Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์' หัวหน้าทีมพูดคุยสันติสุขคนใหม่ ฟังเสียงภาคประชาสังคม ก่อนเปิดโต๊ะพูดคุย BRN ที่มาเลเซีย เล็งเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วม จะขอฝ่าย BRN และมาเลเซียให้ตัวแทนภาคประชาสังคมร่วมโต๊ะพูดคุยด้วย สภาประชาสังคมยื่น 11 ข้อเสนอเร่งเครื่องสันติภาพที่ยั่งยืน เปิด 10 ข้อคิดเห็น ข้อกังวล ข้อเสนอและข้อคำถามงานสร้างสันติภาพชายแดนใต้ ด้าน 'สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ' ย้ำจุดยืน การเป็นหุ้นส่วนสันติภาพ พร้อมเป็น “พื้นที่กลางของสังคม”

ตัวแทนภาคประชาสังคม เซ็งบุคคลปริศนาลักถ่ายที่ประชุม-ไร้มารยาท

“ต่อไปนี้ เราจะไม่มีความลับต่อกัน”

ข้อความนี้มาจากปากของ “นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ในฐานะหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ Chief of Peace Dialogue) คนใหม่ ระหว่างพบปะสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี

เป็นข้อความที่เปล่งออกมา หลังเกิดข้อสงสัยขึ้นในห้องว่า 2 บุรุษผมสั้นปริศนาที่เข้ามาถ่ายรูปเก็บภาพบรรยากาศในที่ประชุมในช่วงเริ่มต้นพูดคุย(ซึ่งเป็นวงปิด)นั้น คือใคร ก่อนที่พวกเขาจะหายตัวไป ไม่ทันได้แนะนำตัว และความไม่สบายใจเกิดขึ้นทันทีเมื่อทราบว่า ไม่ใช่ทีมคณะที่มาพร้อมหัวหน้าการพูดคุยฯ

โฆษณา - Advertising

เหตุการณ์แบบนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นครั้งนี้ครั้งเดียว เพราะจากเสียงสะท้อนของตัวแทนภาคประชาสังคม (CSOs) หลายคน พบว่าเมื่อมีวงพูดคุยที่เป็นวงปิด ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพในพื้นที่ มักมีบุคคลปริศนาเข้ามาลักถ่ายภาพผู้เข้าร่วมเป็นประจำ บางครั้งถึงกับถ่ายเจาะจงตัวผู้เข้าร่วมแต่ละคนเลยก็มี ซึ่งถือว่าเสียมารยาทมาก

สิ่งที่น่ากังสำหรับกลุ่มภาคประชาสังคม คือ ภาพถ่ายหรือข้อมูลบางอย่างที่อาจจะอ่อนไหวกับพื้นที่ ถูกนำไปใช้ในทางที่เสียหายหรืออาจถูกกลั่นแกล้งในภายหลังก็ได้ ยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรง และการใช้สื่อเพื่อสร้างความเกลียดชั่งอย่างร้ายแรงอยู่ในขณะนี้ แล้วจะมีผลดีกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร

หลังการประชุมและร่วมกันถ่ายรูปกัน นายฐนัตถ์พูดเชิงติดตลกว่า ผมทำงานลับมา 30 ปี วันนี้ต้องเปิดหน้าแล้ว

หัวหน้าทีมคนใหม่ ฟังเสียงภาคประชาสังคม ก่อนเปิดโต๊ะพูดคุย BRN ที่มาเลเซีย

สำหรับนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ได้รับการแต่งตั้วเป็นหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ Chief of Peace Dialogue) คนใหม่ จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2569 ถือเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ คนที่ 2 ที่มาจากพลเรือน โดยคนแรกคือนายฉัตรชัย บางชวด เมื่อปี 2566 สมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน

โฆษณา - Advertising

โดยการพูดคุยครั้งต่อไประหว่างคณะการพูดคุยชุดนี้ กับคณะพูดคุยสันติภาพของฝ่ายขบวนการ BRN หรือ แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี จะมีขึ้นในวันที่ 12-14 มิ.ย. 2569 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยฝ่ายมาเลเซียเป็นผู้อํานวยความสะดวกในการกระบวนการพูดคุยเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยาวนานนับร้อยปีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นั่นคือ ดาโต๊ะ โมหะมัด ราบิน บิน บาซีร์ (Datuk Mohd Rabin Bin Basir) ผู้อำนวยการใหญ่สภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย (NSC) เป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง (BRN)

นายฐนัตถ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับฝ่ายต่าง ๆ ไปแล้ว 17 คน ทั้งฝ่ายความมั่นคง นักการเมือง ครูบาอาจารย์ วันนี้และพรุ่งนี้มาเติมเต็มรอบสุดท้ายกับภาคประชาสังคม ตนอยากคุยกันเองก่อน เพราะไม่อยากเป็นตัวแทนของรัฐบาลอย่างเดียว แต่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยในกระบวนการพูดคุยกับฝ่าย BRN

เล็งเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วม - จะขอฝ่าย BRN และมาเลเซีย ให้ CSOs ร่วมโต๊ะพูดคุย

เป็นที่น่าสังเกตว่า การแต่งตั้งนายฐนัตถ์ครั้งนี้ใช้คำว่า “หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้” แทนที่จะเป็น “หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้” อย่างที่ผ่านมา

โฆษณา - Advertising

เรื่องนี้ได้รับการชี้แจงจากคณะว่า กระบวนการพูคุยครั้งนี้ เน้นความชัดเจนในเรื่องการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการพูดคุยจะเน้นการลดเหตุรุนแรง แต่ครั้งนี้จะเน้นการมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยจะเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ มีส่วนร่วมซึ่งวันนี้คือการเริ่มต้นพูดคุยและการรับฟังจากภาคส่วนต่างๆ เป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากประชาชนในพื้นที่

หลังการรับฟัง นายฐนัตถ์ได้เน้นย้ำอีกครั้งในตอนท้ายถึงการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมบนโต๊ะพูดคุยอย่างเป็นทางการในฐานะผู้สังเกตุการณ์ ที่ไม่ใช่โต๊ะพูดคุยทางเทคนิค แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนต้องไปปรึกษาหารือกับฝ่าย BRN และผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายมาเลเซียก่อนว่า เห็นด้วยหรือไม่

หรือหากมีช่องทางพิเศษที่ให้คนในพื้นที่ได้พูดคุยกับฝ่าย BRN โดยตรง เขาจะยอมหรือไม่ก็ต้องถามเขาก่อน

“ผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า การที่ผมเป็นหัวหน้าการพูดคุยนี้ ความหมายของผมคือต้องการพาพวกเราไปพูดคุยด้วย เพราะถ้าเป็นทีมเดิมกลับมาก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนอยากคุยกับเจ้าตัวโดยตรงว่าประเด็นไหนจะไปด้วยกันได้ เราก็มาว่ากัน”

โฆษณา - Advertising

จากนั้นนายฐนัตถ์ หันมาถามตัวแทนภาคประชาสังคม จะไปด้วยกันไหม แต่ถ้าไม่ได้ไป ผมก็จะกลับมารายงานให้ทราบเอง โดยไม่ต้องกังวลข้อเรียกร้องไหนจะลืมหายไป

ยื่น 11 ข้อเสนอจี้ “ฐนัตถ์” เร่งเครื่องสันติภาพที่ยั่งยืน

สำหรับข้อเสนอของสมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดยนางสาวลม้าย มานะการ นายกสมาคมฯ ที่เสนอต่อหัวหน้าการพูดคุยฯ มี 11 ข้อ ซึ่งหัวใจสำคัญคือ "สันติภาพต้องมาจากพื้นที่" ที่สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ในงานขับเคลื่อนภาคประชาสังคมในพื้นที่มากว่า 15 ปี เน้นย้ำว่า แม้ประชาชนจะเริ่มมีความอ่อนล้ากับความล่าช้าของกระบวนการที่ผ่านมา แต่ยังคงมีความหวังต่อแนวทางสันติวิธี

โดย ผศ.ดร.อลิสา หะสาเมาะ เลขาธิการสมาคมฯ ได้สรุปข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ดังนี้

กรอบการเจรจาเชิงรุก - มุ่งเน้น 3 วาระหลัก ได้แก่ การลดเหตุรุนแรง, การแสวงหาทางออกทางการเมือง และการเปิดพื้นที่ปรึกษาหารือสาธารณะ ภายใต้มาตรฐานกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

โฆษณา - Advertising

กลไกตรวจสอบอิสระ - เสนอให้มีการจัดตั้ง "กลไกติดตามและประเมินผลข้อตกลงร่วม" (Monitoring Mechanism) ที่มีความเป็นอิสระ โดยดึงภาควิชาการ ผู้นำศาสนา สตรี และเยาวชนเข้าร่วม เพื่อสร้างความโปร่งใสและสร้างความไว้วางใจให้กับทุกฝ่าย

เปิดพื้นที่ตัวแทนประชาชน - ผลักดันให้กลุ่มเปราะบาง ผู้นำศาสนา และตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้ให้ข้อมูล เพื่อสะท้อนเสียงของคนในพื้นที่สู่โต๊ะเจรจาอย่างเป็นระบบ

การบริหารจัดการสถานการณ์ - จัดตั้งคณะทำงานประสานงานฉุกเฉิน เพื่อสื่อสารและระงับเหตุการณ์ความขัดแย้งที่อาจกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุยแบบทันท่วงที

ยุติการปิดกั้นเสรีภาพ - เรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) และการฟ้องปิดปาก (SLAPP) เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกคน

10 ข้อคิดเห็น ข้อกังวล ข้อเสนอและข้อคำถาม

ส่วนประเด็นที่ได้จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีหลาก ทั้งที่เป็นข้อคิดเห็น ข้อกังวล ข้อเสนอและข้อคำถาม สำคัญ ๆ เช่น 1. Sandbox กระบวนการลดเหตุความรุนแรง การพัฒนาและการอยู่ร่วมกัน  2. บทบาทหน้าที่ของการพูดคุยสันติสุขฯ การประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง/ผู้ก่อเหตุรุนแรง 3. ข้อกังวลพี่น้องชาวพุทธ เมื่อมีการตกลงบนโต๊ะ เช่น รูปแบบการปกครอง การเลือกตั้ง ความปลอดภัย การย้ายออก การปฏิบัติการทางอาวุธ การเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ความรู้สึกเมื่อผ่านด่าน ถ่ายบัตร การใช้ชีวิตในพื้นที่เหมือนแซนวิช 4. ขอให้ทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ต้องมีความต่อเนื่อง

5. ปัญหารากเหง้า เช่น ประวัติศาสตร์ ที่สร้างผลกระทบและสภาพแวดล้อม การบ่มเพาะ การยอมรับในเรื่องของอัตลักษณ์ความเป็นศาสนาอิสลาม ชาติพันธุ์มลายู แต่ประเด็นดินแดน การปกครอง ยังเป็นเงื่อนไขความขัดแย้ง 6. การมีส่วนร่วมของผู้หญิงในทุกระดับ รวมถึงเสียงของเด็ก เยาวชนและกลุ่มเปราะบาง Inclusive จากทุกฝ่าย 7. ข้อสรุปจากเวที 200 เวที (6 โมเดลการกระจายอำนาจ) ที่มีธรรมาภิบาล ก่อนการพูดคุยปี 2556 (รูปแบการปกครอง เมื่อมีการคุยแล้ว จะสามารถให้ได้แค่ไหน) รวมถึง End State  8. กลไกระดับพื้นที่ของภาคประชาสังคม ทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลาง 9. ภัยพิบัติกับความมั่นคงของมนุษย์ (การปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประกาศหยุดยิงในระหว่างเกิดภัยพิบัติ) เช่น กรณีช่วงโควิด อุทกภัยปีที่แล้ว รอมฎอนสันติ 10. Roadmap และ Timeline อย่างไร เป้าหมายปี 2570 ปลายทางคืออะไร

สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพย้ำจุดยืน การเป็นหุ้นส่วนสันติภาพ พร้อมเป็น “พื้นที่กลางของสังคม”

สำหรับวันนี้ (7 มิ.ย. 2569) นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) ณ ห้องประชุมบีนาปาตานี อาคารปาตานีเซ็นเตอร์ จ.ปัตตานี โดยนายรอมซี ดอฆอ ประธานสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ

โดยทางเพจ Civil Society Assembly For Peace - CAP ระบุว่า ตลอดการพูดคุย CAP ได้สะท้อนเสียง ความกังวล และความเจ็บปวดของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้ง ความหวาดกลัว และความไม่ไว้วางใจกันมายาวนาน

ไม่ใช่เพียงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่เท่านั้น แต่รวมถึงบรรยากาศของ “ความเกลียดชัง” และ “การด้อยค่าความเป็นมนุษย์” ที่กำลังขยายตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) และการโจมตีกันทางความคิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้สื่อข่าว นักการศาสนา นักวิชาการ นักกิจกรรม รวมถึงผู้คนที่พยายามทำงานเพื่อสังคมและสันติภาพ

CAP ได้ย้ำจุดยืนสำคัญว่า การเป็นหุ้นส่วนสันติภาพเป็นสิ่งสำคัญและพร้อมทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลางของสังคม” เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างสร้างสรรค์ โดยเชื่อว่าสันติภาพที่แท้จริง จะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนรู้สึกว่า ชีวิตของพวกเขามีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และได้รับการเคารพในอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นมนุษย์

พร้อมกันนี้ CAP ได้เสนอประเด็นสำคัญต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ได้แก่

1. การคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนและพื้นที่สาธารณะ

2. การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการสันติภาพ

3. การลดเงื่อนไขความขัดแย้งและวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
• การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพูดคุยและความไว้วางใจร่วมกัน
• การส่งเสริม “การสื่อสารที่ปลอดภัย” เพื่อให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็น สื่อสารข้อเท็จจริง และทำงานเพื่อสังคมได้โดยปราศจากความหวาดกลัว การคุกคาม หรือการโจมตีผ่านสื่อและปฏิบัติการข่าวสาร

ทางหัวหน้าการพูดคุยฝ่ายไทย ได้ชี้แจงแนวทางการพูดคุยในอนาคต ซึ่งจะประกอบด้วยทีมพูดคุย ทีมยุติเหตุรุนแรงหรือหยุดยิง และทีมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

CAP เชื่อว่า กระบวนการสันติภาพจะไม่สามารถเดินหน้าได้ด้วยคนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่ต้องอาศัย “การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน” ทั้งผู้นำศาสนา เยาวชน สตรี ภาคประชาชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และเครือข่ายภาคสังคม ที่ร่วมกันปกป้องพื้นที่แห่งความหวังของผู้คนในสังคม

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ต้องการเพียงความเงียบของเสียงปืน แต่ต้องการสังคมที่ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย ได้รับความเป็นธรรม และมองเห็นอนาคตร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising