นักข่าวพลเมือง: ลูกจ้างไทรอัมพ์แพ้คดี เดินหน้าดาวกระจายขาย Try Arm ร้องนายจ้างตัวจริงเจรจา

 

ดาวกระจาย กดดันนายจ้างตัวจริงเจรจาหาข้อยุติ

วานนี้ (18 ธ.ค.2552) เวลา 9.00 น. ที่อาคารวานิช ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย ได้มีกลุ่มคนงานประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างของบริษัท บอดี้แฟชั่น ประเทศไทย จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกของบริษัทไทรอัมพ์ฯ ที่ได้มีประกาศและเลิกจ้างพนักงาน 1,959 คนตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยการเลิกจ้างในครั้งนี้สหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯและกลุ่มอดีตพนักงานที่ถูก เลิกจ้างไม่ยอมรับการเลิกจ้าง จึงมีการชุมนุมและเคลื่อนไหวมาโดยตลอดเกือบครึ่งปีที่ผ่านมา

โดยใน ครั้งนี้ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางมาจากกระทรวงแรงงานเพื่อรณรงค์ พร้อมขายสินค้ากางเกงในสตรี Try Arm (ดู รายงานพิเศษ : กางเกงในแบรนด์ 'Try Arm' ตัวแรก จากสองแขนแรงงานผู้ไม่ยอมแพ้) บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ ที่อาคารวานิช ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ดาวกระจาย ขายไทรอาร์ม” เรียกร้องให้บริษัทปฏิบัติตามข้อตกลงสภาพการจ้าง หลักจรรยาบรรณทางการค้าของกลุ่มบริษัทไทรอัมพ์ (Code of Conduct) หลักปฏิบัติของบรรษัทข้ามชาติของกลุ่มองค์กรความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและ การพัฒนา (OECD) ในเรื่องของการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างนายจ้างกัลลูกจ้างกรณีการกำหนด นโยบายที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก การเปิดเผยข้อมูล รวมถึงเรียกร้องให้มีการเจรจากับ 2 ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯและตัวแทนของกลุ่มพนังงานที่ถูกเลิกจ้าง ประกอบด้วย ธัญยธร คีรีถาวรพัฒน์ รองประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ และ จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ประจำสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ ซึ่งได้เดินทางไปรณรงค์เพื่อขอเข้าพบผู้มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างแท้จริงใน การปรับโครงสร้างครั้งนี้ที่ยุโรปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา (ดู 2 ตัวแทน สร.ไทรอัมพ์ฯ ออกบอกเล่าการถูกละเมิดต่อแรงงานและผู้บริโภคในยุโรป) เนื่องจากตลอดเวลาที่ได้มีประกาศเลิกจ้างนั้นผู้บริหารประจำประเทศไทยอ้างมา โดยตลอดว่าไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ

ผลปรากฏว่า ขณะนั้น ไม่ไดัพบผู้บริหารสูงสุดประจำประเทศไทย คือ นายเคนเนต หลุย มาร์แชล เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงานแจ้งแก่ผู้ชุมนุมว่า นายเคนเนตไม่อยู่ หลังจากทราบเรื่องกลุ่มอดีตพนักงานไทรอัมพ์ฯ ได้ชุมนุมบริเวณหน้าอาคารวานิชต่อ พร้อมทั้งแจกแถลงการณ์ และขายสินค้า Try Arm ให้กับผู้คนที่สัญจรในย่านดังกล่าว โดยพวกเธอระบุว่า ขายในราคาที่เป็นธรรม เพื่อรณรงค์ให้สังคมรับทราบถึงการขูดรีดที่พวกเธอประสบและส่วนต่างระหว่าง กำไรกับค่าแรงและค่าชดเชยที่พวกเธอได้รับจากการจ้างงานนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั้งเวลา 13.30 น.จึงเดินทางกลับที่ชุมนุมบริเวณใต้ถุนอาคารกระทรวงแรงงาน ดินแดง กรุงเทพฯ


สื่อนอกสนใจ 2 ตัวแทนรณรงค์ในยุโรป
ทั้งนี้ในวันดังกล่าว (18 ธ.ค. 2552) เทเลกราฟ (Telegraaf) สื่อยักษ์ใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ ได้รายงานข่าวการชุมนุมและรณรงค์ของ 2 ตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯประเทศไทยและกลุ่มคนงานที่ถูกเลิกจ้างในครั้งนี้ ที่ได้รณรงค์บริเวณหน้าร้านขายสินค้าของไทรอัมพ์ ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ร่วมกับตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ฟิลิปปินส์ที่ถูกเลิกจ้างเช่นกัน (ดู Naaisters voelen zich in hemd gezet)

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552 แนวหน้าออนไลน์ (http://www.naewna.com/news.asp?ID=191832) ได้รายงานข่าวการตัดสินของศาลแรงงาน จ.สมุทรปราการ กรณีที่กลุ่มอดีตลูกจ้าง บริษัท บอดี้ แฟชั่น ประเทศไทย จำกัดส่วนหนึ่งประมาณ 200 กว่าคน ที่ได้ไปยื่นฟ้องศาลกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมนั้น ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยอ้างเหตุนายจ้างของบริษัทดังกล่าวประสบกับภาวะขาดทุนจริง ส่วนคนงานเผยเตรียมปรับเปลี่ยนการต่อสู้รูปแบบใหม่ ตามรายงานข่าวของแนวหน้าดังนี้

ศาลแรงงาน จ.สมุทรปราการ อ่านคำพิพากษาคดีที่อดีตลูกจ้าง บริษัท บอดี้ แฟชั่น ประเทศไทย จำกัด ที่ผลิตชุดชั้นในยี่ห้อ ไทรอัมพ์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณากรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากนายจ้างของบริษัทดังกล่าวประสบกับภาวะขาดทุนจริง พวกตนจะต้องปรับเปลี่ยนการต่อสู้ในรูปแบบใหม่ โดยจะใช้รูปแบบดาวกระจายขายสินค้าไทร์อาม (Try arm) ซึ่งเป็นสินค้าชุดชั้นในที่คนงานผลิตขึ้นเองหลังจากถูกเลิกจ้าง โดยจะแยกกันไปขายตามหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีสินค้าของไทรอัมพ์วางขาย เพื่อตอบโต้ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น

“พวกเราก็อยู่ในภาวะท้อแท้ และไม่รู้จะสู้อย่างไร เราคงตระเวนขายสินค้าที่เราทำก็นเพื่อจะบอกให้ประชาชนได้รู้ว่าต้นทุนสินค้า ที่ขาย กับกำไรที่บริษัทตั้งราคาขายแตกต่างกันมาก โดยจะขายในราคา 49 กับ 59 บาท เท่านั้น” นางบุญรอด กล่าว

นางบุญรอด กล่าวต่อว่า ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ ที่บริษัทไทรอัมพ์ สาขาใหญ่ ถ.เพชรบุรี เพื่อขอให้บริษัทไทรอัมพ์สำนักงานใหญ่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดการเจรจากับ 2 ตัวแทนสหภาพ ที่เดินทางไปเจรจากับผู้บริหารในเรื่องจริยธรรมทางการค้า และการเคารพกฎเกณฑ์จริยธรรมของบรรษัทข้ามชาติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตลูกจ้างไทรอัมพ์จำนวน 1,954 คน ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.52 ทำให้พนักงานรวมตัวกันประท้วงทั้งที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล หน้าโรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ก่อนที่จะมาปักหลักชุมนุมประท้วงที่ใต้อาคารกระทรวงแรงงานเป็นเวลากว่า 60 วัน

 

Comments

นี่ยังไงล่ะ

นี่ยังไงล่ะ ผลพวงของยุคทุนนิยมอำมาตย์สามานย์ที่ทั้งกู้ทั้งโกงทั้งกิน แล้วยังกดขี่ข่มเหงประชาชนที่ยากไร้
นี่ยังไงล่ะ ระบอบอภิสืทธิ์ ระบอบสนธิ ระบอบอำมาตย์หัวขาวที่พวหเหลืองเรียกหา

ก็ตรงกับคำขวัญ ประชาชนต้องตายก่อน จริงๆ

สู้ต่อไปนะครับไทรอัมพ์

สู้ต่อไปนะครับไทรอัมพ์ เป็นกำลังใจให้ครับ

ศาลไม่ต้องเห่วงครับว่าเขาอยู่ข้างใคร

สะท้อนให้เห็นว่า 1.ถ้าไม่มาร์

สะท้อนให้เห็นว่า

1.ถ้าไม่มาร์คสร้างภาพ เอาเข้าจริงฌศรษฐกิจก็มีปัญหา
2.หรือไม่ก็ตาชั่งไม่ตรง

หรือไม่ก็มีปัญหาทั้งคู่

หรือไม่ก็เป็นปัญหาที่ตัวคุณที่เกิดเป็นกรรมกร

เคยมีโอกาสไปนั่งคุยกับคนงานไท

เคยมีโอกาสไปนั่งคุยกับคนงานไทรอัมพ์ส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกไปฟ้องศาล ชุมนุมใต้ถุนกระทรวงแรงงาน

ได้ถามว่าทำไมไม่ไปฟ้องศาล พวกเขาบอกเลยว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมแรงงาน มีปัญหา

เขามั่นใจมากว่าคนงานส่วนหนึ่งที่ไปฟ้องจะไม่ชนะ เขาให้เรา 100 % เลย เขาให้ดูบริษัทที่ปรึกษาด้านกฏหมายและล๊อปปี้ยีสของบริษัท อีกทั้งรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง

กลไกของรัฐไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเขาจริงๆ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมแรงงาน

เห็นใจและขอให้กำลัใจ

เห็นใจและขอให้กำลัใจ เห็นได้ชัดว่าการต่อรองและอำนาจของกลุ่มคนยังมีปัญหาสำหรับประเทศนี้โดยฌฉพาะรัฐบาลนี้ยังไม่มองความเดือดร้อนจริง เพียงแต่มองหาฐานอำนาจเพียงเพื่อการต่อรองและดำรงอยู่ของรฐโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนจริงต่อหน้า ก็คงไม่แปลกแม้แต่เสียงคนจำนวนมากอย่างคนเสื้อแดงที่ไม่พอใจ รัฐบาลนี้ยัไม่สนใจยังคงมั่นอกมั่นใจในอำนาจที่หนุนหลังอยู่ คงอาจจะต้องรวมกลุ่มเพื่อสร้างกำลังในการต่อรอง ผมว่าโดยรากแล้วแยกไม่ออกหรอกว่าแรงงานหรือการเมือง มันเป็นเรื่องของอำนาจการต่อรอง รวมกับกำลังทางการเมืองไปเถอะครับ ความทุกข์ ความลำบากมันมาทางเดียวกันแล้ว มันเหมือนกับมีปัญหาเดียวกัน โดยการบริหารผิดพลาดของรัฐ แต่รัฐมีเจ้าพ่อคุ้มหัวอยู่ น่าเศร้านะครับ

ชนะก็ยกย่องศาล

ชนะก็ยกย่องศาล แพ้ก็วิจารณ์
อย่าไปมองว่าคนส่วนใหญ่นะ เพราะคนที่อยู่ใต้ถุนกระทรวงแรงงานถึง200หรือเปล่า
จากผู้ถูกเลิกจ้าง 1900 คน แล้วที่เหลือไปไหน คงทำใจหรือหางานใหม่ไปแล้ว

อยากให้จิตราเป็นเจ้าของบริษัทนี้จัง จะได้รู้ว่าจะบริหารงานยังไง

ถ้าสู้ด้วยข้อเท็จจริงไทรอัมพ์ก็แพ้วันยังค่ำ แต่ถ้าใช้วิธีกดดันแบบไม่ใส่ใจกฎ ระเบียบบ้านเมือง
ก็น่าจะมีทางอยู่

เรียนถาม คุณ uname

เรียนถาม คุณ uname

"ชนะก็ยกย่องศาล แพ้ก็วิจารณ์" ประเด็นคือเขาไม่เคยชนะ และแรงงานส่วนใหญ่มีไหมที่ชนะ คนส่วนใหญ่จึงเลือกไม่ฟ้องศาล

"อยู่ใต้ถุนกระทรวงแรงงานถึง200หรือเปล่า" เออ อยากให้คุณพิสูจย์ก่อน ไม่ใช่มาตั้งคำถามแบบโยนหินถามทางอย่างนี้

"อยากให้จิตราเป็นเจ้าของบริษัทนี้จัง จะได้รู้ว่าจะบริหารงานยังไง" ผมเห็นด้วย เพราะการบริหารมันไม่ยาก ปัญหาอยู่ที่คุณมีทุนหรือไม่ครับ ดังนั้นคนงานสามารถบริหารได้แน่นอน เพราะรู้เรื่องกระบวนการผลิต การจัดซื้อ ทุกขั้นตอน เพราะเขาเป้นคนทำ ผู้บริหารเพียงแต่ผู้ให้อำนาจเท่านั้น

"ถ้าสู้ด้วยข้อเท็จจริงไทรอัมพ์ก็แพ้วันยังค่ำ แต่ถ้าใช้วิธีกดดันแบบไม่ใส่ใจกฎ ระเบียบบ้านเมือง
ก็น่าจะมีทางอยู่" ถามว่ากลุ่มหัวหน้างานที่ไปฟ้องนั้นไม่ได้สู้ด้วยข้อเท็จจริงหรือ

ผมว่าคนงานเขาไม่โง่นะ ประสบการณ์สอนเขาทุกอย่าง เราต้องยอมรับว่ารัฐไม่ได้อยู่ข้างลูกจ้าง โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม