“สนธิ” ชี้พันธมิตรฯ เหมือนทหารพระเจ้าตาก สู้ด้วยคุณธรรมเพื่อกู้ชาติคืนมา

เผยได้รับ จม.จากแพทย์จิตเวช วิเคราะห์อภิสิทธิ์เกิดอังกฤษโดนเจ้าของประเทศดูถูก จึงไม่กล้าสู้คน เปรยทุกวันต้องจับตาอภิสิทธิ์โกหกอะไร และจับตาสื่อกระแสหลักที่โง่แล้วออกความเห็นอย่าง “เปลว สีเงิน” ลั่นถึงเวลานี้ ไม่ต้องเกรงใจใคร ต้องรบสิบทิศ คนโง่รุมอย่าไปเกรงใจ ลั่นพันธมิตรฯ ชุมนุมไม่ใช่เพื่อปกป้องดินแดน แต่ยังต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติให้หายโง่

 


(แฟ้มภาพ ประชาไท/ 25 ม.ค.54)
 

สนธิชี้อภิสิทธิ์กราบสังขารตาบัวคือสร้างภาพ ลั่นเคยไปกราบมาแล้วตอนที่ไม่ละสังขาร
เมื่อเวลา 20.50 น.วานนี้ (15 ก.พ.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยที่เวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่เดินทางไปกราบสรีระสังขารของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่จังหวัดอุดรธานีว่า ตอนที่หลวงตายังมีชีวิตอยู่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยไปกราบเลย เพราะเป็นคนไม่สนใจธรรมะ ไม่สนใจเรื่องพระเรื่องเจ้า แต่ที่ไปตอนนี้ เพราะมีประชาชนไปกราบกันมาก จึงต้องไปเพื่อแผนการตลาด เพราะในสมองของนายอภิสิทธิ์ไม่เคยคิดเรื่องอะไรนอกจากสร้างภาพอย่างเดียว

นายสนธิ กล่าวต่อว่า เมื่อครั้งที่หลวงตาป่วยและยังพูดได้ ตนได้ไปกราบท่านที่โรงพยาบาล และหลวงตาได้บอกว่า ตนทำถูกแล้วที่ทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน เพื่อปกป้องดินแดนไทย เป็นหน้าที่ของคนไทย หลวงตาช่วยชาติมาตลอดชีวิตด้วยการหาทองคำมาเข้าคลังหลวง พวกเราก็ช่วยกันปกป้องดินแดนไทย เสียดายที่นายอภิสิทธิ์ไม่มีบุญได้ฟังคำของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ตอนนั้น


อ้าง จม.จิตแพทย์ วิเคราะห์มาร์คเกิดอังกฤษ โดนดูถูก จึงไม่กล้าสู้คน

ต่อมา นายสนธิ ได้อ้างถึงจดหมาย ซึ่งได้รับจากแพทย์ด้านจิตเวชท่านหนึ่ง ซึ่งมีสามีเป็นทหาร จปร.12 แต่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งจดหมายดังกล่าวได้วิเคราะห์นักการเมืองแต่ละคนตามแนวทางจิตวิทยา เริ่มจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้บ้านเมืองตกต่ำจนทุกวันนี้ เพราะเขาสามารถทำให้เห็นว่าทำชั่วแล้วได้ดี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงมีการกอบโกยกันในทุกกระทรวง ไม่เว้นแม้แต่กระทรวงกลาโหม ส่วนนายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชานั้น เกิดมาต่ำต้อย แต่ต้องถีบตัวเองให้ขึ้นสูง แม้จะต้องชักนำเอาเวียดนามเข้ามาก็ยอม และเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ใช้เอ็มโอยู 2543 เป็นพุ่มไม้บดบังกายเพื่อแอบยึดดินแดนไทย โดยที่กระจงน้อยอย่างนายอภิสิทธิ์ไม่รู้เรื่อง

ด้านนายอภิสิทธิ์นั้น เกิดที่อังกฤษเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ก็เหมือนคนจีนที่เกิดในไทยที่โดนเจ้าของประเทศดูถูก นายอภิสิทธิ์จึงเก็บกดและกลายเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าสู้คน แต่อีกแง่หนึ่งก็พยายามเป็นเด็กดีของอังกฤษเพื่อให้เขารัก ทำตัวเป็นคนยึดหลักการ เป็นคนดีในสายตาคนทั่วไป เวลาทำดีก็จะเสนอตัวให้คนเห็น เช่น ไปงานเปิดงาน เล็กเชอร์ ใครจะเข้าพบก็ให้เข้าพบง่าย แต่เวลาทำชั่วก็แอบอยู่ในกระดอง ลืมตัว ไม่รู้ว่าตัวเองโกหก เพราะไม่รู้ตัวว่าทำชั่ว เวลาภัยมาก็แอบมุดเข้ากระดอง

ตอนสู้กับทักษิณ ชุมนุม 193 วัน ก็แอบอยู่หลังพันธมิตรฯ หน้าฉากก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรที่ออกมาประท้วงตาม ท้องถนน ให้ไปใช้กลไกรัฐสภาดีกว่า ทั้งที่ตัวเองเคยอภิปรายรัฐบาลนายสมัครในสภาแล้วแต่ก็ไล่ไม่สำเร็จ การประท้วงต่างหากที่คว่ำรัฐบาลลงได้ แล้วนายอภิสิทธิ์ก็ไปกอดกับนายเนวินร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ไม่เห็นบอกว่า ผมไม่เป็นหรอกนายกฯ เพราะใช้การเมืองข้างถนนคว่ำรัฐบาล

ชี้พันธมิตรฯ เหมือนทหารพระเจ้าตากรวมพลได้ 500 แล้วเพิ่มกำลังคนกู้ชาติกลับมา
ตอนที่คนไทย 7 คน ถูกจับ ตอนแรกก็สร้างภาพ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ให้ไปขึ้นศาลกัมพูชา แต่พอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ออกมาบอกว่า ทั้ง 7 คนถูกจับในกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ก็หดหัว ตอนที่เสื้อแดงชุมนุมยึดจุดสำคัญของกรุงเทพฯ เอาไว้ แล้วคนชุดดำทำให้ทหารตาย นายอภิสิทธิ์กลับยังวางเฉย แต่พอพันธมิตรฯ ชุมนุม นายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นลูกแกะ ไม่มีอันตราย นายอภิสิทธิ์จึงเปลี่ยนจากกระจงมาสวมหัวใจเสือคำรามใส่พันธมิตรฯ ทุกวัน

วิธีแก้ปัญหาต้องส่งนักจิตแพทย์ไปขุดคุ้ยความจริงในใจของนายอภิสิทธิ์ออก มา ซึ่งต้องใช้เวลา พันธมิตรฯ เป็นเหมือนทหารของพระเจ้าตากที่รวมพลกัน 500 คนก่อน แล้วค่อยเพิ่งกำลังคนขึ้นเรื่อยๆ และต่อสู้ด้วยคุณธรรม เพื่อกู้ชาติกลับคืนมา


บอกถึงเวลานี้ไม่ต้องเกรงใจใคร ต้องรบสิบทิศ คนโง่รุมอย่าไปเกรงใจ อย่าคิดว่าทำลายแนวร่วม

นายสนธิ กล่าวต่อว่า ทุกๆ เช้าตนจะคุยกับทีมงานในรูปแบบของสภากาแฟ ซึ่งเรื่องหลักๆ ที่คุยกันจะมีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.นายอภิสิทธิ์โกหกอะไรบ้าง และ 2.พูดถึงสื่อ ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วน คือ สื่อกระแสหลักที่โง่แล้วอยากออกความเห็น เช่น เปลว สีเงิน ซึ่งมีพื้นฐานมาจากไทยรัฐ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าสื่อจากไทยรัฐนั้นผิวเผิน ไม่ลึกซึ้ง ไม่มีจุดยืน วันหนึ่งด่า วันหนึ่งชม เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่มีทิศทาง

นายสนธิ กล่าวว่า ได้บอกกับทีมงานว่า ถึงเวลานี้ เราไม่ต้องเกรงใจใคร เราต้องรบสิบทิศ โดนคนโง่รุมก็อย่าไปเกรงใจ ไม่ต้องคิดเหมือนเดิมที่ว่าอย่าทำลายแนวร่วม


ลั่นไม่มีเวลาเอาใจแนวร่วม ทำตามที่จิตแพทย์แนะนำว่าพวกเราเหมือนทหารพระเจ้าตาก

ขณะนี้เราไม่มีเวลาเอาใจแนวร่วมอีกต่อไป เหมือนจิตแพทย์ที่เขียนจดหมายมาบอกว่า พวกเราเหมือนทหารพระเจ้าตากที่มีอยู่ 500 คน แล้วค่อยๆ รวมพลต่อสู้เพื่อเพิ่มกำลังคนขึ้นมา ถ้าจิตใจเราแน่วแน่ว่าเราทำเพื่อความถูกต้อง ต่อสู้เพื่อส่วนรวม เราสู้ในทางที่ถูกถ้าจะตายก็ให้ตายไปทั้งหมด

ส่วนสื่ออีกกลุ่มคือ สื่อสีน้ำเงินที่รับเงินจากนายเนวิน ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ เว็บไซต์ เช่น เว็บประชาทรรศน์ของนายพิธาน คลี่ขจาย ซึ่งวิธีสู้กับคนพวกนี้ ต้องมีสติ แสดงธรรมให้ฟัง ถ้ามันมีสำนึกมันก็จะรู้สึกตัวมันเอง เรามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อปกป้องดินแดนเท่านั้น แต่ยังต้องช่วยเพื่อนร่วมชาติให้หายโง่ การมาฟังปราศรัยที่นี่ พี่น้องมาฟังความจริง และใช้สติปัญญาวิเคราะห์ได้ และเห็นว่านายกฯ โกหกอย่างไร นายอภิสิทธิ์กลัวพวกเรา เพราะเรารู้ทันทุกเม็ด เมื่อเขาเจอคนที่รู้ทันมีปัญญาและเอาธรรมนำหน้า นายอภิสิทธิ์จึงกลัวยิ่งกว่ากลัว และกลัวแม้กระทั่งเงาตัวเอง
 

ที่มา: เรียบเรียงจาก เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์