'อนุพงษ์'ซ้อมแผนใช้กระสุนจริง ลั่นรับผิดชอบทุกนัด 'จตุพร'ปูดแผนปราบใน 7 วันสูญ 500 ชีวิตก็ยอม

19 เม.ย.53  มติชนออนไลน์ รายงานอ้างแหล่งข่าวจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เมื่อวันที่ 19 เมษายนว่า ภายหลังการประชุม ศอฉ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ ผู้ช่วย ผอ.ศอฉ. เรียกประชุมนายทหารตั้งแต่ระดับ 5 เสือ ทบ. แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับการกองพัน รองผู้บังคับการกองพัน และนายทหารระดับฝ่ายเสนาธิการทุกกองพันที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในหลักการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ติดอาวุธเข้าปะปนผู้ชุมนุม หากต้องออกปฏิบัติขอคืนพื้นที่และกรณีเกิดการปะทะกับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้อาวุธปืน เนื่องจากนายทหารระดับสูงเกรงว่าอาวุธทหารยังอยู่ในมือกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งปืนบร้าโว และปืนเอ็ม 16 ดังนั้น หากกลุ่มบุคคลที่ยึดอาวุธทหารไปแล้ว นำมาใช้กับประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติงาน อาจทำให้สังคมและประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้ 

"พล.อ.อนุพงษ์ จึงย้ำกับนายทหารระดับผู้ปฏิบัติทุกนาย การจะใช้อาวุธปืนจริงทำได้ คือการป้องกันตนเองในภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และการใช้อาวุธปืนจริงในลักษณะใดเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และหากจะใช้อาวุธต้องมีแบบแผนและลักษณะการใช้แบบเดียวกัน" รายงานข่าวระบุ

มีรายงานด้วยว่า ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้ให้ความมั่นใจกับกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยพูดกับนายทหารที่เข้าร่วมประชุมว่า "กระสุนทุกนัดผมจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ขอให้ทุกคนไม่ต้องกลัว หากจะต้องใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเอง แต่ต้องดำเนินการตามแผนที่ทำความเข้าใจและซักซ้อมกันไว้เช่นนี้"

นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการข่าวมีการรายงานว่า พบการเคลื่อนไหวสั่งซื้ออาวุธสงครามอาร์พีจีจากบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชา เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ กทม. ทำให้นายทหารระดับสูงกังวลงว่า หากใช้กำลังทหารออกปฏิบัติหน้าที่ขอคืนพื้นที่อีกครั้ง กลุ่มบุคคลแฝงที่ติดอาวุธอาจใช้วุธหนักทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนอีก เพื่อให้เกิดความสูญเสีย ดังนั้นการปฏิบัติต้องมีความพร้อมเต็มที่100เปอร์เซนต์

"ณัฐวุฒิ" นำทัพเคลื่อนใหญ่
สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 19.00 น. นายณัฐวุฒิ ขึ้นเวทีกล่าวยืนยันว่า วันที่ 20 เมษายน จะมีชุมนุมใหญ่แน่นอน จะมีประชาชนหลั่งไหลจากต่างจังหวัดจำนวนมาก เพื่อมาขับไล่นายอภิสิทธิ์ให้ยุบสภาที่แยกราชประสงค์ และจะเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ใด หรือเป้าหมายใดจะแจ้งให้ทราบเวลา 10.00 น. และยืนยันว่าแดงทั้งแผ่นดินจะปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อเอาชนะแน่นอน

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการหารือกับคณาจารย์ นำโดยนายปริญญา เทวานฤมิตร อาจารย์ธรรมศาสตร์ที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ และมาพบที่หลังเวทีเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยเสนอให้ถอยคนละก้าว ซึ่งแกนนำได้เล่ารายละเอียด พร้อมกับยืนยันว่า ถอยคงไม่ทันแล้ว เพราะเป้าหมายทหารจะฆ่าประชาชนก่อน ได้รับรายงานว่าจะมีการสลายการชุมนุมในเวลาตีสองตีสามในคืนนี้

ย้ำข้อเสนอยุบสภา-เลิกชุมนุม
"จึงทำหน้าที่เป็นตัวแทน นปช.ยื่นข้อเรียกร้องอย่างนักเลงและใจกว้างสุดสุด คือให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภา ซึ่งการยุบสภาไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของนายอภิสิทธิ์ หรือชัยชนะของคนเสื้อแดง แต่เป็นการยุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ 23 ชีวิตที่สูญเสียไปในวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเสื้อแดงก็ใจกว้างพอจะยุติการชุมนุมและกลับภูมิลำเนาทันที ศึกนี้ไม่ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ นายอภิสิทธิ์เองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ขั้นตอนทางกฎหมายว่า เราเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์เป็นฆาตกรหรือไม่ ก็ต้องไปต่อสู้กันทางกฎหมายต่อไป ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เปิดกว้างตรงไปตรงมา ขณะที่ชัยชนะครั้งเดียวของคนเสื้อแดงที่จะประกาศคือ การโค่นล้มอำมาตย์ ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป" นายณัฐวุฒิกล่าว

"ตู่"แฉแผน"อนุพงษ์"7วันจบแดง
ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์  ส.ส.สัดส่วน พท. และแกนนำ นปช. กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.อนุพงษ์ นัดผู้ใต้บังคับบัญชาประชุมในเวลา 13.00 น.นั้น เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาว่าเป็นการประชุมเพื่อจัดการกับกลุ่มเสื้อแดง จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 23 เมษายน แต่จริงๆ แล้ว ประชุมไปแล้วเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา และทหารแตงโมได้บันทึกการประชุมทั้งหมด 9 ข้อ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ให้ทุกอย่างจบภายใน 7 วัน เริ่มนับจากวันที่ 19 เมษายน เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่ากลุ่มพันธมิตรที่ปิดสนามบินแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ และยังยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลจัดการเสื้อแดงภายใน 7 วัน ไม่งั้นจะจัดการเอง แต่ พล.อ.อนุพงษ์รับข้อเสนอพันธมิตรมาดำเนินการทันที

"2.กำลังพลที่ใช้ มาจาก พล.ม.2 พล.1 รอ. พล ร.9 และ พล.ร.2 รอ. เป็นกองหนุน 3.ให้พัฒนาแผนทุกวัน โดยประชุม 09.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน 4.ถอนกำลังทหารออกจากทำเนียบรัฐบาล ให้เหลือ 8 กองร้อย จากเดิม 24 กองร้อย 5.แจกจ่ายปืนลูกซอง กองพลละ 600 กระบอก 6.กระสุนยางกองพลละ 18,000 นัด และกระสุนลูกซองปราย  ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ แต่ไม่ทราบจำนวน 7.ขณะนี้ทุกวันให้กำลังพลไปฝึกซ้อมยิงปืนที่กองพันทหารม้าที่ 3 เกียกกาย 8.จัดกำลังพลนายทหาร หรือนายสิบฝีมือดี กองพลละ 20 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบพร้อมปืน เอ็ม 16 เอ 2 หรืออาวุธตามถนัด แฝงตัวเข้าชุมนุมในวันล้อมปราบ 9.ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว กระสุนจริงและระเบิดมีพร้อม" นายจตุพรกล่าว

อ้างสูญเสีย500ชีวิตก็ต้องยอม
นายจตุพรกล่าวว่า ส่วน 4 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามแผน คือ 1.ปิดสื่อทั้งหมด รวมเว็บไซต์ที่เป็นของคนเสื้อแดง ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงสื่อขั้นรุนแรงสุด หลังจากปิดทีวี วิทยุ เว็บไซต์ และล่าสุดจะเป็นการปิดการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เพราะได้รับรายงานว่า มีการติดต่อไปยังเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้งดบริการส่งข้อความข่าวทางมือถือ ทั้งที่เป็นข่าวของความจริงวันนี้ โลกวันนี้ และดีสเตชั่น ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไม่เห็นข้อความ แสดงว่าสัญญาณเริ่มปราบกำลังจะเริ่มขึ้น 2.จับแกนนำ หรือทำร้ายแกนนำ ทั้งที่เป็นการจับเป็นและจับตาย 3.สลายผู้ชุมนุม 4.สร้างความชอบธรรมด้วยการออกประกาศทางสื่อทุกชนิด สรุปว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องทุกอย่าง ซึ่งในที่ประชุมมีการพูดว่า สูญเสีย 500 ชีวิตก็ต้องยอม ดังนั้น ในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดง 7 วันจากนี้ ถือว่าเป็น 7 วันอันตรายจริงๆ เพราะจะถูกสลายได้ทุกวัน

16 องค์กรคุยแกนนำไม่สำเร็จ
เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง ประธานกลุ่มผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง หนึ่งใน 16 องค์กรภาคประชาชนที่เดินทางเข้ามาพบแกนนำ นปช.ที่ราชประสงค์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ แก้วิกฤติความรุนแรง ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่ง น.ส.สาลีกล่าวภายหลังว่า ในการเจรจาแกนนำมีท่าทีไม่ยอมรับข้อเรียกร้อง พร้อมกับมีข้อเรียกร้องให้กลุ่ม 16 องค์กรไปเจรจาให้รัฐบาลเลิกใช้ความรุนแรงแทน

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ผ่านขั้นตอนการยุบหรือไม่ยุบสภาไปแล้ว โดยตั้งแต่ที่รัฐบาลใช้กำลังสลายม็อบเมื่อวันที่ 10 เมษายน ส่งผลให้มีคนตาย ประชาชนรับไม่ได้ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมแล้ว

"เหวง"ขู่รบ.เจอสงครามทุกจว.
สำหรับช่วงเช้าผู้ชุมนุมจำนวนมากยังคงพักผ่อนอยู่ตามเต๊นท์ต่างๆ ไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหวแต่อย่างใด นอกจากนี้กลุ่มเสื้อแดงยังนำเต๊นท์ที่พักมาติดตั้งเพิ่มเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดที่ไปเทศกาลสงกรานต์กลับมาสมทบ ทั้งมีการขึงตาข่ายดำจากเวทีปราศรัยเป็นบริเวณกว้างไปตลอดแนวริมถนนอาคารตึกสูง

ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า ขณะนี้รัฐบาลใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบราวกับว่าคนเสื้อแดงเป็นข้าศึกของประเทศนี้ ดังนั้น คนที่ยกระดับสงครามครั้งนี้ คือรัฐบาลไม่ใช่คนเสื้อแดง จะยืนหยัดในสันติวิธี จนนาทีสุดท้ายของชีวิต แต่ขอเตือนว่าถ้ามีการล้อมปราบคนเสื้อแดง รัฐบาลจะเผชิญกับสงครามกลางเมืองในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เปรียบได้กับพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกกดขี่สุดท้ายต้องจับอาวุธขึ้นมาสู้กลายเป็นผู้ก่อการร้าย

ยื่นยูเอ็นขอกำลังสันติภาพช่วย
นพ.เหวงกล่าวว่า แกนนำ นปช.ยังไม่มีมติเคลื่อนไหวไปยังถนนสีลม เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลกำลังใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ ดังนั้น ไม่มีทางเอาหัวไปโขกกำแพง การเคลื่อนไหวจะเป็นไปด้วยสติปัญญา จะไม่ใช้อารมณ์ หรือใช้ความบ้าเลือดเป็นตัวชี้นำ

ขณะที่นางจารุพรรณ กุลดิลก ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อยื่นหนังสือให้ช่วยจัดทีมมาสังเกตการณ์การชุมนุมเพื่อยืนยันว่าชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย พร้อมกับขอให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยด้วย


ชาวเขมรโผล่ป่วนแดงเจอชก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 14.00 น. มีชายฉกรรจ์อายุ 40 ปีเศษ สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนสีน้ำเงิน วิ่งข้ามถนนจากหน้าโรงแรมดุสิต ตรงมาที่หน้าสวนลุมพินี ซึ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่ พร้อมทั้งตะโกนด่าทอยั่วยุ ทำให้คนเสื้อแดงวิ่งเข้าใส่จนเกิดการชกต่อยกันอยู่ครู่หนึ่ง ชายดังกล่าวเห็นว่าสู้ไม่ไหว จึงรีบวิ่งถอยมาอยู่เกาะกลางถนน จากนั้นไม่นานวิ่งข้ามกลับไปด่าทอเช่นเดิม เมื่อคนเสื้อแดงวิ่งเข้าใส่ ชายคนดังกล่าวจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในศูนย์เยาวชนลุมพินี ซึ่งมีตำรวจตั้งกองกำลังรักษาการณ์อยู่ คนเสื้อแดงจึงไม่ติดตามเข้าไป

ต่อมาตำรวจค้นตัวชายคนดังกล่าวพบใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ทราบชื่อ นายสมบัติ ยุก อายุ 25 ปี ชาวกัมพูชา อยู่ซอยเปรมสมบัติ ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงประสานตำรวจ สน.ลุมพินี รับตัวไปสอบปากคำ เนื่องจากมีอาการทางจิต พูดจาไม่รู้เรื่อง หากปล่อยตัวเกรงว่าจะถูกกลุ่มคนเสื้อแดงทำร้าย

 

 .............................
ที่มา : มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์