น้ำท่วมนับเดือนที่สิงห์บุรี การแก้ปัญหาโดยชุมชน และระดับน้ำที่เริ่มลด

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. ที่ผ่านมา) คณะผู้สื่อข่าวสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยใน ต.บางมัญ และ ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งประสบอุทกภัยมานานกว่า 1 เดือน โดยระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 1.5 – 2 เมตร และในที่ลุ่มบางแห่งมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร อย่างไรก็ตามไม่กี่วันมานี้ระดับน้ำที่ท่วมบริเวณ จ.สิงห์บุรี เริ่มลดระดับลง ทั้งนี้ตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน พื้นที่ลุ่มในภาคกลางหลายจังหวัด ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ลงมาจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดประสบอุทกภัย ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปริมาณน้ำในที่ลุ่มภาคกลางได้เคลื่อนตัวลงมาสู่จังหวัดปริมณฑลได้แก่ ปทุมธานี และนนทบุรี และเริ่มถึงกรุงเทพมหานครตามลำดับ 000 เด็กๆ ช่วยกันพายเรือที่ ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี พื้นที่ซึ่งประสบอุทกภัยมานานกว่า 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในรอบไม่กี่วันมานี้ระดับน้ำที่ท่วมบริเวณ จ.สิงห์บุรี เริ่มลดระดับลง (ที่มา: ประชาไท) บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่ ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี (ที่มา: ประชาไท) หน้าวัดบางสำราญ ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี (ที่มา: ประชาไท) น้ำท่วมทุ่งในพื้นที่รอยต่อ จ.สิงห์บุรี และ จ.ลพบุรี ตรงข้ามคือวัดบางพาน ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี (ที่มา: ประชาไท) ตู้โทรศัพท์ในสภาพจมน้ำ ใกล้วัดข่อย ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ตรงตู้โทรศัพท์จะสังเกตเห็นว่าระดับน้ำที่ท่วมอยู่ได้เริ่มลดระดับลง (ที่มา: ประชาไท) นายทวีป จูมั่น (กลาง) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และพระมหาอุไร อาตาปโก (ซ้าย) เจ้าอาวาสวัดข่อยสังฆาราม หรือวัดข่อย บอกเล่าประสบการณ์เตรียมรับมือภัยพิบัติ (ที่มา: ประชาไท) ประชาชนในพื้นที่ ต.หัวไผ่ เป็นอาสาสมัครอยู่ที่อาคารปฏิบัติธรรมบริเวณวัดข่อย ซึ่งถูกเปลี่ยนสภาพเป็นสถานที่กระจายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ทั้งนี้แม้ในพื้นที่วัดข่อยจะถูกน้ำท่วม แต่มีการเตรียมพื้นที่สูงในวัด เช่น อาคารปฏิบัติธรรมในพื้นที่วัดข่อยเป็นพื้นที่กระจายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่และเตรียมลานข้างอาคารปฏิบัติธรรมซึ่งน้ำท่วมระดับปริ่มน้ำใช้เป็นพื้นที่รักษาทรัพย์สินสำคัญของประชาชน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลทางการเกษตร (ที่มา: ประชาไท) สิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ที่วัดข่อย (ที่มา: ประชาไท) รถจักรยานยนต์ของประชาชนใน ต.หัวไผ่ ถูกนำมาจอดไว้ในพื้นที่สูงปริ่มน้ำ บริเวณลานข้างอาคารปฏิบัติธรรม วัดข่อย ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี (ที่มา: ประชาไท) รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องจักรกลทางการเกษตร ถูกนำมารักษาไว้ที่ลานข้างอาคารปฏิบัติธรรม วัดข่อย ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูง น้ำท่วมเพียงระดับปริ่มน้ำ (ที่มา: ประชาไท) คันกั้นน้ำที่หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ใกล้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี บริเวณแห่งนี้ประชาชนในพื้นที่ได้วางแผนล่วงหน้า และทำกระสอบทรายและก่อคันดิน เพื่อเป็นคันกันน้ำตั้งแต่หนึ่งเดือนที่แล้ว กินพื้นที่นับร้อยไร่ เพื่อเป็นพื้นที่พ้นน้ำสำหรับเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อย่างไรก็ตามพนังเกิดเสียหาย และประชาชนได้ช่วยกันซ่อมแซมจนได้พื้นที่พ้นน้ำกลับคืนมา 5 ไร่ (ที่มา: ประชาไท) พื้นที่พ้นน้ำท่วม ในคันกั้นน้ำที่เหลืออยู่ 5 ไร่ ใช้เป็นพื้นที่รักษาทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์จักรกลทางการเกษตร และเป็นพื้นที่กระจายความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบอุทกภัย (ที่มา: ประชาไท) อาสาสมัครในพื้นที่ ต.หัวไผ่ ช่วยกันกระจายสิ่งของช่วยเหลือให้กับประชาชนในพื้นที่ซึ่งประสบอุทกภัย โดยที่ตำบลหัวไผ่ มีการวางแผนและบันทึกข้อมูลการกระจายสิ่งของให้ทั่วถึงทุกหลังคาเรือนของลูกบ้าน (ที่มา: ประชาไท) พื้นที่ในคันกั้นน้ำที่เสียหาย ในพื้นที่หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี โดยพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมระดับปริ่มน้ำ จึงมีประชาชนส่วนหนึ่งนำรถยนต์ และเครื่องจักรกลทางการเกษตรมาจอด (ที่มา: ประชาไท) คันกันน้ำที่เสียหาย จนมีน้ำท่วมทั้งสองฝั่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้วางแผนทำคันกันน้ำความยาวกว่า 1.7 กิโลเมตร กินพื้นที่นับร้อยไร่ เพื่อเป็นพื้นที่พ้นน้ำสำหรับเป็นศูนย์กลางช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ต่อมาพนังเกิดเสียหาย และประชาชนได้ช่วยกันซ่อมแซมบางส่วนจนได้พื้นที่น้ำขึ้นมา 5 ไร่ (ที่มา: ประชาไท) นายทวีป จูมั่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี อธิบายการสูบน้ำออกจากพื้นที่วัดธรรมสังเวช ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ทั้งนี้พื้นที่วัดธรรมสังเวชเป็นพื้นที่ปลายสุดของแนวคันกันน้ำ 1.7 กิโลเมตรของ ต.หัวไผ่ ก่อนที่คันกั้นน้ำจะได้รับความเสียหาย ต่อมาสามารถซ่อมคันกันน้ำส่วนที่เสียหายในพื้นที่วัดได้ และเริ่มสูบน้ำออกตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยคาดว่าไม่กี่วันนี้บริเวณวัดธรรมสังเวชจะเป็นพื้นที่แห้งและสามารถใช้เป็นพื้นที่ประกอบกิจกรรมของชุมชนได้ (ที่มา: ประชาไท)

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์