เสื้อแดง รถถัง ปืน ประชาธิปไตย: จงแต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ความเรียงสะเปะสะปะนี้ เขียนขึ้นในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553
หลังจากที่เสียงปืนจากการปะทะ สงบลงแล้ว หากแต่กลิ่นของความตายยังคงอบอวล
ร่วมในนิทรรศการภาพถ่ายและเรื่องเล่า "ประชาธิปไตย, การฝ่าผ่าน, ชีวิต, จิตวิญญาณ,"
19 มิถุนายน 2010 เวลา 9:30 - 21:30
สวนเงินมีมา 666 เจริญนคร 22 ถ.เจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม.

 

เสื้อแดง:
ในตู้เสื้อผ้าของฉันไม่มีเสื้อสีแดง เพราะฉันชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจใครๆ ก็รู้
เรื่องสีเป็นรสนิยมส่วนตัว ที่เราจะชอบสีไหนเป็นสิทธิที่เราเลือกได้
เช่นเดียวกับความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งถ้าหากมีใครถามว่าฉันมีรสนิยมทางการเมืองอย่างไร ฉันก็จะตอบไปด้วยประโยคที่มีสีเข้ามาเกี่ยวข้องว่า ‘วันหนึ่งท้องฟ้าจะกลายเป็นสีทองผ่องอำไพ’

อภิสิทธิ์:
‘ขอพื้นที่คืน’ เป็นคำสวยหรูของคนคารมเป็นต่อและรูปหล่ออย่างเขา
หากแต่ฉันฟังด้วยอาการปั้นปึ่ง
สิ่งที่เขาเข้าใจถูกคือ นายกรัฐมนตรีของประเทศควรจะ ‘ขอ’ มากกว่าที่จะ ’บังคับ’ประชาชน แต่สิ่งที่เขาเข้าใจผิดอย่างไม่น่าให้อภัยคือ ‘การขอ’ ควรกระทำโดยปราศจากอาวุธและรถถัง แต่อาจเป็นเพราะว่าชื่อของเขาคือ ‘อภิสิทธิ์’ กระมัง มันอธิบายและบ่งบอก ที่มาที่ไปของเขาได้เป็นอย่างดีปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

รถถัง:
ถนนสายนี้ชื่อว่า ‘ประชาธิปไตย’ มันเริ่มตั้งแต่แยกวิสุทธิกษัตริย์ ตัดตรงผ่านวัดตรีทศเทพ ยกตัวสูงเป็นสะพาน ก่อนจะสิ้นสุดที่แยกสะพานวันชาติ ทหารจำนวนมากโดยสารอยู่บนรถถังที่วิ่งผ่านถนนสายนี้ และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าฉันควร ‘ปิดทีวี’ และออกไปเห็นด้วยตาของตัวเอง

เฮลิคอปเตอร์:
เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้าทำให้ฉันหวาดกลัวและรู้สึกอึดอัด เหมือนเรากำลังอยู่ในภาวะสงคราม มันบินวนไปวนมาหลายรอบ ฉันคิดว่านั่นเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของผู้ชุมนุมแบบหนึ่ง เพราะคนเราจะรู้สึกเหมือนถูกกดขี่และไม่ปลอดภัยเวลามีอะไรอยู่เหนือหัว

แก๊สน้ำตา:
ฉันร้องไห้ เพราะถูกละอองแก๊สน้ำตา เพิ่งรู้ว่าแก๊สน้ำตามันเป็นอย่างนี้นี่เอง คุณเคยผัดพริกแกงไหม? นั่นแหละ แต่ว่ามันแสบตา แสบจมูกและผิวหน้ามากกว่าราวๆ 7 เท่า น้ำตาฉันไหลออกมาไม่หยุด ต้องหาน้ำล้างหน้าและใช้ผ้าที่พกไปด้วยอุดจมูกไว้ ฉันร้องไห้ไป 3 ครั้งกับแก๊สน้ำตาของฝ่ายทหาร และฉันน้ำตาตกในไปหลายครั้งเมื่อเห็นคนที่เป็นฐานของพีระมิดกำลังฆ่ากันเอง

ปืน:
ฉันเห็นแววตาของทหารเหล่านั้น เขาไม่ได้อยากจับปืน แต่นั่นคือหน้าที่ที่ผู้บังคับบัญชาสั่งและเขาเป็นเพียงผู้น้อยที่ต้องต้อยตาม เขาคงไม่อยากฆ่าใคร ด้วยรู้ดีว่าพี่น้องที่กำลังประจันหน้าอยู่ คือคนระดับเดียวกัน บางทีญาติพี่น้องของเขาอาจจะกำลังขูดมะละกอ ตำพริกเพื่อเตรียมอาหารเย็นให้กับผู้ร่วมชุมนุมคนอื่นๆ ทหารเหล่านั้นเป็นทหารชั้นผู้น้อย ที่บางคนอาจเป็นลูกหลานของผู้ชุมนุม บางทีพวกเขาอาจอยากทิ้งปืน อยากกลับบ้านไปหาพ่อแม่ ลูกเมีย ด้วยอวัยวะที่ครบ 32

สงคราม:
เวลาเราดูหนังสงคราม สิ่งหนึ่งที่เราเห็นก็คือตัวเอกของเรื่องมักรอดชีวิต ในขณะที่ทหารแนวหน้าที่ถูกเรียกว่าทหารชั้นเลวมักตายเรียบเสมอ ไม่ต่างจากการสลายชุมนุมในครั้งนี้ หากแต่ตัวเอกของเรื่องนี้จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นในไม่ช้า

ศพ:
สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร และหากสงครามที่ว่าจบแล้ว กรุณานับศพประชาชนด้วย นับในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนมนุษย์ อย่าบิดเบือนตัวเลขและอย่าโกหกหน้าด้านๆ

ความเหลื่อมล้ำ:
การประทะกันที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ฉันเข้าใจว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งการปราบปรามอย่างรุนแรงนี้ มองคนตัวเล็กๆ เป็นเพียงเศษชีวิตที่ด้อยคุณค่า ทั้งทหารและประชาชนที่กำลังประทะกันนี้ เป็นเพียงเศษชีวิตที่จะกองทับถมกันให้ฐานของความเหลื่อมล้ำมันสูงยิ่งขึ้น

ถนนราชดำเนิน:
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ไม่น่าตกใจหรอกที่เกิดเหตุการณ์วันนี้ ก็ในเมื่อชื่อของถนนและชื่อของอนุสาวรีย์มันแปลความซ้อนทับกัน

ความตาย:
รถถังกลับไป รถพยาบาลวิ่งกันให้วุ่น เสียงปืนซาลงไปแล้ว หากแต่เสียงไซเรนของรถพยาบาลยังคงกังวานอยู่
นั่น! คุณเห็นไหม รอยเลือดสดๆ ที่คุณกระหาย
นี่! คุณได้ยินรึเปล่า เสียงของความตายที่มันกำลังกู่ร้องโหยหวน
หรือคุณรู้สึกว่ามันไพเราะเสนาะหู

ประชาธิปไตย:
หากจอห์น เลนนอนมาเห็นในสิ่งที่ฉันเห็นในวันนี้ เขาก็คงร้องเพลงอิมเมจิ้นไม่ออก
เขาคงนั่งตรงนั้นและร้องไห้ต่อหน้าอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยของเรา
ประชาธิปไตยที่ทหารถืออาวุธ และรถถังวิ่งบนท้องถนน
ประชาธิปไตยที่ไม่เคยมีจริงในประเทศนี้

 

---------------------------
หมายเหตุ: ความเรียงนี้เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ค ประชาไทเห็นว่าน่าสนใจจึงขออนุญาตเจ้าของงานมานำเสนออีกครั้ง

 

--------------------------
กิจกรรมรำลึกถึงผู้จากไป: In Memory of Lost People
"We make invisible visible"

วันเสาร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ สถานที่ สวนเงินมีมา ถนนเจริญนคร ระหว่างซอย ๒๐ และ ๒๒ กรุงเทพฯ
จัดโดย ศูนย์อำนวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอย.)

๐๘๓๐ - ๐๙๐๐ น.
ศาสนพิธี พุทธ คริสต์ อิสลาม

๐๙๐๐ - ๐๙๑๕ น.
ตัวบทกวีนำ โดยจิรนันท์ พิตรปรีชา

๐๙๑๕ - ๑๐๐๐ น.
ปาฐกถา “ความรุนแรงโดยรัฐและการต่อสู้ด้วยสันติวิธี”
โดย ภิกษุณีธรรมนันทา วัตรทรงธรรมกัลยาณี

๑๐๐๐ - ๑๐๒๐ น.
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ กล่าวสรุปและขอบคุณ

๑๐๒๐ - ๑๐๓๐ น.
อ่านบทกวี โดย อาจารย์สกุล บุณยทัต

๑๐๓๐ - ๑๒๓๐ น.
เสวนา “ประวัติศาสตร์ชาติไทย: ความทรงจำสั้นความรุนแรงยืนยาว
แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร”
ฟังนักวิชาการสายรัฐศาสตร์ และสังคมมานุษยวิทยาเล่าประวัติศาสตร์ความรุนแรงที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนเจ้าของประเทศย้อนตั้งแต่ ๒๔๙๐ ถึงปัจจุบัน

๑๒๓๐ - ๑๓๐๐ น.
ศิลปะการแสดงสดและขับบทกวี

๑๓๐๐ - ๑๔๓๐ น.
เสวนา “เบื้องหน้าและเบื้องหลังการทำข่าวภาคสนามในสถานการณ์ฉุกเฉิน” นักข่าวภาคสนามกับความจริงอันขมขื่น แม้ไม่เลือกข้างก็ถูกกล่าวหาว่าเข้าข้าง

๑๔๔๕ - ๑๖๑๕ น.
เสวนา “ปากคำผู้สูญเสียและการช่วยเหลือเยียวยา”
ผู้ร่วมเสวนา ญาติผู้สูญเสีย หรือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ตากใบ พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ และ ๒๕๕๓, ทนายอาสา จากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายจากความรุนแรงทางการเมือง (ศรส.), ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา และ
อาสาสมัครเพื่อนรับฟัง เครือข่ายสันติวิธี เล่าความเป็นมาของการสูญเสีย และ
การช่วยเหลือเยียวยา
ร่วมด้วยอังคณา นีละไพจิตร ดำเนินรายการโดยณาตยา แวววีรคุปต์

๑๖๑๕ - ๑๖๓๐ น.
เริงระบำกับเงาแห่งชีวิต: Dance with your life shadow โดย นฤมล จันทรศรี
เป็นการได้เฝ้าเรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิต ด้วยการเรียนรู้การเคลื่อนไหวแห่งกาย ซึ่งยังคงดำรงสติในรูปแบบต่างๆ

๑๖๓๐ - ๑๖๔๕ น.
กิจกรรมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วม
“ปลดปล่อยความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชัง แต่เราจะไม่มีวันลืม”
เขียนข้อความแทนสิ่งที่อยากจะปลดปล่อยบนลูกโป่ง แล้วปล่อยขึ้นฟ้าพร้อมกัน

๑๖๔๕ - ๑๗๐๐ น. ศิลปะการแสดงสดและขับบทกวี

๑๗๐๐ - ๑๙๐๐ น. การแสดงดนตรี โดยศิลปินไร้สังกัด
Surapongmancodecode, BBB (Buriram Brothers Band),
กิตติเดช บัวศรี, ต้น บัวดิน
Hamer Salwala, ทองม้วน บุญมาและตี๋ ภูธร

๑๙๐๐ น. ภาพยนตร์กลางแปลง
หนังสั้น คืนนี้ดูน่ากลัว และ Balloon โดย ฮาเมอร์ ซาลวาลา /
อย่าลืมฉัน โดยมานัสศักดิ์ ดอกไม้ และ
Waltz with Bashir an Ari Folman film

ผู้รับผิดชอบโครงการ
นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉิน

* หมายเหตุ วิทยากรทั้งหมดอยู่ในระหว่างประสานงาน
ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ บริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน และ
มีการจำหน่ายสินค้าเพื่อสมทบทุนการจัดกิจกรรม
ถ่ายทอดสดผ่าน Website ตลอดงาน

"We could forgive but we could not forget"

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์