iLaw เสนอ ปธ.รัฐสภา ไม่ต้องรีบบรรจุวาระ 'ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ' มาตรา 256 ว่าด้วย สสร.เข้าสู่ที่ประชุม แต่ให้ยืดเวลาออกไป 2-3 เดือน เพื่อสร้างความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างทั่วถึง หรืออาจมีคนกลุ่มอื่นๆ ร่วมยื่นร่างแก้เพิ่มเติม เกิดเป็นไอเดียและจินตนาการแบบใหม่
สืบเนื่องจากกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยขั้นตอนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการคัดเลือกของสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้มาจากการเลือกกตั้ง และโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเคยกำหนดวาระการประชุมของรัฐสภาเป็นวันที่ 7-8 ก.ค. 2569 เพื่อพิจารณาให้เสร็จภายในเดือน ต.ค. 2569
18 มิ.ย. 2569 ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหนึ่งในผู้ริเริ่มเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โพสเฟซบุ๊กอัปเดตสถานการณ์กิจกรรมที่กำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบ 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยระบุว่า หลังเปิดเว็บไซต์ให้ลงชื่อมาประมาณ 7 วัน ได้มาเกือบ 20,000 รายชื่อ เพราะประชาชนตื่นตัวพร้อมมีส่วนร่วมกันมาก
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ประธานรัฐสภาเคยให้ข่าวว่าจะเปิดสภาเพื่อประชุมวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ ก็เท่ากับเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น และเจ้าหน้าที่สภาฯ ก็ย้ำว่าต้องไปยื่นในต้นสัปดาห์หน้าเท่านั้น เพื่อให้เขาตรวจนับ 50,000 รายชื่อได้ทันและส่งเข้าบรรจุวาระได้ทันเวลา
ยิ่งชีพ ระบุอีกว่า การหารายชื่อให้ครบโดยเร็วไม่ใช่ความท้าทายในวันนี้ ความสำคัญของการเสนอร่างนี้ คือ ประชาชนต้องเข้าใจกระบวนการนี้ ต้องช่วยกันคิดช่วยกันออกแบบว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีที่มาอย่างไร ไม่ใช่เพียงไม่ชอบรัฐบาลก็ลงชื่อ ไม่ใช่เพียงเชียร์ iLaw เชื่อถือคนชักชวน ก็ลงชื่อไปก่อน เราได้ประชุมวางแผนกันว่าจะต้องจัดเวทีตามภูมิภาคจำนวนมาก ต้องลงพื้นที่ เข้าหาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไปให้ถึงคนในชนบท คนรายได้น้อย ที่ไม่ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน
ผอ. iLaw จึงเสนอว่า ประธานรัฐสภา วิปฯ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และวิปฯ สว. ไม่ควร "เร่งเกม" รวบรัดตัดสินใจ ควรจะช่วยกันออกมาอธิบายความสำคัญของกระบวนการที่จะเกิดขึ้น ให้เวลาประชาชนสัก 2-3 เดือน ทำความเข้าใจ คิดตาม คิดต่าง ชวนกันออกแบบและเสนอกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่หลากหลาย โดยอาจจะมีร่างฉบับอื่นที่ประชาชนกลุ่มอื่นๆ เข้าชื่อกันเสนอมาให้เกิดความแตกต่าง เกิดจินตนาการไอเดียแบบใหม่ๆ อีกก็ได้
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อยู่นี้ เสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จำนวน 300 คน ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยจะแบ่ง สสร. ออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. ‘สสร.แบบแบ่งเขต’ จำนวน 150 คน เป็น “ตัวแทนระดับจังหวัด” 2. ‘สสร.แบบบัญชีรายชื่อ’ จำนวน 150 คน เป็น “ตัวแทนระดับประเทศ” โดยมาตรา 256/13 กำหนดให้หน้าที่แรกของ สสร. คือ การจัดทำ “กรอบการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่” โดยต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงและต้องเปิดเผยให้ประชาชนสามารถติดตามได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว
นอกจากร่างฉบับที่ประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่ออยู่แล้วก็มีเพียงร่างจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนที่เสนออย่างเป็นทางการเพื่อบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาแล้ว ขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศว่าจะยื่นของของตัวเองเข้าแข่งขันด้วยเช่นกัน แต่ทั้ง 2 พรรคหลังมีจำนวน สส. ไม่เพียงพอ จึงอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคการเมืองอื่นเพื่อขอจำนวน สส. มาสนับสนุนและจะยื่นเสนอต่อไปก่อนวันพิจารณา
