกันสังคม มาตรา 33 ซึ่งการคุ้มครองไรเดอร์จะขึ้นอยู่กับผลการหารือคณะทำงานที่จะจัดตั้งขึ้นมา และข้อเสนอหรือแนวทางคุ้มครองไรเดอร์ ซึ่งก็คือการเข้าระบบประกันสังคม สอดคล้องกับวิธีการทำงานของไรเดอร์หรือไม่
มณฑิตา ประดิษฐ์พล
มณฑิตา ระบุว่า การเจรจาค่อนข้างดี และวันนี้เราก็มาเสนอในมุมที่ไรเดอร์อีกส่วนยังมีข้อกังวลใจเรื่องเอาเข้าระบบประกันสังคม ซึ่งถ้านับแค่การยื่นหนังสือ และการพูดคุย เราถือว่าพอใจมาก และทางภาครัฐก็ตอบรับในเรื่องการให้กลุ่ม G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน และกลุ่มอื่นๆ ที่มีความกังวลใจ ได้เข้าไปเป็นตัวแทนในคณะทำงานที่กำลังจะตั้งขึ้นมานี้
ส่วนกรณีที่จะมีการออกมาตราใหม่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคมขึ้นมา ทางไรเดอร์จะเข้าระบบหรือไม่ ไรเดอร์หญิง มองว่า ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับสภาพการทำงานจริงของไรเดอร์หรือไม่
ส่วนจะเข้ามาตรา 33 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคมหรือไม่ มณฑิตา ระบุว่า ยังไม่มีการรับประกันว่าจะไม่เข้าเลย ยังไงก็ต้องดูการหารือของคณะทำงานที่จะตั้งขึ้นมา เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย และชั่งตวงวัดข้อเสนอว่าแบบไหนเหมาะสมกับไรเดอร์
เมื่อสอบถามถึงความเห็นของคนที่อยากให้ไรเดอร์เข้าระบบประกันสังคม มาตรา 33 ไรเดอร์หญิง มองว่า อีกฝั่งหนึ่งเขามองว่า คนทำงานก็ต้องได้รับการคุ้มครอง กับฝั่งเราที่มองว่าการคุ้มครองมีได้ แต่เงื่อนไขมันไม่เหมาะกับการทำงานของไรเดอร์ จริงๆ พวกเธอไม่ได้ค้านมาตรา 33 พ.ร.บ.ประกันสังคม แบบหัวชนฝา แต่ถ้ามันมีการปรับระเบียบ ปรับกฎหมาย ให้มันสอดคล้องกับวิธีการทำงานของไรเดอร์ เราก็อาจจะเข้าสู่มาตรา 33 ได้เหมือนกัน
ตัวแทนไรเดอร์จาก "กลุ่ม G เคลื่อนที่เร็วเราช่วยกัน" อธิบายว่า เรื่องที่เรากังวลมี 2 เรื่องหลักๆ คือเรื่องเวลาการทำงาน และเรื่องรายได้ ก่อนหน้านี้ มีบริษัทแพลตฟอร์มที่ตอบสนองนโยบายภาครัฐ เขาให้ค่าแรงขั้นต่ำ 13,000 บาท แต่ไรเดอร์เวลาทำงาน เขาอาจจะได้รายได้ต่อเดือนมากกว่านั้น ยกตัวอย่างที่ผู้สื่อข่าวได้คุยกับไรเดอร์ที่มากระทรวงแรงงาน บางคนอาจจะได้ 20,000 บาท หรือ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหากบริษัทกำกับไว้ที่ 13,000 บาทต่อเดือน หมายความว่าเราจะได้รายได้น้อยลง ซึ่งมันควรจะยิ่งทำงานเยอะ ก็ควรได้ค่าแรงเยอะ โบนัสก็ต้องเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า "ยิ่งทำมาก ยิ่งได้เงินลดลง"
เข้าประกันสังคม ม.33 เปลี่ยนสภาพการจ้างงาน "ลูกจ้าง" ได้หรือไม่
ภาสกร ญี่นาง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายถึงข้อสงสัยของผู้สื่อข่าว หลังจากเมื่อ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา มีไรเดอร์หลายกลุ่มเดินทางไปยื่นหนังสือถึง รมว.แรงงาน คัดค้านการบังคับเข้า ประกันสังคม มาตรา 33 เพราะพวกเขากังวลว่าอาจจะกระทบถึงสภาพการจ้างงาน ต้องทำงานตามเวลาที่กำหนด ซึ่งบางคนไม่สะดวก มีเรื่องกิจการในบ้านที่ต้องดูแล หรืออาจจะทำให้รายได้อาจลดลงอีกด้วย
ภาสกร ญี่นาง
เบื้องต้น อาจารย์ภาสกร มองว่า การเข้าประกันสังคม มาตรา 33 จะไม่สามารถเปลี่ยนสภาพการจ้างงานเป็น 'ลูกจ้าง' และอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน อัตโนมัติ เพราะว่าการเป็นลูกจ้างจะต้องพิจารณาจากความสัมพันธ์การจ้างงาน อย่างการใช้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง การกำหนดวิธีการทำงาน การกำหนดค่าตอบแทน การลงโทษ และอื่นๆ ดังนั้น การเข้ามาตรา 33 ประกันสังคม ไม่ได้เสกให้ใครเป็นลูกจ้าง แต่มาตรา 33 ประกันสังคม เขียนไว้สำหรับคนที่เป็นลูกจ้างอยู่แล้ว
แต่ในทางปฏิบัติ การเข้ามาตรา 33 กองทุนประกันสังคม ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า นิติสัมพันธ์ของไรเดอร์ และบริษัทแพลตฟอร์ม เป็นอย่างไร ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งคือ มันทำให้สถานะคลุมเครือของไรเดอร์มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ไรเดอร์เป็นลูกจ้างของแพลตฟอร์ม
ภาสกร ชวนขยับมุมมองต่อในประเด็นที่ว่า ฝ่ายไรเดอร์ที่กังวลว่า การเข้ามาตรา 33 ประกันสังคม แล้วจะถูกบังคับ เสียความยืดหยุ่นในการทำงาน ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดไหม เขามองว่า เราไม่ควรมองว่าเป็นความเข้าใจผิด ความกังวลของเขามีเหตุผล เพราะเมื่อแพลตฟอร์มถูกทำให้มีภาระคล้ายนายจ้าง เช่น ต้องจ่ายเงินสมทบทุน แพลตฟอร์มอาจปรับสภาพการจ้างงาน เช่น กำหนดกะ กำหนดชั่วโมงการทำงาน ลดค่ารอบ หรือเพิ่มเงื่อนไขการรับงาน เพื่อควบคุมต้นทุนของตัวเอง
อาจารย์นิติฯ มช. มองมาตราใหม่ ยังจำเป็น ออกแบบคุ้มครองไรเดอร์ตรงจุด
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ถ้าการเข้ากองทุนประกันสังคม มาตรา 33 ไม่เปลี่ยนสถานะการจ้างงาน ยังจำเป็นต้องทำ พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตราใหม่หรือไม่ อาจารย์ภาสกร มองว่าจำเป็น เพราะเขาสนับสนุนแนวคิดที่ว่า ไม่ควรจับไรเดอร์ทุกคนเข้าไปสู่สถานะการจ้างงานแบบ 'ลูกจ้าง-นายจ้าง'
"ผมสนับสนุนแนวคิดที่ว่า เราไม่ควรจับไรเดอร์ให้อยู่ภายใต้ความเป็นลูกจ้าง เพราะอาจทำลายสถานะความเป็นแรงงานรับจ้างอิสระและวิถีชีวิตที่เขาเลือก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่ง อาชีพไรเดอร์นั้นตั้งอยู่บนความแตกต่างความหลากหลาย บางคนทำเต็มเวลา บางคนทำเสริม บางคนทำหลายแอปฯ และยังไม่ควรเหมารวมว่าเป็นลูกจ้างทั้งหมด การสร้างมาตราใหม่จะเหมาะกว่า เพราะจะทำให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบได้ โดยไม่ต้องบังคับให้ทุกคนถูกจัดเป็นลูกจ้างแบบเดียวกัน" ภาสกร กล่าว
นอกจากนี้ อาจารย์นิติศาสตร์ มช. มองด้วยว่า เหตุผลที่การมีกฎหมายใหม่อาจดีกว่าการยัดเข้า ม.33 ทั้งหมด เพื่อคลายความกังวลของไรเดอร์เรื่องเสียความยืดหยุ่นในเรื่องการทำงาน แต่ต้องยืนยันด้วยว่ากฎหมายที่เป็นหลักประกันสิทธิ คุ้มครองสิทธิ และความมั่นคงทางสังคมของแรงงานรับจ้างอิสระต้องไม่เป็นเหตุให้แพลตฟอร์มบังคับกำหนดเวลาทำงาน บังคับรับงาน หรือห้ามทำงานหลายแพลตฟอร์ม เว้นแต่เป็นมาตรการที่จำเป็นและได้สัดส่วนเพื่อความปลอดภัยหรือคุณภาพบริการ
หรืออาจช่วยให้มีกองทุนให้แพลตฟอร์ม บนฐานคิดเรื่องการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข บริหารจัดการความเสี่ยงแก่คนทำงาน ถ้าใช้ ม.33 เดิม ปัญหาคืออาจต้องพิสูจน์ก่อนว่าไรเดอร์เป็นลูกจ้างหรือไม่ แต่ถ้าร่างมาตราใหม่ สามารถกำหนดตรงๆ ได้ว่า แพลตฟอร์มต้องร่วมสมทบตามรายได้ รอบงาน ชั่วโมงออนไลน์ หรือมูลค่าธุรกรรม ฯลฯ
อาจารย์นิติศาสตร์ มองว่า กฎหมายใหม่อาจกำหนดสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของไรเดอร์ เช่น อุบัติเหตุระหว่างรับและส่งงาน ค่าชดเชยรายได้ ระหว่างพักรักษาตัว สิทธิอุทธรณ์การถูกปิดบัญชี ความโปร่งใสของค่ารอบ การห้ามลดค่ารอบเพื่อชดเชยเงินสมทบ การคุ้มครองจากระบบอัลกอริทึมที่ทำให้สภาพการทำงานไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ดี กฎหมายคุ้มครองคนทำงาน ต้องไม่เป็นช่องให้แพลตฟอร์มหลบเลี่ยงความเป็นนายจ้างหรือฉกฉวยโอกาสจากกรณีที่ตนต้องรับผิดชอบมาตัดทอนประโยชน์โดยชอบธรรมที่ไรเดอร์ควรได้รับ แต่กฎหมายต้องเป็นพื้นขั้นต่ำระหว่างที่สถานะทางกฎหมายยังไม่ชัด
หมายเหตุมีการแก้ไขโคว้ทของมณฑิตา ประดิษฐ์พล ที่ระบุว่า "ทำงานภายใน 1 อาทิตย์ ต้องไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง" เป็น "ทำงานภายใน 1 อาทิตย์ ต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง" เมื่อ 27 พ.ค. 2569 เวลา 22.20 น.

