ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน ฉบับที่ 41: จดหมายน้อยจากริมชายแดนตะวันตก

ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดนได้รับจดหมายน้อยจากริมชายแดนตะวันตก สื่อสารมาบอกกล่าวถึงบางเรื่องราวที่ “ไม่น่าจะเกิดขึ้น” เมื่อวันที่ 2 ก.ย. กับผู้ลี้ภัยที่พักพิงอยู่ที่บ้านอุสุทะ ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก...

 

 
เรียน ผู้อ่านทุกท่านคะ
 
ทางศูนย์ข่าวข้ามพรมแดนได้รับจดหมายน้อยจากริมชายแดนตะวันตก สื่อสารมาบอกกล่าวถึงบางเรื่องราวที่ “ไม่น่าจะเกิดขึ้น” เมื่อวานนี้ (2 กันยายน 52) กับผู้ลี้ภัยที่พักพิงอยู่ที่บ้านอุสุทะ ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
 
ถ้าทุกท่านยังจำกันได้ ผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้คือผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่ที่อพยพจากฝั่งพม่ามาที่ประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2552 เพราะถูกกวาดล้างและโจมตีจากรัฐบาลทหารพม่า ร่วมด้วยกองกำลัง DKBA (อ่าน CBNA 32 -34 -35 http://gotoknow.org/blog/crossborder-newsagency/toc)
 
ดิฉันอ่านจดหมายฉบับนี้จบ เรื่องเกิดกับผู้ใหญ่ แต่ใบหน้าของเด็กๆ กลับลอยมา
 
เด็กๆ ผู้ลี้ภัยจากเล่อป่อเฮอ ซ้อนทับกับใบหน้าของเด็กแรงงานข้ามชาติ : หม่อง ทองดี และอีกหลายๆคนที่กระจัดกระจายอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ที่เป็น “เครื่องมือ” ของผู้ใหญ่หลายๆคนที่กำลัง “ทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้” และเด็กๆเหล่านี้ยากจะเข้าใจความหมายดังกล่าว
 
ดิฉันแอบอดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า เด็กในวันนี้ ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้า สังคมไทยจะดูแลเด็กเหล่านี้ด้วยท่าทีอย่างไร นี้คือชะตากรรมในอนาคตที่สังคมไทยปฏิเสธและโทษใครไม่ได้เลย เพราะเรานี้เองที่กำลังทำให้เด็กๆกลายเป็นเช่นนั้น
ป.ล. : ใบหน้าของเด็กแฝด god army 2 คน ซ้อนเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจเช่นเดียวกัน
 
ด้วยจิตคารวะและเชื่อมั่นพลังสามัญชน
ทีมงานศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน 3 กันยายน 2552
 
000
 
 
ถึงศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน
 
เมื่อวานนี้ วันที่ 2 กันยายน 2552 เวลาเช้าราวหกโมง ตำรวจตระเวนชายแดนราว 7-8 นายได้เข้าไปจับผู้นำชุมชนผู้ลี้ภัยใหม่ที่บ้านอุสุทะ ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตากไป 2 คน คือนายจีวินหรือหม่องวิน และนายปูลู โดยไม่ได้สอบสวนหรือตั้งข้อกล่าวหาว่าอย่างไรชัดเจน นอกจากบอกว่าเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย มาวันนี้ทราบข่าวว่า ทั้งสองจะถูกส่งไปที่แม่สอด เพื่อทำเรื่องส่งกลับประเทศพม่า และกำลังมีหน่วยงานต่าง ๆรวมทั้งสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ดำเนินการช่วยเหลืออยู่
 
ล่าสุดราว 5 โมงเย็นวันนี้ (3 กันยายน 52) คนที่ถูกจับกุมไปได้รับการปล่อยตัวแล้ว โดยปราศจากคำอธิบายใดๆทั้งสิ้นว่าจับไปทำไม อย่างไรก็ตามต่อกรณีดังกล่าวนี้ ดิฉันคิดว่าควรจะต้องมีคำอธิบายจากตำรวจตระเวนชายแดนเพิ่มเติม
 
คงจำผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงจากเล่อป่อเฮอและหมู่บ้านใกล้เคียงราวกว่าสามพันที่อพยพเข้ามาเมื่อเดือนมิถุนายนกันได้ คนกลุ่มนี้กระจายอยู่สองจุด คือ ที่บ้านหนองบัว และบ้านอุสุทะ
 
ที่บ้านหนองบัว มีทหารพรานและอาสาสมัคร (อ.ส.) ดูแล
 
ส่วนที่บ้านอุสุทะ อยู่ในความควบคุมของตำรวจตระเวนชายแดน (ต.ช.ด.)
 
หลังจากที่มีแถลงการณ์สองฉบับจากทางศูนย์ข่าว ฯ ร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ล่าสุดดิฉันได้ทราบข่าวว่า ทางปลัดอำเภอท่าสองยางที่เป็นผู้ดูแลค่ายผู้ลี้ภัยแม่หละ ได้พบปะกับผู้ลี้ภัยเพื่อหารือถึงการย้ายคนเข้าค่าย หากได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดและเบื้องบน
 
ข่าวนี้เป็นข่าวดีสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะเด็ก ๆ และคนจากเล่อป่อเฮอซึ่งเป็นกลุ่มที่กลับประเทศพม่าไม่ได้อย่างสิ้นเชิง เพราะในแม่หละนั้นมีสาธารณูปโภคอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีโรงเรียน โรงพยาบาล แต่ชาวบ้านหลายคน โดยเฉพาะคนที่มาจากหมู่บ้านอื่นที่มีแนวโน้มว่าจะกลับได้หลังจากเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็ไม่อยากเข้าค่ายผู้ลี้ภัย เพราะไม่อยากไร้เสรีภาพ และยังมีข่าวลือว่าหากเข้าค่ายจะต้องไปประเทศที่สาม ไม่มีโอกาสกลับบ้าน ขณะนี้จึงมีความสับสนอยู่
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อุสุทะเมื่อวาน ทำให้ดิฉันสงสัยว่า ต.ช.ด.กำลังทำอะไร และทำภายใต้คำสั่งของหน่วยงานใด ต.ช.ด.เอง หรือสูงกว่า? การจับกุมคนทั้งสองด้วยเหตุผลว่าเขาเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายนั้นไร้เหตุผลเป็นอย่างยิ่ง คนทั้งสองเป็นผู้นำชุมชนผู้ลี้ภัยที่มารวมตัวกันที่นั่น หากสองคนเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย คนอื่นก็ย่อมเป็นด้วย
 
หลายวันผ่านมาดิฉันได้อ่านรายงานข่าวพบว่า ต.ช.ด.ได้กล่าวหาว่าพวกเขาพยายามนำผู้ลี้ภัยมาเพิ่มอีก หลังจากมีหน่วยข่าวกรองไทยมาคุยกับผู้นำทั้งสองที่แม่อุสุ ต.ช.ด.ก็จับกุมพวกเขา เรื่องทั้งหมดนี้จะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ดิฉันไม่ทราบ ทราบแต่ว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการเขย่าขวัญของชาวบ้านที่หนีภัยมา ว่าหากผู้นำของเขาถูกจับกุมและส่งกลับ แล้วพวกเขาเล่า จะอยู่อย่างไร?
 
ในขณะที่ทางศูนย์พักพิงชั่วคราวหลังวัดหนองบัวที่ทหารพรานและ อ.ส.ดูแลนั้น ยังดำเนินไปด้วยดีตามอัตภาพ ทางอุสุทะนั้นมีข่าวหลายครั้งว่ามีการพยายามกดดันให้ชาวบ้านกลับไป (โดยที่รัฐไม่ต้องไป "ผลักดัน" ให้เห็น ๆ) มีข่าวทั้งในหน้าสื่อและจากชุมชนรายรอบว่า ทางกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธได้พยายามเจรจาให้ไทยส่งคนกลับ และพวกเขาจะรับรองความปลอดภัย แต่ดิฉันอยากจะถามว่า หากพื้นที่นั้น ๆปลอดภัยจริง จำเป็นหรือไม่ที่ดีเคบีเอจะต้องมาตกลงกับเจ้าหน้าที่รัฐไทย เพราะชาวบ้านล้วนอยากกลับบ้านด้วยกันทั้งสิ้น
 
ดิฉันอยากเรียกร้องผ่านศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน ว่า “เรา” ในฐานะประชาชนไทย ย่อมมีสิทธิที่จะได้ยินคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 และ 3 กันยายน กับนายหม่องจีและนายปูลู กับผู้ลี้ภัยที่อุสุทะนั้น คืออะไร?
 
เรากำลังทำอะไรกับผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ เพราะความเสียหายใดๆ ที่เกิดหรืออาจเกิดขึ้น รวมถึงบาปกรรมและความรู้สึกผิด ย่อมตกอยู่แก่พวกเราด้วยในฐานะประชาชนไทย ผู้มีสิทธิเสรีภาพและอำนาจในการตัดสินใจต่อกิจการของประเทศไทย เช่นกัน
 
ด้วยความเคารพ
ทิวา พรหมสุภา
 
3 กันยายน 2552

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น