ตำรวจฮ่องกงกำลังเร่งขยายการใช้เทคโนโลยีสอดแนมและโดรนอัตโนมัติในฮ่องกง โดยอ้างว่าเพื่อใช้ตรวจหาผู้กระทำผิดอย่างการอยู่ในประเทศเกินวีซ่าและการพนันผิดกฎหมาย พวกเขาจะใช้โดรนติดกล้องความละเอียดสูง ติดไฟตำรวจ บวกกับ AI ระบบจดจำใบหน้า โดยจะให้บินลาดตระเวนหลายรอบต่อวัน เรื่องนี้ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน
ตำรวจฮ่องกงได้ปรับระบบสอดแนมให้เข้มข้นขึ้นโดยมีการใช้โดรนบินออกมาจากตู้ที่ดาดฟ้าสถานีตำรวจเพื่อทำการตรวจตราพื้นที่หลายครั้งในหนึ่งวัน โดรนของตำรวจจะมีการติดกล้องความละเอียดสูง พวกมันบินไปตามที่ต่างๆ ของฮ่องกงไม่ว่าจะเป็นสระน้ำส่วนตัวในบ้านหรูหลายพันล้าน ไปจนถึงสนามเทนนิส อีกส่วนหนึ่งก็บินอยู่ตามที่ๆ มีฝูงชนและการจราจรสัญจรไปมา
หน่วยงานตำรวจของฮ่องกงเปิดเผยว่าการขยายเทคโนโลยีสอดแนมและการใช้โดรนอัตโนมัติเช่นนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานของตำรวจได้ เพราะพวกเขาได้นำโดรนมาใช้ทดแทนการลาดตระเวนทางบกของตำรวจ โดยมีการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าโดยอาศัย AI เข้าช่วยด้วย ซึ่งทางตำรวจบอกว่ามีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการล่าตัวบุคคลที่พำนักในประเทศเกินกำหนดวีซ่า รวมถึงการพนันที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการติดกล้องสอดแนมที่ต่างๆ ช่วยในการสืบสวนและจับกุมได้ง่ายขึ้นด้วย
กรมตำรวจฮ่องกงระบุว่านับตั้งแต่ที่มีการเริ่มใช้โดรนเพื่อตรวจตราเมื่อเดือน พฤษภาคม 2025 พวกเขาก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 54 ราย โดยในจำนวนนี้มีอยู่ 6 ราย เป็นผู้ที่ทางการต้องการตัว โดยที่ทางการก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดไปมากกว่านี้ บอกแค่เพียงว่ามีครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง
มีการยกตัวอย่างกรณีที่ตำรวจใช้โดรนในการจับกุมชายวัยกลางคนกับผู้สูงอายุ 8 รายที่กำลังเล่นการพนันอย่างผิดกฎหมายในที่พักการเคหะ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่โดรนจับได้ว่ามีคนขับรถสวนเลนอย่างผิดกฎหมาย 2 กรณี
Sky Yeung ประธานสมาคมโดรนฮ่องกง DNT FPV กล่าวว่า การใช้โดรนมากขึ้นในฮ่องกงนั้นเป็นการตอบรับกับนโยบายจากจีนที่เรียกว่า "เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ" ที่หมายถึงการใช้ประโยชน์จากน่านฟ้าความสูงไม่เกิน 1,000-3,000 เมตร ซึ่งมักจะหมายถึงการนำโดรนหรือยานยนต์ไร้คนขับมาปรับใช้ในภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การขนส่ง การเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงการบังคับกฎหมายด้วย เรื่องนี้เป็นสัญญาณว่า นอกจากภาครัฐฮ่องกงจะเปิดให้ธุรกิจใช้โดรนกันมากขึ้นแล้วตัวของภาครัฐเองก็เตรียมใช้โดรนกับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ มากขึ้นด้วย
ความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
ถึงแม้ว่าในคำแถลงของตำรวจฮ่องกงจะไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องความมั่นคงของชาติโดยตรง แต่ ไบรซ์ เนียรี อดีตบรรณาธิการบริหารวารสาร Seattle Journal of Technology, Environmental & Innovation Law ก็วิเคราะห์ว่า ถ้าหากว่ากฎหมายเริ่มอนุญาตให้มีการใช้โดรนจับกุมผู้ที่รัฐมองว่ากระทำการยุยงปลุกปั่น หรือมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ได้แล้วล่ะก็ มันก็จะกลายเป็นการเปิดทางให้ใช้โดรนในเรื่องความมั่นคงได้ในที่สุด
นอกจากนี้นักวิเคราะห์กับผู้เคลื่อนดานสิทธิความเป็นส่วนตัวยังมองว่า การใช้โดรนในแบบของตำรวจฮ่องกงยังเสี่ยงต่อปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวด้วย ส่วนหนึ่งเพราะโดรนของตำรวจนั้นอยู่ในที่ๆ ผู้คนมักจะไม่ได้สังเกตเห็น จึงกลายเป็นการลอบจับตามองโดยที่ผู้คนไม่รู้ตัว
Yeung บอกว่าโดรนตำรวจฮ่องกงมักจะปฏิบัติการอยู่สูงจากพื้น 60-90 เมตร ซึ่งไม่ได้ส่งเสียงดังมากและมักจะถูกเสียงในเมืองกลบ และถึงแม้ว่าโดรนเหล่านี้จะติดสติกเกอร์สะท้อนแสงและมีแสงไฟที่ระบุว่าเป็นโดรนของตำรวจ แต่จากระดับความสูงของการปฏิบัติการแล้ว ถ้ามองจากพื้นดินจะมองไม่เห็นแสงกับสติกเกอร์ที่ว่านี้
ทางด้านตำรวจฮ่องกงเปิดเผยเกี่ยวกับความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวว่า โดรนตำรวจจะมีการลาดตระเวน "อย่างระมัดระวัง" ตามเส้นทางที่วางแผนไว้แล้ว และมักจะไปตามจุดที่เป็นพื้นที่สาธารณะเท่านั้น จะพยายาม "ไม่บินเข้้าไปใกล้กับพื้นที่ส่วนบุคคลถ้าไม่จำเป็น" เว้นแต่จะมีเหตุให้ต้องเข้าไปสืบสวนในพื้นที่เหล่านั้นเท่านั้นถึงจะมีการใช้โดรนร่อนลงต่ำเพื่อเข้าไปเก็บหลักฐาน
อีกเรื่องหนึ่งที่มีความกังวลกันคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในการวิเคราะห์เพื่อช่วยสอดแนม ซึ่งกลุ่มด้านสิทธิความเป็นส่วนตัวได้เตือนเรื่องที่ว่าแม้แต่การใช้โดรนของตำรวจในตัวมันเองก็ไม่ได้มีกรอบทางกฎหมายมากำกับดูแลการใช้งานอยู่แล้ว ยิ่งมีการใช้ AI มาช่วยเรื่องการจดจำใบหน้าหรือระบบไบโอเมทริกซ์อื่นๆ ของบุคคลอย่างลักษณะลายนิ้วมือหรือม่านตา ก็ยิ่งทำให้น่ากังวลว่าทางภาครัฐจะนำข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ไปใช้อย่างไร ไปเก็บ เผยแพร่ต่อ หรือมีการลบทิ้ง
นอกจากนี้ก็ไม่มีการตั้งหลักเกณฑ์ข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนจากการถูกเก็บข้อมูลเหล่านี้ อีกทั้งยังมีข้อสังเกตว่าที่ผ่านมามักจะมีการใช้งานโดรนในการจับกุมการกระทำผิดลหุโทษแทนที่จะแก้ปัญหาเรื่องแก๊งอาชญากรรม ทำให้ถูกมองว่าเป็นการเน้นการจับจ้องสอดแนมเพื่อควบคุมพฤติกรรมประชาชนทั่วไปมากกว่าจะเป็นการต้องการปราบปรามอาชญากรรมอย่างแท้จริง
เรียบเรียงจาก
Eyes in the sky: Hong Kong police tackle petty crime with drone patrols, but privacy concerns linger, HKFP, 26-05-2026
Hong Kong Police Deploy AI Drones to Fight Street Crime, AI Weekly, 25-05-2026
