24 มิ.ย.นี้ กมธ.แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียก บมจ.พาวเวอร์ไลน์ฯ และสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ เข้าชี้แจงกรณีค้างค่าจ้างคนงานก่อสร้างโครงการ ‘หมอน 33’ กว่า 12 เดือน จนคนงานได้รับความเดือดร้อนหนัก แทบไร้เงินประทังชีวิต ด้านคนงานหวังนำเงินค่าจ้างส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย และใช้หนี้ที่ยืมมา
18 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (18 มิ.ย.) ธนพร วิจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปีกแรงงาน ของพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ เผยว่าจะมีการเรียกตัวแทนบริษัท บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PLE) และสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) เข้าชี้แจงในคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร หลังจากเมื่อเวลา 10.10 น. ของวันนี้ มีนิสิต-นักศีกษา 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยคนงานไซต์ก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ 'หมอน 33' (Block 33) เขตพาณิชย์สวนหลวง-สามย่าน เข้าร้องเรียน กมธ.แรงงาน เนื่องจากถูกบริษัท PLE ค้างค่าจ้างมากว่า 12 เดือน จนคนงานได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส
ธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชน และสมาชิก กมธ.การแรงงาน ให้สัมภาษณ์ระบุว่า เรื่องค้างค่าจ้างคนงานก่อสร้างจะมีการประชุมของ กมธ.แรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 24 มิ.ย. 2569 เวลา 9.00 น. และ กมธ.แรงงาน จะรวมประเด็นกรณีที่ บริษัท พาวเวอร์ไลน์ฯ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักโครงการก่อสร้าง ‘หมอน 33’ ค้างชำระค่าจ้างให้คนงานผู้พิการทั้งหมด 38 คน เข้ามาหารือในวันเดียวกันด้วย โดยในวันดังกล่าวได้มีการเชิญทั้งตัวแทนบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ และสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ เข้ามาชี้แจงในที่ประชุม
ธนพร ระบุด้วยว่า เท่าได้ฟัง ทางบริษัทพาวเวอร์ไลน์ค้างชำระค่าจ้างคนงานทั้งไซต์หมอน 33 รวมประมาณ 20 คน ตกคนละประมาณ 20,000-50,000 บาท
“ส่วนกรณีที่พาวเวอร์ไลน์ ไม่รับผิดชอบค่าจ้าง ทางสำนักงานทรัพย์สินจุฬาฯ ในฐานะผู้จ้าง ก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ” ธนพร ระบุ
ชนาภา พานิช อายุ 55 ปี ลูกจ้างคนงานก่อสร้าง โครงการ หมอน 33 และปัจจุบันเป็นลูกจ้างรายวัน ภายใต้ บมจ.พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เผยว่า อยากให้ทางบริษัทช่วยจ่ายคนแรง เพราะว่าเธออยากเอาเงินไปส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย และจะได้ไปจ่ายเงินที่กู้หนี้ยืมสินมา ซึ่งทางโครงการไม่ได้จ่ายเงินมานานกว่า 1 ปีแล้ว
ชนาภา กล่าวว่าทุกวันนี้ประทังชีวิตโดยการเก็บผักบุ้งในไซต์ก่อสร้าง และออกไปทำงานรับจ๊อบเสริมข้างนอกได้วันละ 300-400 บาท แต่นานๆ ทีถึงจะมีงานสักครั้ง
“ทุกวันนี้ พวกป้าก็หาเก็บผักบุ้งในไซต์งานนั่นแหละกิน และก็มีงานข้างนอก ป้าก็ไปรับจ๊อบ วันสองวัน ได้เงินมาประทังชีวิต 300-400 บาท แต่มันก็ไม่ได้มีบ่อย นานๆ จะมีที ก็ได้เงินแค่นี้
“พวกป้าก็ไปกู้หนี้ยืมสินเขามาเยอะแยะแล้ว ก็อยากจะให้ทาง “พาวเวอร์ไลน์ฯ” จ่ายพวกป้ามามั่ง พวกป้าก็จะได้ไปใช้หนี้ใช้สินเขา ที่เหลือก็จะได้เก็บส่งลูก” ชนาภา กล่าว
ชนาภา กล่าวว่า นอกจากเธอแล้ว ยังมีคนงานอีกประมาณ 10 กว่าคนที่ถูกค้างค่าจ้าง คนงานบางคนทนไม่ไหวก็ออกไปหางานอื่นทำ
แม้ว่าจะยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้คนงานมากว่า 1 ปี แต่ทางชนาภา ระบุว่า นายจ้างก็ยังมีการสั่งงานผ่าน LINE ให้คนงานไปทำงานต่างๆ ทุกวัน อย่างการทำความสะอาดห้องน้ำ แล้วแต่นายจ้างจะสั่งงานมาว่าจะให้ทำจุดไหนบ้าง เธอก็ไปตามคำสั่ง
“มีปัญหาเรื่องเงิน อยากให้เร่งให้ “เพาเวอร์ไลน์” จ่ายเงินคนงานบ้าง เพราะว่าคนงานก็ไม่มีเงินจะซื้อกินแล้ว ค้างค่าจ่ายมาตั้งปีกว่าแล้ว” คนงานก่อสร้างวัย 50 ปี กล่าวย้ำ
สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบขายสิทธิเช่าระยะยาว ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2564 ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของสามย่าน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตึกมีความสูง 50 ชั้น ประกอบไปด้วย คอนโดฯ อาคารสำนักงาน และจอดรถยนต์ มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 1,803 ห้อง จำนวน 1 อาคาร (3 ทาวเวอร์) พื้นที่ราว 17 ไร่
Block 33 เป็นส่วนต่อขยายจากการปรับผังเมืองของจุฬาฯ ที่ทำต่อเนื่องหลายปี ทั้งสามย่านมิตรทาวน์ สวนจุฬาฯ 100 ปี ลานคนเมือง ทำให้หลายชุมชนต้องปรับตัวและย้ายออก เพื่อพัฒนาโครงการนี้ เช่น ตลาดสามย่านเดิม พื้นที่เชียงกง และโซนศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เพื่อใช้ก่อสร้างโครงการ พื้นที่ที่ถูกดึงคืนไม่ได้มีเพียงตลาด แต่ยังมีชุมชนสามย่านเดิม อายุเก่าแก่กว่า 60 ปี
