ใต้เท้าขอรับ: แผ่นดินไหวและปัญหาใจกลางของวัฒนธรรมการเมืองไทย

นักวิชาการอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลพร่ำพูดมานานว่าปัญหาของการจัดวางสถานะของสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทยนั้นไม่ใช่เรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือมาตรา 112 เท่านั้น เขาพร่ำพูดเช่นนี้มาหลายปีแล้ว คนฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ที่ไม่เข้าใจก็บอกว่านี่คือวิธีคิดของพวกนักวิชาการล้มเจ้าบ้าง การกล่าวย้ำว่าความขัดแย้งทางการเมืองไทยนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่การจัดวางสถานะของสถาบันกษัตริย์แม้ในช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองมีการปะทะกันบาดเจ็บล้มตาย ก็ยังมีคนฟังไม่เข้าใจ เพราะนี่คือปัญหาของวัฒนธรรมการเมืองของไทยที่ใช้เวลาบ่มเพาะมาหลายสิบปี วัฒนธรรมที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวิธีคิดอันรวมไปถึงการคิดว่าอะไรที่คิดได้และอะไรที่ไม่ควรคิด และแทรกซึมอยู่ในทุกการถกเถียงของสังคมไทยอย่างไม่ควรจะต้องเป็นเช่นนั้นในหลายครั้ง รวมถึงครั้งนี้...ข่าวแผ่นดินไหวและสึนามิ

ประเทศชนิดที่สื่อมวลชนหลักคือฟรีทีวีไม่สามารถรายงานข่าวอย่างทันท่วงทีเมื่อมีประกาศจากศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิก ของสหรัฐอเมริกาแต่กลับทอดเวลาไปอีกกว่า 2 ชั่วโมง กว่าจะตัดรายการถ่ายทอดสดรวมการเฉพาะกิจพระราชพิธีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เข้าสู่การรายงานสถานการณ์จับตาสึนามิ หลังแผ่นดินไหวขนาด 8.3 ริกเตอร์และเกิดอาฟเตอร์ช็อคซ้ำอีก 2 ครั้งบริเวณเกาะสุมาตรา ผู้บริหารสื่อฟรีทีวีต้องใช้เวลาหาคำตอบกับตัวเองเกือบสองชั่วโมงว่าในฐานะสื่อมวลชนควรรับผิดชอบต่ออะไรก่อน

แน่นอนคนที่ไม่มีพันธกิจร่วมกับการถ่ายทอดสดครั้งนี้จะตอบให้ตัวเองดูดี มีอุดมคติอย่างไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อเคเบิลทีวี หนังสือพิมพ์ หรือสื่อออนไลน์ แต่คำถามคือ ถ้าคุณเป็นผู้บริหารฟรีทีวี คุณจะตัดสินใจอย่างไร และให้คำอธิบายกับตัวเองอย่างไร

วิวาทะที่เกิดขึ้นตามมายิ่งสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมการเมืองของสังคมไทยชัดเจนมากยิ่งขึ้นๆ โซเชียลเน็ตเวิรกเริ่มแชร์ข้อความจริงบ้างเท็จบ้างถึงความเชื่อมโยงระหว่างประมุขของประเทศกับการตัดสินใจตัดเข้าสู่การถ่ายทอดสดสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคนนับล้านคนใน 6 จังหวัดตอนใต้ของประเทศไทย

คำถามหนาหู เพื่อหาผู้รับผิดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบการถ่ายทอดสดรวมการเฉพาะกิจครั้งนี้ ตามมา เครือข่ายโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี 6 แห่ง ไทยทีวีสีช่อง 3, ททบ.5, ช่อง 7 สี, โมเดิร์นไนน์ทีวี, สทท. และ ไทยพีบีเอส รวมทั้งสถานีโทรทัศน์เคเบิลบางส่วน และมีคณะกรรมการ ซึ่งประธานกรรมการทุกชุดเป็นผู้บริหารของสถานีกองทัพบกช่อง 5 ประธานคนปัจจุบันคือ พลโทฉัตรชัย สาริกัลยะ และครั้งนี้ แม่ข่ายในการถ่ายทอดคือช่อง 3 และผู้มีอำนาจสั่งการก็คือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แต่คำถามหลักก็คือ ถ้าเป็นคุณ คุณจะตัดสินใจอย่างไร ทั้งๆ ที่มันเป็นคำถามที่บ้องตื้นเหมือนถูกเอ่ยจากปากคนที่ไม่มีสามัญสำนึก แต่มันกลับเป็นคำถามตอบยากสำหรับสังคมไทย.....ทำไม?

การตัดสินใจที่ไม่ง่ายขนาดที่ว่าผู้บริหารทีวีสาธารณะที่ใช้ภาษีของประชาชนกว่าสองพันล้านบาทต่อปี ยังต้องทวีตขอบคุณเพื่อนร่วมงานด้วยความซาบซึ้งว่า "การที่ไทยพีบีเอสยกเลิกการถ่ายทอดสดในพระราชพิธีสำคัญ. เพื่อรายงานข่าวเตือนภัยเป็นเรื่องไม่ง่าย ต้องใช้สติและความกล้าหาญ".....ทำไม!!!??

คำตอบไม่ยาวแต่หาคนตอบยาก ข่าวแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเห็นง่ายที่สุดของปัญหาวัฒนธรรมการเมืองของไทย
 

ครับน่าอนาถจริงๆกับการสื่อสาร

ครับน่าอนาถจริงๆกับการสื่อสารเพื่อการมีชีวิตรอดของคนนับล้าน...ทำไมต้องเป็นแบบนี้
ใครช่วยให้คำตอบที

แสดงให้เห็นว่า

แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะใหญ่โตระดับใหนก็ตาม..ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใหนก็ตาม ก็ยังเต็มไปด้วยความอ่อนแอ..ขี้ขลาดหวาดกลัว...และตราบใด ที่ความสูญเสียยังมาไม่ถึงตนเอง คนเหล่านี้ก็จะยังคงเกาะเกี่ยวยึดแน่นอยู่กับ อำนาจ ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่ง ผลประโยชน์อยู่นั่นเอง..

หลายอย่างมองเห็นอยู่

หลายอย่างมองเห็นอยู่ แต่ก็ทำราวกับว่ามองไม่เห็น (เลวสุด ๆ ก็คือ พยายามทำให้เชื่อว่า ไม่มี)
หลายอย่างหลายคนก็อยากจะพูด แต่ก็ได้แต่พูดเลี่ยง ๆ ไม่ตรงกับใจอยากจะพูด
แต่ใจอยากใจอยากให้คนอื่นเข้าใจอย่างที่อยู่ในใจตน

นี่คือภาวะความดีงามของสังคมไทยปัจจุบัน
ความดีงามที่เป็นอุปสรรคปิดกั้นมรรคผลของความดีอันควรตกแก่ประชาชน เป็นชิ้นเป็นอัน จับได้ต้องได้

เราจะมีสังคมดีงามแต่ไร้อรรถประโยชน์อย่างนี้ไปนานอีกเพียงใดหนอ

บางคำตอบ

บางคำตอบ ต้องรอให้ตายก่อนถึงตอบได้

ผมว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับฟรีที

ผมว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับฟรีทีวีเลย ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ไม่ใช่รัฐบาลดูแลช่วงนี้หรือ น่าจะไปถาม รมต ดูแลสื่อหน่อยนะครับว่าตัดสินใจอย่างไร จะมีซักช่อง สองช่อง ไปรายงานข่าวแผ่นดินไหวเป็นช่วงๆ ก็คงไม่มีใครว่า แต่ถ้าคนดูแลไม่บอก ใครจะกล้าทำอะไรก่อนขออนุญาตรึ และก็อีก เจ้าของช่องก็ไม่คิดจะขออนุญาตที่จะนำเสนอข่าวเป็นช่วงๆบ้างรึ หรือว่าต้องรอให้ รมต เซ็นอนุมัติถึงจะทำได้

น่าเศร้าจริงๆประเทศไทย

น่าเศร้าจริงๆประเทศไทย การตัดสินใจเพื่อคนมีชีวิต 6 ล้านคน ยังต้องใช้ความกล้าหาญอย่างยิ่ง มันอะไรกัน...?????

กานดา นาคน้อย

กานดา นาคน้อย อำนาจมันอยู่ที่รัฐบาลครับ อย่าได้โทษใคร บริหารเป็นหรือไม่ หรือเอาอยู่.........
อย่าได้โทษคนตายเลยครับ เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไร
มีประชาธิปไตย แต่บริหารไม่เป็น ปัดโธ่ เกิดมาทำไม

MI6 wrote:กานดา นาคน้อย

[quote=MI6]กานดา นาคน้อย อำนาจมันอยู่ที่รัฐบาลครับ อย่าได้โทษใคร บริหารเป็นหรือไม่ หรือเอาอยู่.........
อย่าได้โทษคนตายเลยครับ เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไร
มีประชาธิปไตย แต่บริหารไม่เป็น ปัดโธ่ เกิดมาทำไม[/quote]

ถ้าต้องรอให้นายกฯหรือรมต.สั่งก่อนข้าราชการหรือผู้บริหารในหน่วยงานต่างๆที่กินภาษีประชาชนถึงจะกระดิกตัวทำงานกัน ก็เลิกจ้างเถอะค่ะ เืปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ ถ้าอยากลอยตัวด้วยการด่านักการเมืองอย่างเดียวก็อย่ามารับเงินเดือนให้เปลืองภาษีประชาชนดีกว่า่ค่ะ

ประเด็นอยู่ที่ว่า"ทีวีพูลมีมาตรฐานอย่างไรในการเลือกเนื้อหาและช่วงเวลา่ถ่ายทอด" นอกจากถ่ายทอดพระราชพิธี กะถ่ายทอดประกาศรัฐประหาร ทีวีพูลจะทำหน้าที่อะไรอีก? ทำหน้าที่ถ่ายทอดรายการที่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นสปอนเซอร์?

เรื่องของเรื่องคือทีวีพูลตั้งมาเพื่อต้านคอมมิวนิสต์ ไม่ได้มีไว้เพื่อสวัสดิภาพผู้เสียภาษีทั้งๆที่่ใช้งบประมาณรัฐ ทีวีพูลมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์นโยบายไทยเดียว ซึ่งก็ไม่มีใครรู้เหมือนกันว่าไทยแท้คืออะไร? คนไทยแท้หน้าตาเป็นไงมีใครรู้บ้างล่ะคะ? ปนกันหมด จีน ไทย ลาว เขมร มอญ ญวณ ฯลฯ พิธีกรรมส่วนใหญ่ก็มาจากศาสนาฮินดูจากอินเีดีย ศาสนาพุทธไม่มีการทำเมรุส่งวิญญาณคนไปสู่สรวงสวรรค์หรอกนะคะ แต่กระทรวงวัฒนธรรมต้องการให้คนไทยเำสพวัฒนธรรมแบบนี้ก็ว่ากันไป

ถ้าทีวีพูลอยากถ่ายทอดรายการที่สปอนเซอร์โดยกระทรวงวัฒนธรรมก็ทำไป แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกช่อง เปลืองทรัพยากรเปล่าๆ

รบกวนถามคุณ กานดา

รบกวนถามคุณ กานดา นาคน้อยครับ

1. จากช่วงทศวรรษที่ 2500 - 2510 ที่มีการเปลี่ยนเกษตรกรไทยให้กลายเป็นแรงงานราคาถูก เราก็เห็นภาพเดิมๆ ฉายซ้ำกลับมาในช่วงของทักษิณ แต่เปลี่ยนจากเกษตรกรและแรงงานราคาถูก เป็นฐานการตลาดและฐานเสียงราคาถูก ต้องอาศัยและพึ่งพิงรัฐและความเมตตาจากส่วนกลาง...ระบบการศึกษา "แห่งชาติ" ก็อัตคัตพิกลพิการ (อย่ามาอ้างเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งทุนอะไรนั่นเลย มันเป็นโครงการพีอาร์น่าาาาา)

2. วิธีคิดแบบทักษิณคือ สร้างโครงการที่ใช้เงินจำนวนมากเอาใจประชาชนเพื่อสร้างฐานเสียง โดยมิได้คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงโครงการกองทุนหมู่บ้าน และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นการอัดฉีดเงินลงไป โดยไม่ได้มีอะไรมารองรับเลย

3. "ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง"

การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการสรรหาคนมาทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษยชาติจะพึงนึกออกในตอนนี้ แต่โดยตัวของมันไม่สามารถการันตีได้ว่า คนที่ผ่านการเลือกมานั้น คือคนที่ดีและเหมาะสมแล้วไปตลอด

ไม่ได้เห็นด้วยกับการรัฐประหารนะ

แต่ก็รู้สึกขำขำกับการที่คุณทักษิณพยายามแสดงตัวเองว่า เป็นบุคคลที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย ในเมื่อเส้นทางที่ตัวเองก้าวสู่การเป็นผู้นำประเทศนั้น ก็มาจากโลกทัศน์ของเผด็จการนิยม

คุณกานดา ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และนักสังคมการเมือง จะตอบข้อสรุป 3 ข้อนี้ยังไงครับ

อยากรู้ wrote:รบกวนถามคุณ

[quote=อยากรู้]รบกวนถามคุณ กานดา นาคน้อยครับ

1. จากช่วงทศวรรษที่ 2500 - 2510 ที่มีการเปลี่ยนเกษตรกรไทยให้กลายเป็นแรงงานราคาถูก เราก็เห็นภาพเดิมๆ ฉายซ้ำกลับมาในช่วงของทักษิณ แต่เปลี่ยนจากเกษตรกรและแรงงานราคาถูก เป็นฐานการตลาดและฐานเสียงราคาถูก ต้องอาศัยและพึ่งพิงรัฐและความเมตตาจากส่วนกลาง...ระบบการศึกษา "แห่งชาติ" ก็อัตคัตพิกลพิการ (อย่ามาอ้างเรื่องหนึ่งตำบลหนึ่งทุนอะไรนั่นเลย มันเป็นโครงการพีอาร์น่าาาาา)

2. วิธีคิดแบบทักษิณคือ สร้างโครงการที่ใช้เงินจำนวนมากเอาใจประชาชนเพื่อสร้างฐานเสียง โดยมิได้คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงโครงการกองทุนหมู่บ้าน และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นการอัดฉีดเงินลงไป โดยไม่ได้มีอะไรมารองรับเลย

3. "ฮิตเลอร์ก็มาจากการเลือกตั้ง"

การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือในการสรรหาคนมาทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษยชาติจะพึงนึกออกในตอนนี้ แต่โดยตัวของมันไม่สามารถการันตีได้ว่า คนที่ผ่านการเลือกมานั้น คือคนที่ดีและเหมาะสมแล้วไปตลอด

ไม่ได้เห็นด้วยกับการรัฐประหารนะ

แต่ก็รู้สึกขำขำกับการที่คุณทักษิณพยายามแสดงตัวเองว่า เป็นบุคคลที่ยึดมั่นในประชาธิปไตย ในเมื่อเส้นทางที่ตัวเองก้าวสู่การเป็นผู้นำประเทศนั้น ก็มาจากโลกทัศน์ของเผด็จการนิยม

คุณกานดา ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และนักสังคมการเมือง จะตอบข้อสรุป 3 ข้อนี้ยังไงครับ[/quote]

คำตอบยาวนะคะ

1. ปัญหาที่คุณหยิบยกมา เช่น แรงงานราคาถูก คุณภาพการศึกษาต่ำ ฯลฯ เป็นปัญหาคลาสสิคในประเทศกำลังพัฒนาที่ยังก้าวไม่พ้นระบบกึ่งทุนนิยมกึ่งศักดินา ซึ่งมีมาก่อนทักษิณจะเป็นนักการเมือง ทักษิณทำได้อย่างมากก็แค่ชูนโยบายเด่นๆเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้ไม่กี่นโยบาย ไม่ีมี"ซูเปอร์แมน"บินมายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกด้านได้ในเวลา 8 ปีค่ะ (ทักษิณอยู่ไม่ถึง 8 ปีด้วยซ้ำ) เวลาคุณประเมินรัฐบาลก็ต้องดูว่าเขาชูนโยบายอะไร สำเร็จแค่ไหน

จุดแข็งของรัฐบาลทักษิณคือนโยบายด้านการรักษาพยาบาล นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคไม่เพอร์เฟ็ค แต่คือจุดเริ่มต้นของระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล ก่อนรัฐบาลทักษิณ คนจนทำได้แค่นอนรอความ"เมตตา"อยา่งอนาถา ไม่ก็เป็นเครื่องมือให้คนอุปถัมภ์เอาหน้า สิทธิด้านการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลคือความแตกต่างระหว่างคนจนในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว

แม้สหรัฐฯเป็นทุนนิยมจ๋าและไม่มีสวัสดิการมากเท่ายุโรป แต่สหรัฐฯก็มีระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลให้คนจนและคนด้อยโอกาส บริการไม่เลิศเลอ แต่ใกล้ตายไปห้องฉุกเฉินแล้วได้รับการรักษาจริง นโยบายนี้เปิดพื้นที่ทางการเมืองและทำให้คนตระหนักถึง"ความเท่าเทียมทางการเืมือง" ทำให้เขาเห็นว่าการเมืองมีผลกะคุณภาพชีวิตเขาจริงๆ และนี่เป็นสิ่งสำคัญที่แตกต่างจากการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในยุคสฤษดิ์และถนอมที่คุณอ้างอิงถึง เมื่อประชาชนเชื่อว่าการเมืองมาีผลกระทบกะคุณภาพชีวิตเขา เขาจะเริ่มสนใจและศึกษา ดังนั้น ดิฉันคิดว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคคือนโยบายที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยจริงๆุ

ปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการกระจายรายได้ ปัญหาการศึกษาคุณภาพต่ำ ฯลฯ จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อคนตระหนักถึงสิทธิตัวเองแล้วเรียกร้องสิทธิ การศึกษาไทยที่ถอยหลังเข้าคลองกันทุกวันก็เพราะกระทรวงศึกษาและกระทรวงวัฒนธรรมยังยึดติดกับการศึกษาแบบอนุรักษ์นิยม วัฒนธรรมการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการยกระดับการศึกษานะคะ คุณหวังอะไรกะคุณภาพการศึกษาในประเทศที่อาจารย์มหาลัยจำนวนมากและอธิการบดีมหาลัยชั้นนำสนับสนุนรัฐประหาร ?!? คุณแก้ปัญหาการศึกษาในระดับประถมและมัธยมไม่ได้หรอกนะคะถ้าคุณภาพมหาลัยต่ำนะคะ อยากให้มหาลัยไทยดีขึ้นก็ต้องเลิกให้นายพลกะองคมนตรีเป็นคณะกรรมการบริหารมหาลัยค่ะ ต้องให้อาจารย์มหาลัยเป็นอิสระจากการเมืองค่ะ

นอกจากนี้ ถ้าอยากยกระดับการศึกษาไทย ก่อนอื่นก็ต้องยกเลิกระบบเครื่องแบบในมหาลัยก่อนค่ะ ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่จะช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆมากมายค่ะ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้สร้างกันด้วยการส่งคนไทยไปเรียนตปท.แล้วกลับมาใช้ทุนหรอกนะคะ อันนี้ก็เห็นด้วยว่าโครงการทุนการศึกษาของทักษิณคือประชาสัมพันธ์ แต่โครงการทุนการศึกษาอื่นๆก่อนรัฐบาลทักษิณก็ไม่ได้สร้างสรรค์มากกว่ามากมายหรอกนะคะ ความสร้างสรรค์มันสร้างกันด้วยการเปิดพื้นที่ให้คนกล้าคิดกล้าทำ ไม่ใช่สักแต่ว่าส่งคนเก่งไปเรียนนอกแลัวกลับมารับใช้ระบบอาวุโส

2. ทักษิณหาเสียงแบบละตินอเมริกาคือใช้เงินอัดฉีด รัฐบาลก่อนทักษิณก็ใช้เงินอัดฉีดเหมือนกันค่ะฐานเสียงเขาคือธุรกิจและธนาคาร แบงค์จะล้มหรือบริษัทจะล้มก็อุ้มกันมานานก่อนทักษิณมาเล่นการเมือง ทักษิณก็อุ้มฐานเสียงเขา ในแง่นี้ ดิฉันก็ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างทักษิณกะรัฐบาลก่อนหน้านั้น วิกฤตหนี้เสียไทยก็มีมาหลายรอบ เพียงแต่เป็นหนี้ธนาคารกะหนี้ธุรกิจใหญ่ พอมาถึงยุคทักษิณก็หันมาพูดกันเรื่องหนี้ชาวบ้าน ทำลืมๆเรื่องหนี้ธนาคารกะหนี้ธุรกิจกันไปซะงั้น ทำไมเอ็นจีโอไทยถึงเดือดร้อนกะหนี้ชาวบ้านมากกว่าหนี้ธนาคารกะหนี้ธุรกิจใหญ่? ทำไมถึงยอมรับการอัดฉีดเงินให้ธนาคารกะธุรกิจใหญ่แต่ไม่ยอมรับการอัดฉีดให้คนต่างจังหวัด? ดิฉันมองว่าทักษิณเข้าไปทำให้ภาพพจน์นักบุญของเอ็นจีโอมันศักดิ์สิทธิ์น้อยลง เอ็นจีโอก็รับไม่ได้ เอ็นจีโอเองหลายแห่งก็กินอยู่กะภาษีประชาชน ก็คือแขนขาของระบบราชการ ไม่ใช่เอ็นจีโอจริงๆแบบในต่างประเทศ

3. ฮิตเลอร์่ต่างจากทักษิณมากค่ะ

3.1 ฮิตเลอร์คือทหาร แต่ทักษิณคือนายทุน ส่วนกองทัพไทยเป็นทั้งทหารและนายทุน ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่ทักษิณพึ่งพาทหารก่อนมาเล่นการเมือง เจ้าสัวไทยยุคก่อนตุ้มยำกุ้งก็พึ่งทหารกันทั้งนั้น

3.2 ฮิตเลอร์ชาตินิยมและคลั่งชาติ ในขณะที่ทักษิณท้าทายประเทศตะวันตกบางครั้งเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ทักษิณไม่มีอุดมการณ์ชาติินิยมหรือคลั่งชาติแบบฮิตเลอร์

3.3 ฮิตเลอร์คุมกองทัพได้ แต่ทักษิณคุมกองทัพไม่ได้ (ถ้าคุมได้จะโดนรัฐประหารหรือคะ?)

3.4 ฮิตเลอร์คุมสื่อมวลชนได้ แต่ทักษิณคุมไม่ได้ (ถ้าคุมได้จะมีสื่อสีเหลืองหรือคะ?)

ดิฉันเห็นด้วยว่าทักษิณไม่เนียนเวลาเล่นบทว่าสนับสนุนประชาธิปไตย ไม่เนียนกันทุกฝ่ายค่ะ กองทัพก็ไม่เนียน ศาลก็ไม่เนียน องคมนตรีก็ไม่เนียน เอ็นจีโอก็ไม่เนียน เป็น"ลิเกสยาม"ที่ให้คนต่างชาติดูแล้วก็ขำๆกะประชาธิปไตยแบบไทยๆค่ะ

อย่างไรก็ดี ไม่มีประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยแบบปุบปับหรอกนะคะ สหรัฐฯก็ผ่านยุคที่ผู้นำทหารต้องช่วยกันสร้างประเทศ ปธน.คนแรกก็เป็นนายพล แต่โชคดีที่เป็นนายพลที่มีวิสัยทัศน์และไม่บ้าอำนาจ ฝรั่งเศสก็ผ่านสมัยนโปเลียน ผ่านสารพัดวิกฤตกว่าจะมีประชาธิปไตย No pain, no gain อยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องผ่านยุควัยรุ่นไปก่อน ไม่มีทางลัดค่ะ

ทักษิณก็ไม่ใช่คนดีมากมาย แต่เลวกว่าทักษิณยังมีอีกเยอะค่ะ แต่คนพวกนี้ก็ยังชูคอในสังคมไทยได้ด้วยการชี้นิ้วไปทีทักษิณแทน การเมืองไทยก้าวพ้นทักษิณไปแล้ว ต่อให้ทักษิณหัวใจวายตายตอนนี้วิกฤตการเมืองไทยก็ไม่หมดไปหรอกนะคะ สังคมไทยเป็นสังคมหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา เอาการเมืองแบบรวมศูนย์มากดเอาไว้ไงก็กดไม่อยู่ค่ะ

คุณทำผิดก็ต้องยอมรับผิดเหมือน

คุณทำผิดก็ต้องยอมรับผิดเหมือนมนุษย์คนอื่นๆในประเทศ ประเทศชาติจะได้เจริญก้าวหน้า แค่นี้ก็จบเรื่องจริงไหม อย่าทำตัวเหนือคนอื่น

ขอบคุณ

ขอบคุณ คุณกานดามากครับ

มีคนบอกว่า นโยบาย 30 บาท ไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบรัฐสวัสดิการเลย คุณกานดาเห็นว่าไงครับ คือประเทศที่ใช้ระบบบริการแบบนี้ ที่เจริญแล้ว การคิดการจัดเก็บภาษีดีกว่านี้ แต่ 30 บาท คือการโปรยเงินหว่านแห แค่นั้น

อยากรู้ wrote:ขอบคุณ

[quote=อยากรู้]ขอบคุณ คุณกานดามากครับ

มีคนบอกว่า นโยบาย 30 บาท ไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบรัฐสวัสดิการเลย คุณกานดาเห็นว่าไงครับ คือประเทศที่ใช้ระบบบริการแบบนี้ ที่เจริญแล้ว การคิดการจัดเก็บภาษีดีกว่านี้ แต่ 30 บาท คือการโปรยเงินหว่านแห แค่นั้น[/quote]

ลองเปรียบเทียบราคา"ตลาดนักบุญ"ที่ทักษิณเข้าไปตีตลาดดูนะคะ

ก่อนทักษิณเอานโยบายนี้เข้ามาคนไทยได้อะไรจากรัฐบาลบ้าง ได้ผ้าห่ม อาหารกระป๋อง (ราคาถึง 30 บาทไหมคะ) ข้าวสาร ยาสามัญประจำบ้าน โชคดีหน่อยก็ไดุ้ถุงยังชีพราคา 500 บาท ได้รักษาโรคแบบอนาถา ฯลฯ ตลาดนักบุญนี่ลงทุนไม่มากเพราะไม่ครอบคลุมถึงประชากรทุกคน สื่อมวลชนถ่ายรูปทำข่าวเสร็จก็เลิกแจกกันแล้ว เงินที่เอาไปซื้อของแจกกันไปก็มาจากภาษี ไม่ได้ต่างจากเงินโครงการ 30 บาทของทักษิณ เพียงแต่ทักษิณฉลาดกว่าีรัฐบาลที่ผ่านมาตรงที่ใช้นโยบายนี้แบบครอบคลุมประชากร

เคยอ่านบทความเห็นหมอบางคนเสนอไอเดียให้เป็นสวัสดิการที่เก็บแบบไม่เท่ากันทุกคน ก็ดีค่ะ ถ้าเอ็นจีโอชอบก็ผลักดันกันไป คุณอยากได้อะไรก็ผลักดันกันเข้าไป นักการเมืองไม่ใช่นักบุญค่ะ อย่านั่งรอให้เขาพัฒนาประเทศให้ฟรีๆเพราะมันไม่มีวันเกิดขึ้น

ประเทศอื่นพัฒนากันได้เพราะปรับปรุงระบบที่ไม่สมบูรณ์แบบให้ดีขึ้นเืรื่อยๆ ไม่มีระบบทีสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ อยากได้รัฐสวัสดิการก็ต้องคิดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มกันยังไง ยุโรปใช่ว่าไม่มีปัญหา ยุโรปก็คางเหลืองเพราะรัฐสวัสดิการ เนื่องจากคนรวยหนีภาษีกันเก่งกว่าคนไม่รวย ที่กรีซเจ๊งเละเ้ทะก็เพราะคนรวยหนีภาษีกันแบบโลกาวินาศ รัฐวิสาหกิจกรีซก็ให้สวัสดิการพนักงานมากมาย ฯลฯ กรีซเจ๊งเยอรมันกะฝรั่งเศสก็กลััวธนาคารตัวเองที่ให้กรีซกู้จะล้ม อุ้มกรีซก็เพื่ออุ้มธนาคารตัวเอง ก็วนกลับมากที่การเมืองแบบอุ้มแบงค์แบบยุคกึ่งทุนนิยมกึ่งศักดินา

ไทยก็มีสวัสดิการมานานค่ะ เพียงแต่ไม่ครอบคลุมประชากร สวัสดิการข้าราชการ สวัสดิการรัฐวิสาหกิจ สวัสดิการทหารตำรวจ ฯลฯ ถ้าบอกว่าคนอยากได้สวัสดิการคือคนที่คอยงับเศษเงินที่นักการเมืองหว่านให้ แล้วเราจะเรียกข้าราชการกะพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กอดสวัสดิการกันอย่างเหนียวแน่นว่ายังไงดีล่ะคะ?

สหรัฐฯก็คางเหลืองกะสวัสดิการกองทัพค่ะ อยากเป็นตำรวจโลกก็ต้องควักกระเป๋าเลี้ยงทหาร

อยากรู้ wrote:ขอบคุณ

[quote=อยากรู้]ขอบคุณ คุณกานดามากครับ

มีคนบอกว่า นโยบาย 30 บาท ไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบรัฐสวัสดิการเลย คุณกานดาเห็นว่าไงครับ คือประเทศที่ใช้ระบบบริการแบบนี้ ที่เจริญแล้ว การคิดการจัดเก็บภาษีดีกว่านี้ แต่ 30 บาท คือการโปรยเงินหว่านแห แค่นั้น[/quote]

ลองเปรียบเทียบราคา"ตลาดนักบุญ"ที่ทักษิณเข้าไปตีตลาดดูนะคะ

ก่อนทักษิณเอานโยบายนี้เข้ามาคนไทยได้อะไรจากรัฐบาลบ้าง ได้ผ้าห่ม อาหารกระป๋อง (ราคาถึง 30 บาทไหมคะ) ข้าวสาร ยาสามัญประจำบ้าน โชคดีหน่อยก็ไดุ้ถุงยังชีพราคา 500 บาท ได้รักษาโรคแบบอนาถา ฯลฯ ตลาดนักบุญนี่ลงทุนไม่มากเพราะไม่ครอบคลุมถึงประชากรทุกคน สื่อมวลชนถ่ายรูปทำข่าวเสร็จก็เลิกแจกกันแล้ว เงินที่เอาไปซื้อของแจกกันไปก็มาจากภาษี ไม่ได้ต่างจากเงินโครงการ 30 บาทของทักษิณ เพียงแต่ทักษิณฉลาดกว่าีรัฐบาลที่ผ่านมาตรงที่ใช้นโยบายนี้แบบครอบคลุมประชากร

เคยอ่านบทความเห็นหมอบางคนเสนอไอเดียให้เป็นสวัสดิการที่เก็บแบบไม่เท่ากันทุกคน ก็ดีค่ะ ถ้าเอ็นจีโอชอบก็ผลักดันกันไป คุณอยากได้อะไรก็ผลักดันกันเข้าไป นักการเมืองไม่ใช่นักบุญค่ะ อย่านั่งรอให้เขาพัฒนาประเทศให้ฟรีๆเพราะมันไม่มีวันเกิดขึ้น

ประเทศอื่นพัฒนากันได้เพราะปรับปรุงระบบที่ไม่สมบูรณ์แบบให้ดีขึ้นเืรื่อยๆ ไม่มีระบบทีสมบูรณ์แบบหรอกค่ะ อยากได้รัฐสวัสดิการก็ต้องคิดว่าจะเก็บภาษีเพิ่มกันยังไง ยุโรปใช่ว่าไม่มีปัญหา ยุโรปก็คางเหลืองเพราะรัฐสวัสดิการ เนื่องจากคนรวยหนีภาษีกันเก่งกว่าคนไม่รวย ที่กรีซเจ๊งเละเ้ทะก็เพราะคนรวยหนีภาษีกันแบบโลกาวินาศ รัฐวิสาหกิจกรีซก็ให้สวัสดิการพนักงานมากมาย ฯลฯ กรีซเจ๊งเยอรมันกะฝรั่งเศสก็กลััวธนาคารตัวเองที่ให้กรีซกู้จะล้ม อุ้มกรีซก็เพื่ออุ้มธนาคารตัวเอง ก็วนกลับมากที่การเมืองแบบอุ้มแบงค์แบบยุคกึ่งทุนนิยมกึ่งศักดินา

ไทยก็มีสวัสดิการมานานค่ะ เพียงแต่ไม่ครอบคลุมประชากร สวัสดิการข้าราชการ สวัสดิการรัฐวิสาหกิจ สวัสดิการทหารตำรวจ ฯลฯ ถ้าบอกว่าคนอยากได้สวัสดิการคือคนที่คอยงับเศษเงินที่นักการเมืองหว่านให้ แล้วเราจะเรียกข้าราชการกะพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กอดสวัสดิการกันอย่างเหนียวแน่นว่ายังไงดีล่ะคะ?

สหรัฐฯก็คางเหลืองกะสวัสดิการกองทัพค่ะ อยากเป็นตำรวจโลกก็ต้องควักกระเป๋าเลี้ยงทหาร

อยากรู้ wrote: 2.

[quote=อยากรู้]

2. วิธีคิดแบบทักษิณคือ สร้างโครงการที่ใช้เงินจำนวนมากเอาใจประชาชนเพื่อสร้างฐานเสียง โดยมิได้คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงโครงการกองทุนหมู่บ้าน และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นการอัดฉีดเงินลงไป โดยไม่ได้มีอะไรมารองรับเลย

[/quote]

คุณถามคุณกานดา แต่ดิฉันทนไม่ไหวขอพูดถึงข้อ 2. นี้หน่อย ไอ้นโยบายประเทศที่ทุ่มเงินละลายแม่น้ำลงไปตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาจนปัจจุบัน เพื่อให้คนเมืองคนกรุงได้เปรียบมีรถไฟฟ้านั่งไปช้อปปิ้งที่สยามพารากอน นโยบายสร้างถนนเอื้อธุรกิจรถยนต์ นโยบายอุ้มธนาคารอย่างที่คุณกานดาอ้างไปแล้ว รวมทั้งการ "ไม่ทำ" นโยบายอีกมากมายที่ควรทำ เช่น การปฏิรูปทีดิน ฯลฯ ดิฉันไม่เห็นคนอย่างพวกเขาจะเดือดเนื้อร้อนใจกับมันสักเท่าไร ทั้ง ๆ ที่มันผลาญทรัพยากรชาติฉิบหายวายวอดไปเท่าไร แต่แค่ทักษิณเอาเงินลงไปหมู่บ้าน (เพื่อสร้างฐานเสียง ก็แหงล่ะ เขาเป็นนักการเมือง ไม่สร้างฐานเสียงแล้วจะสร้างอะไร แล้วนโยบายอื่นของนักการเมืองคนอื่น ไม่สร้างฐานเสียงหรือไง?) เอาเงินไปให้ชาวบ้านใช้บ้าง ทำไมต้องดิ้นพราด ๆ ทนไม่ได้กันขนาดนี้ ความรังเกียจเดียดฉันท์ชาวบ้านเพราะสำนึกแบบชนชั้นสูงนี่มันฝังลึกขุดขึ้นมาไม่ได้เชียวหรือ ชาวบ้านจะได้ใช้บ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกคุณก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะแล้ว จะงกไปไหน

แล้วที่บอกว่าผลเสียน่ะ คือคิดเองเออเองว่้าชาวบ้านโง่ ใช้เงินฟุ่มเฟือย จะทำให้ชาวบ้านพึ่งส่วนกลาง ฯลฯ ช่วยเอาตัวเลขมายันหน่อยสิว่า เงินกองทุนหมู่บ้านมันหมดไปจริงอย่างที่ว่า ลงไปทำวิจัยหรือยัง หรือยกเมฆคิดขึ้นมาเอง ดิฉันเคยฟังคนที่ลงไปสำรวจกองทุนหมู่บ้านส่วนหนึ่งว่า ไอ้ที่เขาประสบความสำเร็จ เงินกองทุนโตขึ้นก็มีนะ คิดอะไรคิดบนข้อมูลบ้าง

อ้อ แล้วที่ดิฉันเขียนมา ดิฉันไม่ได้เชียร์ทุนนิยม แต่ดิฉันไม่เชียร์พวกศักดินาฝังรากต่างหาก พวกอยากสตาฟฟ์ชนบทไว้สนองตัณหาความสุขของตัวเอง ลงไปที่หมู่บ้านหรือยัง ไปคุยกับชาวบ้านหรือยัง คุณมีตู้เย็นใช้หรือเปล่า ชาวบ้านก็อยากมีเหมือนกัน จะต่อสู้กับทุนนิยมเพื่อไปสู่มาตรฐานชีวิตคุณภาพต่ำงั้นหรือ ถ้าคิดแค่นี้นะ คุณไปทำนาสักวันก่อน แล้วค่อยมาคุยกันใหม่

ดิฉันเบื่อมากกับการวิจารณ์นัก

ดิฉันเบื่อมากกับการวิจารณ์นักการเมืองว่าหวังผลทางการเมือง คำวิจารณ์แบบกำปั้นทุบดินเนี่ย ท่องกันได้เป็นนกแก้วนกขุนทอง คิดเองไม่เป็นบ้างหรือไง นักการเมืองไม่หวังผลทางการเมืองจะให้หวังอะไร พ่อค้าไม่หวังผลทางการค้าจะให้หวังอะไร? มัวแต่พร่ำเพ้ออยากหานักการเมืองที่เป็นพระศรีอาริย์ขี่ม้าขาวมาเนรมิตสังคมอุดมคติให้ ความฝันเพ้ัอเจ้อแบบนี้มันมีที่ไหนในโลกความเป็นจริง? นักการเมืองดีเลวหวังผลทางการเมืองไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือคุณกดดันตรวจสอบเขาไม่ได้ คุณต้องไปแก้ปัญหาตรงนั้น ทำยังไงจะกดดันเขาได้ ทำยังไงเลือกแล้วเขาต้องทำตามที่สัญญาไว้ ทำยังไงจะตรวจสอบนักการเมืองอย่างได้ผล ความดีความเลวส่วนตัวของนักการเมืองไม่เห็นเกี่ยวตรงไหน ถ้ามัวแต่ฝันเพ้อหาพระศรีอาริย์ ก็ได้แต่ฝันนั่นแหละ

ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าห้ามวิจารณ์นักการเมืองแบบที่นักวิชาการบางคนชอบห้าม เพียงแต่วิจารณ์ให้มันเข้าท่าเข้ากับความเป็นจริงหน่อย มองให้กว้างถึงเรื่องระบบเรื่องโครงสร้างหน่อย มองแต่ตัวบุคคลแบบพวกหมอประเวศ สนธิลิ้่ม พระไพศาล ฯลฯ บ้านเมืองมันถึงได้ถอยหลังลงคลองอยู่แบบนี้

ถามต่อครับถามต่อ สนุกมาก

ถามต่อครับถามต่อ สนุกมาก ทั้งคุณกานดา และ คุณภัควดี และคนอื่นๆด้วยครับ ใครตอบก็ได้ครับ

ผมเซฟกระทู้ไว้อ่าน คำถามผม ผมเอามาจากที่เคยอ่านพันทิบเมื่อนานมาแล้วน่ะครับ ผมไม่ได้คิดคำถามถามเองหรอก

มีคนบอกว่า เลือกทักษิณก็เผด็จการ เพราะทักษิณเป็นคนพูดเร็วทำเร็ว เด็ดขาด ไม่ฟังใคร เป็นสิ่งที่ฐานเสียงชอบ เห็นได้ชัดว่านิสัยแบบนี้เป็นเผด็จการ เรียกว่า เผด็จการเชิงเนื้อหา ไม่จำเป็นว่ามาจากการเลือกตั้งแล้วจะไม่ใช่เผด็จการ

คุณทักษิณก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำประเทศด้วยความนิยมและโลกทัศน์เช่นนี้ จะมาทุรนอะไรกับเผด็จการ แล้วจะมาร่ำร้องอะไรกับประชาธิปไตยตอนนี้ ในโลกทัศน์และวิธีคิดของคุณทักษิณ ทั้งเรื่องการเมืองและธุรกิจมีอะไรเป็นประชาธิปไตย ?

ภัควดี wrote:อยากรู้ wrote:

[quote=ภัควดี][quote=อยากรู้]

[/quote]

แต่แค่ทักษิณเอาเงินลงไปหมู่บ้าน (เพื่อสร้างฐานเสียง ก็แหงล่ะ เขาเป็นนักการเมือง ไม่สร้างฐานเสียงแล้วจะสร้างอะไร แล้วนโยบายอื่นของนักการเมืองคนอื่น ไม่สร้างฐานเสียงหรือไง?) เอาเงินไปให้ชาวบ้านใช้บ้าง ทำไมต้องดิ้นพราด ๆ ทนไม่ได้กันขนาดนี้ ความรังเกียจเดียดฉันท์ชาวบ้านเพราะสำนึกแบบชนชั้นสูงนี่มันฝังลึกขุดขึ้นมาไม่ได้เชียวหรือ ชาวบ้านจะได้ใช้บ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกคุณก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะแล้ว จะงกไปไหน
[/quote]

เป็นวิธีคิดและวิธีเขียนที่น่าทึ่งมากๆ
ถ้าคุณเป็นคนเยอรมัน ยุคที่มีกำแพงเบอร์ลินอยู่ คุณจะ.....

อยากรู้ wrote:ถ มีคนบอกว่า

[quote=อยากรู้]ถ
มีคนบอกว่า เลือกทักษิณก็เผด็จการ เพราะทักษิณเป็นคนพูดเร็วทำเร็ว เด็ดขาด ไม่ฟังใคร เป็นสิ่งที่ฐานเสียงชอบ เห็นได้ชัดว่านิสัยแบบนี้เป็นเผด็จการ เรียกว่า เผด็จการเชิงเนื้อหา ไม่จำเป็นว่ามาจากการเลือกตั้งแล้วจะไม่ใช่เผด็จการ

คุณทักษิณก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำประเทศด้วยความนิยมและโลกทัศน์เช่นนี้ จะมาทุรนอะไรกับเผด็จการ แล้วจะมาร่ำร้องอะไรกับประชาธิปไตยตอนนี้ ในโลกทัศน์และวิธีคิดของคุณทักษิณ ทั้งเรื่องการเมืองและธุรกิจมีอะไรเป็นประชาธิปไตย ?[/quote]

1. จะเป็นเผด็จการก็ต้องคุมกองทัพได้และประเทศมหาอำนาจปล่อยให้เป็น ทักษิณคุมกองทัพอยู่ที่ไหนล่ะค่ะ ถ้าคุมอยู่ก็ไม่โดนรัฐประหารหรอกค่ะ คนที่คุมกองทัพอยู่คือคนที่เป็นเผด็จการได้ บางคนเปรียบเทียบทักษิณกะมาร์กอสกะซูฮาร์โต ทั้งๆที่จริงมาร์กอสกะซูฮาร์โตอยู่ได้นานเพราะมหาอำนาจสนับสนุน สหรัฐฯหนุนทักษิณที่ไหนล่ะคะ? คุณไปดูสิคะว่าธุรกิจใหญ่ๆของสหรัฐฯในไทยใครถือหุ้น? เจ้าของโค้กในไทยคือใคร? บริษัทลงทุนที่ชื่อ Carlyle ที่นักการเมืองฝ่ายขวาของสหรัฐฯหนุนกันมีคนไทยชื่ออะไรเป็นที่ปรึกษา? ลองไปหาอ่านดูนะคะ แม้แต่พม่า นายพลพม่าเผด็จการกันได้เพราะประเทศมหาำอำนาจรวมทั้งสหรัฐฯรู้เห็นเป็นใจ บริษัทน้ำมันในพม่าน่ะมีอะไรบ้าง ประเทศตะวันตกรู้เห็นเป็นใจทั้งนั้น ญี่ปุ่นกะจีนก็เอาด้วย

2. ดิฉันคิดว่าวาทกรรม"ทักษิณจะเป็นเผด็จการ"เป็นวาทกรรมผีหลอก สมมุติว่าบ้านคุณมีีผีสิง ดูดเลือดคนในบ้านซะเกือบหมดตัวมากว่าครึ่งศตวรรรษ พอมีผีตัวใหม่มาด้อมๆมองๆหน้าบ้าน ผีตัวเก่าก็ใส่ไฟยุยงคุณว่าผีตัวใหม่มันจะสูบเลือดคุณจนหมดตัว คุุณจะทำอย่างไรคะ? ดิฉันคิดว่าแทนที่จะกังวลกะการไล่ผีตัวใหม่ หันมาไล่ผีตัวเก่าก่อนดีไหม? ผีตัวใหม่จะเลวแค่ไหนก็เป็นเรื่องอนาคต แต่ที่แน่ๆผีตัวเก่าดูดเลือดคุณจนซูบซีดจะหมดตัวอยู่แล้ว คุณไม่อยากโดนผีตัวใหม่สูบเลือดคุณก็ต้องสร้างทักษะการปราบผีโดยการปราบผีตัวเก่าก่อนค่ะ

3. ก็อย่างที่บอกว่าทักษิณไม่ใช่คนดีมากมาย แต่เลวกว่านี้มีอีกเยอะค่ะ ชูคออยู่อย่างมีเกียรติยศในสังคมกันมากมาย นักการเมืองเป็นกระจกส่องประชากร สังคมไทยเป็นสังคม"จริตหนา" พูดง่ายๆคือมือถือปากสากถือศีล แล้วคุณจะคาดหวังว่านักการเมืองมีจริยธรรมมากกว่าคนในสังคมได้ยังไง? อยากได้นักการเมืองจริยธรรมดีก็ต้องถามตัวเองว่าเรามีจริยธรรมจริงหรือ? เราไม่ใช่คนทำบุญเพื่อหวังผลจริงหรือ? สื่อมวลชนไทยและดาราไทยมีจริยธรรมสูงส่งกว่านักการเมืองหรือ? ข้าราชการทหารตำรวจ ข้าราชการพลเรือนมีจริยธรรมสูงกว่านักการเมืองหรือ? นักการเมืองเป็นอาชีพใหม่ีที่เกิดหลังขุนนางนะคะ ก่อนมีนักการเมืองก็ใช่ว่าขุนนางจะใจซื่อมือสะอาดกั พ่อค้ากะพระยาเลี้ยงช่วยกันโกงมานานแล้วค่ะ พ่อค้ากลายเป็นพระยาหรือเจ้าเมืองก็ถมถืด ถ้าข้าราชการไม่ช่วยโกงนักการเมืองก็โกงไมไ่ด้ค่ะ เวลาพูดถึงคอรัปชันในไทย หน่วยราชการที่คอรัปชันกันบันลือโลกให้ชาวต่างชาติซาบซึ้งมานานก่อนนักการเมืองเกิดก็กรมศุลกากรค่ะ ปัจจุบันก็ยังบันลือโลกอยู่

ขอเขียนเรื่อง"จริยธรรมบุคคลสา

ขอเขียนเรื่อง"จริยธรรมบุคคลสาธารณะ"อีกหน่อยนะคะ

สังคมไทยเป็นสังคมดัดจริตค่ะ ความดัดจริตเป็นฉากสำคัญของ"ลิเกสยาม" พวกที่ออกมาอบรมศีลธรรมส่งลูกเรียนโรงเรียนวัดกันไหมล่ะคะ เห็นนิยมส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์บ้าง เรียนเมืองนอกก็มากมาย หน้าทีี่การอบรมศีลธรรมในที่สาธารณะคือหน้าทีนักบวช ไม่ใช่หน้าที่ราษฏรอาวุโสหรือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ถ้าคันปากอยากสอนศีลธรรมกันมากก็ไปบวชก่อนแล้วใส่ชุดนักบวชก่อนจะดีกว่า แต่ใส่เครื่องแบบเป็นนักบวชแล้วก็ไ่ม่ใช่ว่าจะพูดอะไรแล้วคนต้องฟัง ไทยไม่ใช่รัฐศาสนา ดังนั้นนักบวชไม่ใช่ผู้นำทางการเมือง ก็อย่าไปดึงนักบวชมาเป็นเครื่องมือทางการเืทืองให้เสื่อมยิ่งไปกว่านี้เลยค่ะ

ศีลธรรมเป็นเรื่องส่วนบุคคล มีหรือไม่มีไม่ต้องป่าวประกาศให้สังคมรับรู้ ถ้าโตจนเลือกตั้งได้แล้วไม่มีศีลธรรมก็ไม่มีใครอบรมได้แล้วค่ะ ต้องใช้กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ของสังคมจัดการ ใช้กฎหมายแล้วจะเอานักบวชเข้ามาดัดสันดานหรือเปล่าก็อีกเรื่อง

ขออีกหน่อยเรื่อง"ประชาธิปไตย"

ขออีกหน่อยเรื่อง"ประชาธิปไตย"

ดิฉํนคิดว่าคนมีการศึกษาที่ไทยจำนวนมากมองโลกแบบโรแมนติก ประชาธิปไตยเป็นของดี สัจจธรรมหนึ่งในโลกนี้คือไม่มีของดีที่ฟรี อยากได้้ประชาธิปไตยก็เสาะหากันเองค่ะ นั่งอยู่เฉยๆประชาธิปไตยไม่ตกมาจากฟากฟ้าสุราลัยหรอกนะคะ นักการเมืองก็เนรมิตให้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ว่าประชากรทุกคนต้องการประชาธิปไตย คนบางคนมีความสุขในสังคมเหลื่อมล้ำนะคะ บางคนมีความสุขที่เห็นคนต่ำกว่าตัวเอง ไม่ว่าเชื้อชาติไหนหรือสัญชาติไหนมีคนแบบนี้ทั้งนั้นค่ะ คนอยากได้ประชาธิปไตยก็ต้องดิ้นรนขวนขวาย ไม่ใช่ว่าว่างก็ไปช็อปปิ้งรื่นเริงไปวันๆ อย่างนั้นก็สมควรอยู่กะนักการเมืองห่วยๆแล้วล่ะค่ะ

ไม่ใช่ว่าเขาโง่ที่มองโลกแบบโรแมนติก เป็นกันแบบนี้เพราะกระทรวงวัฒนธรรมกะกระทรวงศึกษาสอนให้คนไทยมองโลกแบบนี้ วรรณกรรมไทยก็สอนให้คนไทยมองโลกแบบนี้ งบสร้างหนังสร้างโน่นนี่ก็เพื่อสร้างประชากรแบบที่กระทรวงวัฒนธรรมกะกระทรวงศึกษาต้องการ ประวัติศาสตร์ก็สอนกันแบบละครโรแมนติก มีวีรุบุรุษ มีปิศาจ วีรบุรุษต้องฝ่าอุปสรรคขวากหนามเพื่อไปช่วยคนตกยากจากเงื้อมมือคนเลว ฯลฯ

นักการเมืองก็คนเหมือนกัน ตอบสนองต่อแรงจูงใจเหมือนเรานี่ล่ะค่ะ จะไปหวังให้ซูเปอร์แมนมาอวตารเป็นนักการเมืองก็รอกันไปจนโลกแตกก็ไม่เจอค่ะ

TBA

[quote=TBA]"บางคนมีความสุขที่เห็นคนต่ำกว่าตัวเอง"
ใครต่ำ ใครสูง ที่ไหนมีหรือ[/quote]

ลองถามอาจารย์โรงเรียนมัธยมดูสิคะ ไม่ก็ลองโทรไปถามกระทรวงวัฒนธรรมดู เผื่อจะได้คำตอบ

TBA

[quote=TBA]"บางคนมีความสุขที่เห็นคนต่ำกว่าตัวเอง"
ใครต่ำ ใครสูง ที่ไหนมีหรือ[/quote]

อืม คุณไม่รู้ว่าใครต่ำใครสูงนี่นักวิชาการผู้ประเมินผลการศึกษาไทยเขาอาจจะให้ึุคุณสอบตกนะคะ

แบบนี้กระทรวงวัฒนธรรมต้องแจกตั๋วมิวสิคัลสี่แผ่นดินให้คุณไปดูเป็นวิทยาทานแล้วมังคะ !?!

55555555555 ้ล้ำเลิศพัฒนา กับ

55555555555 ้ล้ำเลิศพัฒนา กับ เลิศล้าคงกระพันเดิม หนุกดีครับแบบนี้สิมองต่างมุมที่ดีทุกวันนี้สื่อไวมากการพูดอะไรของนักการเมืองหรือคนที่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อเป็นฝ่ายรํบกับตอนเป็นฝ่ายค้าน ดูและฟังแล้วหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ เฮ่อ อยากให้ประเทศนี้จับจอมโจรเสื้อดำได้จังครับบ้านเมืองเราจะได้สงบเสียทีเรื่องราวต่างๆจะได้กระจ่างเสียที หรือว่าตายก็พูดไม่ได้ นั่นแย่เนาะ

ชอบคำว่า"ตลาดนักบุญ"

ชอบคำว่า"ตลาดนักบุญ" โดนใจผมจังครับ คำนี้อธิบายเรื่องราวหลากหลายได้ 60ปีไม่จบครับ

และชอบการเปรียบเทียบ "ผีเก่า-ผีใหม่"มากๆเลยครับ ชัดเจนครับผม

TBA wrote:ภัควดี

[quote=TBA][quote=ภัควดี][quote=อยากรู้]

[/quote]

แต่แค่ทักษิณเอาเงินลงไปหมู่บ้าน (เพื่อสร้างฐานเสียง ก็แหงล่ะ เขาเป็นนักการเมือง ไม่สร้างฐานเสียงแล้วจะสร้างอะไร แล้วนโยบายอื่นของนักการเมืองคนอื่น ไม่สร้างฐานเสียงหรือไง?) เอาเงินไปให้ชาวบ้านใช้บ้าง ทำไมต้องดิ้นพราด ๆ ทนไม่ได้กันขนาดนี้ ความรังเกียจเดียดฉันท์ชาวบ้านเพราะสำนึกแบบชนชั้นสูงนี่มันฝังลึกขุดขึ้นมาไม่ได้เชียวหรือ ชาวบ้านจะได้ใช้บ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกคุณก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะแล้ว จะงกไปไหน
[/quote]

เป็นวิธีคิดและวิธีเขียนที่น่าทึ่งมากๆ
ถ้าคุณเป็นคนเยอรมัน ยุคที่มีกำแพงเบอร์ลินอยู่ คุณจะ.....[/quote]

ไม่ทราบว่าเปรียบเทียบอะไร?

ดิฉันว่าปัญหาของคนเกลียดทักษิณส่วนใหญ่ก็คือ คุณไม่ได้เกลียด "ทุนนิยม" คุณแค่ต้องการเลือกนายทุนคนนั้น ไม่เอาคนนี้ เพราะคิดไร้เดียงสาว่า คนนั้นดีกว่าคนนี้ แค่นี้เอง ไม่ได้มองลงไปถึงระบบหรือโครงสร้างอะไร ติดอยู่แค่ตัวบุคคล ไม่ได้แยแสเรื่องประชาธิปไตย/เผด็จการจริงจังอะไรเลย แค่อยากได้คนที่ตัวเองชอบ เท่านั้นเอง

อ ะอะอะ คุณกานดา

อ ะอะอะ คุณกานดา คุณทำให้สงกรานต์นี้สนุกจริงๆ ขอบคุณมาก ตลาดนักบุญ สีหน้าแสงตาผู้ให้ทำเอา ผู้รับซาบซึ้งชนิดขอเกิดเป็นสุธีทุกชาติไป

อะอะอะ กานดา

อะอะอะ กานดา คุณทำให้สงกรานต์นี้สนุกจริงๆ ตลาดนักบุญ ทำให้เข้าใจถึง ขอเกิดเป็นสุธีทุกชาติไป

TBA

[quote=TBA]"บางคนมีความสุขที่เห็นคนต่ำกว่าตัวเอง"
ใครต่ำ ใครสูง ที่ไหนมีหรือ[/quote]

ไอ้บรรหารเตี้ยห้าสั้นไงมันเตี้ย แล้วโย่งเชิญยิ้มกับยาวอยุธยาไงมันสูง
เหลืองขี้อย่างคุณสมองถูกครอบงำจนทำให้ประสาทตาเสีย
จึงเที่ยวตั้งคำถามกวนโอ๊ย ทู่เรดว่ะไอ้ควายทาส

ขอบคุณ อ.กานดาและ

ขอบคุณ อ.กานดาและ อ.ภัควดี
สุดยอดจริงๆ จี้ไปที่กล่องดวงใจปีศาจเลยนะนั่น

"ตลาดนักบุญ"
"วาทกรรมผีหลอก" "ผีตัวเก่า ผีตัวใหม่"
"ลิเกสยาม"

"ศักดินาฝังราก"
"พวกอยากสตาฟฟ์ชนบทไว้สนองตัณหาความสุขของตัวเอง"

หลักคิดง่ายๆ เราจะสนับสนุน

หลักคิดง่ายๆ

เราจะสนับสนุน 'คนเลวน้อยที่สุด' ว่า เป็น 'คนดี'

คนขายยาบ้า 100 เม็ด ย่อมเลวน้อยกว่า คนขายยาบ้า 100,000 เม็ด

ฮา...

ถ้าใช้ตรรกระหว่าง 'ทีวีพูล'

ถ้าใช้ตรรกระหว่าง 'ทีวีพูล' กับ 'การประกาศรัฐประหาร'

คงเป็นการใช่ 'ตรรก' ที่ผิดกระมัง ครับ

มีปืนมาจ่อคอหอย แล้วจะให้ตัดสินใจยังไงล่ะ ครับ

ช่างคิดไปได้...ฮา

ภัควดี wrote:TBA wrote:ภัควดี

[quote=ภัควดี][quote=TBA][quote=ภัควดี][quote=อยากรู้]

[/quote]

แต่แค่ทักษิณเอาเงินลงไปหมู่บ้าน (เพื่อสร้างฐานเสียง ก็แหงล่ะ เขาเป็นนักการเมือง ไม่สร้างฐานเสียงแล้วจะสร้างอะไร แล้วนโยบายอื่นของนักการเมืองคนอื่น ไม่สร้างฐานเสียงหรือไง?) เอาเงินไปให้ชาวบ้านใช้บ้าง ทำไมต้องดิ้นพราด ๆ ทนไม่ได้กันขนาดนี้ ความรังเกียจเดียดฉันท์ชาวบ้านเพราะสำนึกแบบชนชั้นสูงนี่มันฝังลึกขุดขึ้นมาไม่ได้เชียวหรือ ชาวบ้านจะได้ใช้บ้าง ทั้ง ๆ ที่พวกคุณก็ได้ผลประโยชน์มาเยอะแล้ว จะงกไปไหน
[/quote]

เป็นวิธีคิดและวิธีเขียนที่น่าทึ่งมากๆ
ถ้าคุณเป็นคนเยอรมัน ยุคที่มีกำแพงเบอร์ลินอยู่ คุณจะ.....[/quote]

ไม่ทราบว่าเปรียบเทียบอะไร?

ดิฉันว่าปัญหาของคนเกลียดทักษิณส่วนใหญ่ก็คือ คุณไม่ได้เกลียด "ทุนนิยม" คุณแค่ต้องการเลือกนายทุนคนนั้น ไม่เอาคนนี้ เพราะคิดไร้เดียงสาว่า คนนั้นดีกว่าคนนี้ แค่นี้เอง ไม่ได้มองลงไปถึงระบบหรือโครงสร้างอะไร ติดอยู่แค่ตัวบุคคล ไม่ได้แยแสเรื่องประชาธิปไตย/เผด็จการจริงจังอะไร
เลย แค่อยากได้คนที่ตัวเองชอบ เท่านั้นเอง[/quote]

สิ่งที่คุณภัควดีเรียกว่า"ไร้เดียงสา" ดิฉันขอเรียนให้ชัดๆว่า"ดัดจริต" ดัดจริตทำเป็นรักประชาธิปไตยไปงั้น หนุนให้กองทัพทำรัฐประหารแล้วยังกล้าพูดว่าทำเพื่อเสรีภาพนี่ดิฉันขอให้คะแนนดัดจริตระดับ A+

สังคมไทยเป็นสังคมดัดจริต นักการเมืองก็ต้องหัดดัดจริตให้เก่งพอๆกะดาราถึงจะอยู่ได้นาน เนื่องจากสังคมไทยวัดคนที่เปลือกนอก นักการเมืองที่หน้าตาดีก็ถูกจริตฐานเสียง เมืองไทยถึงมีนางงามกะดาราหันมาเล่นการเมืองกันเยอะไงคะ นักวิชาการดัดจริตก็มีมากมาย ไม่รู้ว่าเพราะนักวิชาการออกทีวีบ่อยจนเคลิ้มคิดว่าตัวเองเป็นดาราหรือเปล่า จะว่าไปแล้ว บนเวที"ลิเกสยาม"นี่ดิฉันคิดว่าทักษิณดัดจริตเก่งไม่เท่าคนอื่น ทักษิณดัดจริตไม่เก่งเท่าเอ็นจีโอ ไม่เก่งเท่ากองทัพ เลยไม่ถูกจริตปัญญาชนไทย

มองในแง่ดี รัฐประหารครั้งนี้คือ"รายการเปลือยปัญญาชนไทย" ได้เห็นว่าใคร(ไม่)มีหลักการอย่างไร คนนอกวงการวิชาการได้เห็นจริตปัญญาชนไทยชัดเจน จะได้เลิกนับถือใครเพียงเพราะว่าเขาใช้คำนำหน้าชื่อว่า "ดร." หรือ "ศ."

แช่ม wrote:ถ้าใช้ตรรกระหว่าง

[quote=แช่ม]ถ้าใช้ตรรกระหว่าง 'ทีวีพูล' กับ 'การประกาศรัฐประหาร'

คงเป็นการใช่ 'ตรรก' ที่ผิดกระมัง ครับ

มีปืนมาจ่อคอหอย แล้วจะให้ตัดสินใจยังไงล่ะ ครับ

ช่างคิดไปได้...ฮา[/quote]

ลุงไปอยู่หลังดอยไหนมาคะถึงได้ไ่ม่รู้ว่า"ทีวีพูล"นี่ทหารปั้นมากับมือ ประธานกรรมการบริหารทีวีพูลเป็นนายพลมาตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน

ก็ที่รัฐประหารครั้งนี้"เอาไม่อยู่"ก็เพราะเคเบิลทีวีเบ่งบานกันหลังรัฐประหารคราวที่แล้ว ทีวีพูลคุมจอทีวีไม่ได้นานแบบสมัยก่อนแล้ว

ชาวบ้าน-1 wrote:ขอบคุณ

[quote=ชาวบ้าน-1]ขอบคุณ อ.กานดาและ อ.ภัควดี
สุดยอดจริงๆ จี้ไปที่กล่องดวงใจปีศาจเลยนะนั่น

"ตลาดนักบุญ"
"วาทกรรมผีหลอก" "ผีตัวเก่า ผีตัวใหม่"
"ลิเกสยาม"

"ศักดินาฝังราก"
"พวกอยากสตาฟฟ์ชนบทไว้สนองตัณหาความสุขของตัวเอง"[/quote]

สตาฟฟ์ไ้ว้สนองตัณหา"ความสุขของกะทิ"ไงคะ อีกหน่อยหนูกะทิโตขึ้น พอหนูกะทิเบื่อตีกอล์ฟกะเล่นโปโลที่สปอร์ตคลับตอนกลับมาจากโรงเรียนประจำที่อังกฤษ หนุกะทิจะได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศขี่ควายเล่นในต่างจังหวัดไงคะ จะได้มีชนบทไว้พาเพื่อนฝรั่งไปเที่ยวชมความเป็นไทย แล้วหนูกะทิจะได้ไปแจกผ้าห่มแจกอาหารกระป๋องเพื่อทำบุญด้วย จะได้เป็นทีี่ฝึกหนูกะทิให้มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ จะได้โตมาเป็น"คนดี"

โอ้... ความเป็นไทยในจินตนาการของหนูกะทิ โรแมนติกไหมคะ?

ขอคารวะ อ.กานดา และคุณภควดี

ขอคารวะ อ.กานดา และคุณภควดี วิจารณ์ได้ตรงไปตรงมา ตอบได้ทุกคำถาม ปัญหาของประเทศไทยเวลานี้คือ คนในสังคม คนในประเทศส่วนหนึ่งยังยึดติดอยู่กับประเทศไทยสมัยเม่ื่อร้อยปีมาแล้ว คนบางคนไม่ยอมรับว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลา ระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชอาจเหมาะกับประเทศในยุคหนึ่ง ต่อมาสภาพสังคมเปลี่ยนไป ความคิดผู้คนเปลี่ยนไป ประชาชนคนทั่วไปเริ่มรู้ว่าพวกเขาคือเจ้าของประเทศแท้จริง เขาเริ่มรู้สึกหวงแหนทรัพยากรที่ชนชั้นปกครองชั้นนายทุนได้กอบโกยมานีับร้อยๆปี ว่ากันตามจริงประฃาฃนคนทั่วไปเมืองไทยยังมีน้ำใจกว่้าคนในชาติอื่นๆที่เขาไม่ยอมให้คนชั้นนายทุน ชั้นผู้มีอำนาจมาเอารัดเอาเปรียบอย่างหน้าด้านตลอดมาเช่นประเทสไทย
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้และผู้บริหารฟรีทีวีไม่มีใครกล้าตัดสินใถ่ายทอด ถูกต้องพวกเหล่านี้เคยตัวรอแต่รับคำสั่ง แต่เวลามีรายได้จากการถ่ายทอดฟุตตอลไม่เห็นต้องรอใครบอก การถ่ายทอดแต่ละครั้งเท่ากับส่งเสริมให้คนเล่นการพะนันมากขึ้นแต่ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน ฝ่ายต่างๆเช่น มหาเถรสมาคม สำนักงานพุทธศาสนา กระทรวงอะไรๆ และพวกชมรมสงเสริมพุทธศาสนาต่างๆหลับหูหลับตาไปอยู่ที่ไหน กับแค่คุณ คำผกาวิพากษืวิจารณ์พฤติกรรมการนับถือศาสนาของคนในประเทศไทยทำเป็นดัดจริตรับไม่ได้ พวกหลับหูหลัยตาอวดอ้างว่าพวกตัวเป็นคนพิทักษ์รักษาพุทธศาสนาควรรับรุ้ หรือรุ้เสียบ้างว่าที่เป็นอยุ่ทุกวีันนี้ศาสนาพุพุทธไม่ได้เสื่อม แต่คนที่อ้างว่าเป็นผู้รู้ผู้ทรงคุณวุมิและเป็นผุ้ปฏิบัติบางคนนั่นแหละที่กำลังทำลายศาสนาเสียเอง ทุกวันนี้สื่อต่างๆรวมทั้งพวกทีวีปล่อยให้มีการจัดรายการมอมเมาประชาชน บางสถานี้ (ทีวีช่อง 3 )เอาคนจัดรายการอาหารที่เป็นคนสนิทกับเจ้าของสัมปทานมาจัดเชิญ ซินแส เชิญหมอดู เชิญพวกนับถือผีสางเทวดามาออกรายกาการและชี้แนะคนดูไปคนละทางสองทาง อย่างนี้ท่านผู้พิทักษ์ศาสนาตาบอดหรือ พวกเหล่านี้ไม่ร้ายไปกว่าคุณ คำผกาที่วิจารณ์ศาสนาหรือ แค่วิพากษ์วิจารณ์พฤติการการนับถือศานาและคำสอนของศาสนาที่เห็นว่าไม่ถูกไม่ควร ทำไมผู้รู้ถึงได้เดือดร้อนย้อนไปวิจาณ์ร่งกายของเธอ ไม่ทราบว่ามีนหนักที่ใส่หมวดของพวกเหล่านี้ตรงไหน น่าละอายไปทั้งโลกกับคนที่อวดอ้างว่าเทอดทูนพุทธศาสนา และต้องการพิทัก์ษ์ปกป้องกลับละเลยไม่ออกมาคัดค้านผู้จัดรายการทีวีบ่อนทำลายศาสนาพุทธพวกนี้

alisco20 wrote:ขอคารวะ

[quote=alisco20]ขอคารวะ อ.กานดา และคุณภควดี วิจารณ์ได้ตรงไปตรงมา ตอบได้ทุกคำถาม ปัญหาของประเทศไทยเวลานี้คือ คนในสังคม คนในประเทศส่วนหนึ่งยังยึดติดอยู่กับประเทศไทยสมัยเม่ื่อร้อยปีมาแล้ว คนบางคนไม่ยอมรับว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลา ระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชอาจเหมาะกับประเทศในยุคหนึ่ง ต่อมาสภาพสังคมเปลี่ยนไป ความคิดผู้คนเปลี่ยนไป ประชาชนคนทั่วไปเริ่มรู้ว่าพวกเขาคือเจ้าของประเทศแท้จริง เขาเริ่มรู้สึกหวงแหนทรัพยากรที่ชนชั้นปกครองชั้นนายทุนได้กอบโกยมานีับร้อยๆปี ว่ากันตามจริงประฃาฃนคนทั่วไปเมืองไทยยังมีน้ำใจกว่้าคนในชาติอื่นๆที่เขาไม่ยอมให้คนชั้นนายทุน ชั้นผู้มีอำนาจมาเอารัดเอาเปรียบอย่างหน้าด้านตลอดมาเช่นประเทสไทย
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้และผู้บริหารฟรีทีวีไม่มีใครกล้าตัดสินใถ่ายทอด ถูกต้องพวกเหล่านี้เคยตัวรอแต่รับคำสั่ง แต่เวลามีรายได้จากการถ่ายทอดฟุตตอลไม่เห็นต้องรอใครบอก การถ่ายทอดแต่ละครั้งเท่ากับส่งเสริมให้คนเล่นการพะนันมากขึ้นแต่ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน ฝ่ายต่างๆเช่น มหาเถรสมาคม สำนักงานพุทธศาสนา กระทรวงอะไรๆ และพวกชมรมสงเสริมพุทธศาสนาต่างๆหลับหูหลับตาไปอยู่ที่ไหน กับแค่คุณ คำผกาวิพากษืวิจารณ์พฤติกรรมการนับถือศาสนาของคนในประเทศไทยทำเป็นดัดจริตรับไม่ได้ พวกหลับหูหลัยตาอวดอ้างว่าพวกตัวเป็นคนพิทักษ์รักษาพุทธศาสนาควรรับรุ้ หรือรุ้เสียบ้างว่าที่เป็นอยุ่ทุกวีันนี้ศาสนาพุพุทธไม่ได้เสื่อม แต่คนที่อ้างว่าเป็นผู้รู้ผู้ทรงคุณวุมิและเป็นผุ้ปฏิบัติบางคนนั่นแหละที่กำลังทำลายศาสนาเสียเอง ทุกวันนี้สื่อต่างๆรวมทั้งพวกทีวีปล่อยให้มีการจัดรายการมอมเมาประชาชน บางสถานี้ (ทีวีช่อง 3 )เอาคนจัดรายการอาหารที่เป็นคนสนิทกับเจ้าของสัมปทานมาจัดเชิญ ซินแส เชิญหมอดู เชิญพวกนับถือผีสางเทวดามาออกรายกาการและชี้แนะคนดูไปคนละทางสองทาง อย่างนี้ท่านผู้พิทักษ์ศาสนาตาบอดหรือ พวกเหล่านี้ไม่ร้ายไปกว่าคุณ คำผกาที่วิจารณ์ศาสนาหรือ แค่วิพากษ์วิจารณ์พฤติการการนับถือศานาและคำสอนของศาสนาที่เห็นว่าไม่ถูกไม่ควร ทำไมผู้รู้ถึงได้เดือดร้อนย้อนไปวิจาณ์ร่งกายของเธอ ไม่ทราบว่ามีนหนักที่ใส่หมวดของพวกเหล่านี้ตรงไหน น่าละอายไปทั้งโลกกับคนที่อวดอ้างว่าเทอดทูนพุทธศาสนา และต้องการพิทัก์ษ์ปกป้องกลับละเลยไม่ออกมาคัดค้านผู้จัดรายการทีวีบ่อนทำลายศาสนาพุทธพวกนี้[/quote]

ขอบคุณค่ะ ขอแลกเปลี่ยนบางประเด็นที่คุณชี้มานะคะ

1. การดัดจริตมีผลข้างเคียงตรงทีว่าดัดจริตไปนานๆแล้วจะเสียจริต โต้โผลิเกสยามคิดไม่ได้หรอกค่ะว่าจะเอาไม่อยู่ เขาคิดไม่ได้หรอกค่ะว่า "เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย"เพราะเขาเคยได้แบบเจ้ามือรวบกินหมด เรียกง่ายๆว่าเขาสปอยล์น่่ะค่ะ

2. วัฒนธรรมในสังคมศักดินานั้นไม่มีศีลธรรมนะคะ เช่น วัฒนธรรมมากผัวมากเมีย วัฒนธรรมเพศสัมพันธ์กันในเครือญาติ วัฒนธรรมฆ่าคนเพื่อพระเจ้า วัฒนธรรมมีเพศสัมพันธ์กะผู้เยาว์ วัฒนธรรมซื้อขายคนเยี่ยงผักปลา ฯลฯ ด้วยเหตุนี้สังคมศักดินาจึงต้องเอาศาสนามาบังหน้าเพื่อสร้างความชอบธรรม สังคมไทยยังป่าเถื่อนมากแต่ไม่ยอมรับกัน ก็เป็นสังคมดัดจริต เวลาฝรั่งพูดความจริงก็ด่าฝรั่ง ฝรั่งค้าขายกะคนไทยมาเป็นร้อยปี รู้เช่นเห็นชาติคนไทยแบบทะลุปรุโปร่ง "ลิเกสยาม"ทำไงก็ไม่เนียน ประเทศที่พัฒนาแล้วทุกประเทศเคยผ่านสังคมศักดินามาแ้้ล้ว คนไทยจำนวนมาทึกทักไปเองว่าฝรั่งไม่มีศีลธรรม เนืื่องจากฝรั่งไม่พูดเรื่องศีลธรรมพร่ำเพรื่อในที่สาธารณะแบบคนไทย

ขอสักหน่อย อ.กานดา

ขอสักหน่อย

อ.กานดา ผีเก่านี่ขูดรีด สูบเลือดสูบเนื้อยังไงครับ อธิบายด้วยครับ
เอาชัดๆ

เรื่องเผด็จการ อ.ค้นคว้าน้อยไป ทหารไทยไม่เคยเป็นปึกแผ่น ที่สำคัญแม้แต่พวกเจ้าก็เคยโดนกักบริเวณมาแล้ว
ตอน 19 กันยายน กองกำลังคอมมานโดของตำรวจภายใต้พ.ตอ.วินัย ทองสอง อากาศโยธินภายใต้ สุกำพล สุวรรณฑัต (รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบัน) กองกำลังในสังกัดบก.ทหารสูงสุด ภายใต้ เรืองโรจน์ มหาศรานนท์

เรื่องรักษาพยาบาล
พากันพูดอย่างกะ สมัยก่อนหน้าทักษิณไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล
ต้องตอบว่ามีและเป็นต้นแบบของบัตรทองด้วย

คือสมัยชวน เขาแบ่งว่าใครมีเงินบ้างก็ควรจ่าย จึงทำบัตรสงเคราะห์ให้กับคนยากคนจน เขาทำการสำรวจแล้วกำหนดโควต้าให้ กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเสนอชื่อ
ใครเป็นโรคเรื้อรัง ก็ไปขอทำบัตรสงเคราะห์
ทีนี้มันมีประเด็นว่า มี NGOs กับพวกหมอชนบท. เห็นว่าอีอย่างนี้ไม่เท่าเทียมกัน คนในชาติต้องได้รับบริการสาธารณสุขเท่าๆกัน คือแบ่งเป็นชั้นๆกลุ่มๆแบบนี้รับไม่ได้
อีกอย่าง กำนันผู้ใหญ่บ้าน พากันส่งรายชื่อชาวบ้านเพื่อทำบัตรสงเคราะห์แบบยกหมู่บ้าน
พวกหมอชนบทก็เลยบอกว่าถึงเวลาแล้วก็ทำบัตรสงเคราะห์ให้ทุกคนเลย

ก็เสนอนโยบายให้ประชาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เอาบอกว่าเงินไม่พอ แต่พรรคไทยรักไทยเอา

นวนคร

[quote=นวนคร]ขอสักหน่อย

อ.กานดา ผีเก่านี่ขูดรีด สูบเลือดสูบเนื้อยังไงครับ อธิบายด้วยครับ
เอาชัดๆ
[/quote]
ขอเยอะๆก็ได้ค่ะ แต่เดี๊ยนขอดัดจริตบ้าง ขอบอกว่า I remain the right to remain silent.

ถ้าุคุณคิดไม่ออก อยากได้ชัดๆ ก็ลองลาออกจากงาน ไม่เอาสวัสดิการ ไม่เอาเงินบำนาญบำเหน็จ แล้วก็ลองไปเป็นจับกังรับค่าแรงขั้นต่ำดูนะคะ ลองซักเดือนนึง เผื่อจะคิดออก

[quote=นวนคร]
เรื่องเผด็จการ อ.ค้นคว้าน้อยไป ทหารไทยไม่เคยเป็นปึกแผ่น ที่สำคัญแม้แต่พวกเจ้าก็เคยโดนกักบริเวณมาแล้ว
ตอน 19 กันยายน กองกำลังคอมมานโดของตำรวจภายใต้พ.ตอ.วินัย ทองสอง อากาศโยธินภายใต้ สุกำพล สุวรรณฑัต (รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบัน) กองกำลังในสังกัดบก.ทหารสูงสุด ภายใต้ เรืองโรจน์ มหาศรานนท์

เรื่องรักษาพยาบาล
พากันพูดอย่างกะ สมัยก่อนหน้าทักษิณไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล
ต้องตอบว่ามีและเป็นต้นแบบของบัตรทองด้วย

คือสมัยชวน เขาแบ่งว่าใครมีเงินบ้างก็ควรจ่าย จึงทำบัตรสงเคราะห์ให้กับคนยากคนจน เขาทำการสำรวจแล้วกำหนดโควต้าให้ กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเสนอชื่อ
ใครเป็นโรคเรื้อรัง ก็ไปขอทำบัตรสงเคราะห์
ทีนี้มันมีประเด็นว่า มี NGOs กับพวกหมอชนบท. เห็นว่าอีอย่างนี้ไม่เท่าเทียมกัน คนในชาติต้องได้รับบริการสาธารณสุขเท่าๆกัน คือแบ่งเป็นชั้นๆกลุ่มๆแบบนี้รับไม่ได้
อีกอย่าง กำนันผู้ใหญ่บ้าน พากันส่งรายชื่อชาวบ้านเพื่อทำบัตรสงเคราะห์แบบยกหมู่บ้าน
พวกหมอชนบทก็เลยบอกว่าถึงเวลาแล้วก็ทำบัตรสงเคราะห์ให้ทุกคนเลย

ก็เสนอนโยบายให้ประชาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เอาบอกว่าเงินไม่พอ แต่พรรคไทยรักไทยเอา[/quote]

คนค้นคว้าเยอะก็อย่ามัวแต่เขียนตอบเม้นท์อย่างเดียวสิคะ เขียนบความมาให้อ่านกันบ้าง ดีไหมคะ

กานดา นาคน้อย wrote:นวนคร

[quote=กานดา นาคน้อย][quote=นวนคร]ขอสักหน่อย

อ.กานดา ผีเก่านี่ขูดรีด สูบเลือดสูบเนื้อยังไงครับ อธิบายด้วยครับ
เอาชัดๆ
[/quote]
ขอเยอะๆก็ได้ค่ะ แต่เดี๊ยนขอดัดจริตบ้าง ขอบอกว่า I remain the right to remain silent.

ถ้าุคุณคิดไม่ออก อยากได้ชัดๆ ก็ลองลาออกจากงาน ไม่เอาสวัสดิการ ไม่เอาเงินบำนาญบำเหน็จ แล้วก็ลองไปเป็นจับกังรับค่าแรงขั้นต่ำดูนะคะ ลองซักเดือนนึง เผื่อจะคิดออก

[quote=นวนคร]
เรื่องเผด็จการ อ.ค้นคว้าน้อยไป ทหารไทยไม่เคยเป็นปึกแผ่น ที่สำคัญแม้แต่พวกเจ้าก็เคยโดนกักบริเวณมาแล้ว
ตอน 19 กันยายน กองกำลังคอมมานโดของตำรวจภายใต้พ.ตอ.วินัย ทองสอง อากาศโยธินภายใต้ สุกำพล สุวรรณฑัต (รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบัน) กองกำลังในสังกัดบก.ทหารสูงสุด ภายใต้ เรืองโรจน์ มหาศรานนท์

เรื่องรักษาพยาบาล
พากันพูดอย่างกะ สมัยก่อนหน้าทักษิณไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล
ต้องตอบว่ามีและเป็นต้นแบบของบัตรทองด้วย

คือสมัยชวน เขาแบ่งว่าใครมีเงินบ้างก็ควรจ่าย จึงทำบัตรสงเคราะห์ให้กับคนยากคนจน เขาทำการสำรวจแล้วกำหนดโควต้าให้ กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเสนอชื่อ
ใครเป็นโรคเรื้อรัง ก็ไปขอทำบัตรสงเคราะห์
ทีนี้มันมีประเด็นว่า มี NGOs กับพวกหมอชนบท. เห็นว่าอีอย่างนี้ไม่เท่าเทียมกัน คนในชาติต้องได้รับบริการสาธารณสุขเท่าๆกัน คือแบ่งเป็นชั้นๆกลุ่มๆแบบนี้รับไม่ได้
อีกอย่าง กำนันผู้ใหญ่บ้าน พากันส่งรายชื่อชาวบ้านเพื่อทำบัตรสงเคราะห์แบบยกหมู่บ้าน
พวกหมอชนบทก็เลยบอกว่าถึงเวลาแล้วก็ทำบัตรสงเคราะห์ให้ทุกคนเลย

ก็เสนอนโยบายให้ประชาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เอาบอกว่าเงินไม่พอ แต่พรรคไทยรักไทยเอา[/quote]

คนค้นคว้าเยอะก็อย่ามัวแต่เขียนตอบเม้นท์อย่างเดียวสิคะ เขียนบความมาให้อ่านกันบ้าง ดีไหมคะ[/quote]

โอ้ขออภัยค่ะ เดี๊ยนพิมพ์ผิด เดี๊ยนต้องเขียนว่า I reserve the right to remain silent.

ุคุณขอได้แต่ไม่ให้ค่ะ อิๆๆ

กานดา นาคน้อย][quote=นวนคร

[quote=กานดา นาคน้อย][quote=นวนคร]ขอสักหน่อย

อ.กานดา ผีเก่านี่ขูดรีด สูบเลือดสูบเนื้อยังไงครับ อธิบายด้วยครับ
เอาชัดๆ
[/quote]

[พิมพ์ภาษาปะกิดผิด ขอแก้นิดนึงค่ะ]

ขอเยอะๆก็ได้ค่ะ แต่เดี๊ยนขอดัดจริตบ้าง ขอบอกว่า I reserve the right to remain silent.

ขออภัยเผลอไปกดผิด

ขออภัยเผลอไปกดผิด เขียนไม่จบ

เรื่องการคุมทหารมันมีคนศึกษาอยู่ ต้องตามไปดูไปอ่าน
ทหารไทยไม่เคยเป็นปึกแผ่นกันแต่ใหนแต่ไรแล้ว ถ้าเอารูปแบบทหารแห่งชาติก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ ร.5 ท่านใช้แบบอังกฤษคือสร้าง 2 กองทัพ ทหารเรือ กับทหารบก ไว้คานกัน คานไปคานมาทหารบกได้แรงหนุนจาก CIA โตพรวดพราดก็ทุบทำลายทหารเรือซะเละเทะ ต่อมาในทหารบกก็แตกกันตามอุดมการณ์ทางการเมืองอีก
ถ้าเอาตามตรรกของอ.กานดา เผด็จการจะมีแค่คนเดียวคือ สฤษดิ์ เท่านั้นเองที่คุมทหารทุกส่วนอยู่หมัด นอกนั้นไม่ใช่

การรัฐประหารบ้านเรามันจึงเกิดบ่อย แต่ขำๆ เดี๋ยวพวกโน้นร่วมกับพวกนี้ พวกนั้นเบี้ยวไม่ออกมาตามนัด สารพัด เพราะไม่มีใครกุมอำนาจทหารแบบเบ็ดเสร็จจริงๆ

เช่น

ตอน 19 กันยายน กองกำลังคอมมานโดของตำรวจภายใต้พ.ตอ.วินัย ทองสอง อากาศโยธินภายใต้ สุกำพล สุวรรณฑัต (รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบัน) กองกำลังในสังกัดบก.ทหารสูงสุด ภายใต้ เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ กองทัพภาคที่ 2 ก็ไม่ยอม
แม่ทัพไม่มารายงานตัวต่อ คมช. ต่อมาก็ยอมแต่ต่างคนต่างอยู่ (น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติรัฐประหารไทย แม่ทัพท่านนี้ หนุนการจัดตั้งประชาชนอีสาน และกลายเป็นขบวนการเสื้อแดง ต่อมาถูกย้ายออกจากพื้นที่ในวาระการโยกย้ายเดือนเมษายน ปี 50 อันที่จริงคมช. ไม่กล้าปลดทันที สนธิ ลิ้มฯ ด่าคมช. เรื่องนี้ตลอด)

ที่กองกำลังเหล่านี้ยอม เพราะไม่ต้องการรบกันกลางกรุง ให้บ้านเมืองยับเยินลงไป

ผมเดาว่า แนวคิดของอาจารย์ๆ รับมาจากงานของอ.สมศักดิ์ ที่เน้นอำนาจการเมืองของศักดินา เหนืออื่นใด แต่มันขัดกับหลักฐานและงานของนักวิชาการคนอื่นๆ ที่หนักแน่นกว่า อ.สมศักดิ์และสานุศิษย์ ก็เลยหันเหไปทางด้าน วัฒนธรรม บอกทำนองว่า พวกเจ้าเป็นอำนาจนำในทางวัฒนธรรม ฯลฯ

แต่งานวิชาการที่ยอมรับกันส่วนใหญ่ จะเน้นที่รัฐทหาร เผด็จการทหารมากกว่า ต่อมายุคหลัง 2516 ก็เป็นอิทธิพลของภาคธุรกิจและการฟื้นอิทธิพลของพวกเจ้า

กรณีฟรีทีวีถ่ายทอดงานพระราชพิ

กรณีฟรีทีวีถ่ายทอดงานพระราชพิธี โดยไม่แจ้งภัยสึนามิ

ขอถามรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำไมไม่ถือโอกาสนี้ทำอะไรซะบ้างเกี่ยวกับฟรีทีวี หรือว่าตอนนี้ฟรีทีวีดำเนินงานดีไม่มีที่ติอยู่แล้ว

ขอถามรัฐบาลพรรคเพื่อแม้วว่า ท่านเห็นว่าชีวิตคนชายฝั่งอันดามันนับล้านที่อาจจะได้รับภัยจากสึนามินั้นไม่เห็นจะเกี่ยวกับแม้ว เพราะแม้วอยู่บนดอย พรรคเพื่อแม้วจึงไม่เดือดร้อน ไม่ต้องทำอะไรเลยใช่ไหม

อีกหนึ่งข้อสงสัยคือ หากเกิดสึนามิขึ้น คนเจ็บคนตายส่วนใหญ่คงจะเป็นคนใต้ที่เลือกพรรคประชาธิปัติซึ่งเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกัน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงไม่ให้ความสำคัญกับการเตือนภัยนั้น

ผมมีสิทธิที่จะสงสัยเพราะไม่เห็นคนในรัฐบาลแม้แต่คนเดียวที่จะออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่ฟรีทีวีไม่แจ้งเตือนภัยในครั้งนี้

ผมยังขอถามไปถึงบรรดา ส.ส.พรรคประชาธิปัติทั้งหลายว่า ผู้คนซึ่งเป็นฐานเสียงของพวกท่านนับล้าน อาจจะต้องเดือดร้อน บาดเจ็บล้มตาย จากการที่ฟรีทีวีภายใต้การดูแลของรัฐบาลไม่แจ้งเตือนภัยครั้งนี้
ถามว่า ทำไม ส.ส.ประชาธิปัติทุกคนจึงเงียบเป็นเป่าสากกับกรณีนี้

ยิ่งคิดตูยิ่งงงกับปะเทดนี้จิงๆ มันจะบ้ากันไปถึงไหนว่ะนี่!

นวนคร wrote:ขออภัยเผลอไปกดผิด

[quote=นวนคร]ขออภัยเผลอไปกดผิด เขียนไม่จบ

เรื่องการคุมทหารมันมีคนศึกษาอยู่ ต้องตามไปดูไปอ่าน
ทหารไทยไม่เคยเป็นปึกแผ่นกันแต่ใหนแต่ไรแล้ว ถ้าเอารูปแบบทหารแห่งชาติก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ ร.5 ท่านใช้แบบอังกฤษคือสร้าง 2 กองทัพ ทหารเรือ กับทหารบก ไว้คานกัน คานไปคานมาทหารบกได้แรงหนุนจาก CIA โตพรวดพราดก็ทุบทำลายทหารเรือซะเละเทะ ต่อมาในทหารบกก็แตกกันตามอุดมการณ์ทางการเมืองอีก
ถ้าเอาตามตรรกของอ.กานดา เผด็จการจะมีแค่คนเดียวคือ สฤษดิ์ เท่านั้นเองที่คุมทหารทุกส่วนอยู่หมัด นอกนั้นไม่ใช่

การรัฐประหารบ้านเรามันจึงเกิดบ่อย แต่ขำๆ เดี๋ยวพวกโน้นร่วมกับพวกนี้ พวกนั้นเบี้ยวไม่ออกมาตามนัด สารพัด เพราะไม่มีใครกุมอำนาจทหารแบบเบ็ดเสร็จจริงๆ

เช่น

ตอน 19 กันยายน กองกำลังคอมมานโดของตำรวจภายใต้พ.ตอ.วินัย ทองสอง อากาศโยธินภายใต้ สุกำพล สุวรรณฑัต (รัฐมนตรีกลาโหมปัจจุบัน) กองกำลังในสังกัดบก.ทหารสูงสุด ภายใต้ เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ กองทัพภาคที่ 2 ก็ไม่ยอม
แม่ทัพไม่มารายงานตัวต่อ คมช. ต่อมาก็ยอมแต่ต่างคนต่างอยู่ (น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติรัฐประหารไทย แม่ทัพท่านนี้ หนุนการจัดตั้งประชาชนอีสาน และกลายเป็นขบวนการเสื้อแดง ต่อมาถูกย้ายออกจากพื้นที่ในวาระการโยกย้ายเดือนเมษายน ปี 50 อันที่จริงคมช. ไม่กล้าปลดทันที สนธิ ลิ้มฯ ด่าคมช. เรื่องนี้ตลอด)

ที่กองกำลังเหล่านี้ยอม เพราะไม่ต้องการรบกันกลางกรุง ให้บ้านเมืองยับเยินลงไป

ผมเดาว่า แนวคิดของอาจารย์ๆ รับมาจากงานของอ.สมศักดิ์ ที่เน้นอำนาจการเมืองของศักดินา เหนืออื่นใด แต่มันขัดกับหลักฐานและงานของนักวิชาการคนอื่นๆ ที่หนักแน่นกว่า อ.สมศักดิ์และสานุศิษย์ ก็เลยหันเหไปทางด้าน วัฒนธรรม บอกทำนองว่า พวกเจ้าเป็นอำนาจนำในทางวัฒนธรรม ฯลฯ

แต่งานวิชาการที่ยอมรับกันส่วนใหญ่ จะเน้นที่รัฐทหาร เผด็จการทหารมากกว่า ต่อมายุคหลัง 2516 ก็เป็นอิทธิพลของภาคธุรกิจและการฟื้นอิทธิพลของพวกเจ้า[/quote]

โอ้ เรื่องกองทัพไม่เป็นเอกภาพนี่ก็เป็น open secret ถ้าเป็นเอกภาพจะทำรัฐประหารกันรึ สำหรับนักวิชาการที่หนุนรัฐประหาร สำคัญหรือว่าคนทำรัฐประหารจะเป็นนายพล ก. หรือนายพล ข. ก็อย่างที่คุณภัควดีเขียน ขอให้ล้มทักษิณได้นักวิชาการกลุ่มนี้ก็พอใจ เรื่องนายพลที่คุณเอ่ยชื่อมานั้นก็ไม่ใช่ความลับว่าเขามีความสัมพันธ์อะไรยังไงกะคนสีต่างๆ ไม่แน่ใจว่าุต้องการสื่ออะไร จริงๆเขาคือคุณพ่อเพื่อน ดิฉันคงไม่จำเ้ป็นต้องใช้บริการข้อมูลจากคุณมังคะ

ดิฉันก็เห็นคุณตะแบงท้ายบทความคนเยอะแยะมาหลายบทความ เอางี้ดีกว่าค่ะ คุณมั่นใจในตรรกะคุณเมื่อไรก็เขียนบทความให้คนอ่านแล้วกัน จะใช้ชื่อจริงก็ได้ ชื่อนวนครนี่ก็ได้ ดิฉันจะลองด่านดูว่าคะแนนดัดจริตถึงระดับ A+ หรือเปล่า

ไพร่ ไม่ยอมเป็นทาส

[quote=ไพร่ ไม่ยอมเป็นทาส]กรณีฟรีทีวีถ่ายทอดงานพระราชพิธี โดยไม่แจ้งภัยสึนามิ

ขอถามรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทำไมไม่ถือโอกาสนี้ทำอะไรซะบ้างเกี่ยวกับฟรีทีวี หรือว่าตอนนี้ฟรีทีวีดำเนินงานดีไม่มีที่ติอยู่แล้ว

ขอถามรัฐบาลพรรคเพื่อแม้วว่า ท่านเห็นว่าชีวิตคนชายฝั่งอันดามันนับล้านที่อาจจะได้รับภัยจากสึนามินั้นไม่เห็นจะเกี่ยวกับแม้ว เพราะแม้วอยู่บนดอย พรรคเพื่อแม้วจึงไม่เดือดร้อน ไม่ต้องทำอะไรเลยใช่ไหม

อีกหนึ่งข้อสงสัยคือ หากเกิดสึนามิขึ้น คนเจ็บคนตายส่วนใหญ่คงจะเป็นคนใต้ที่เลือกพรรคประชาธิปัติซึ่งเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกัน รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงไม่ให้ความสำคัญกับการเตือนภัยนั้น

ผมมีสิทธิที่จะสงสัยเพราะไม่เห็นคนในรัฐบาลแม้แต่คนเดียวที่จะออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการที่ฟรีทีวีไม่แจ้งเตือนภัยในครั้งนี้

ผมยังขอถามไปถึงบรรดา ส.ส.พรรคประชาธิปัติทั้งหลายว่า ผู้คนซึ่งเป็นฐานเสียงของพวกท่านนับล้าน อาจจะต้องเดือดร้อน บาดเจ็บล้มตาย จากการที่ฟรีทีวีภายใต้การดูแลของรัฐบาลไม่แจ้งเตือนภัยครั้งนี้
ถามว่า ทำไม ส.ส.ประชาธิปัติทุกคนจึงเงียบเป็นเป่าสากกับกรณีนี้

ยิ่งคิดตูยิ่งงงกับปะเทดนี้จิงๆ มันจะบ้ากันไปถึงไหนว่ะนี่![/quote]

พรรคเพื่อไทยทำอะไรอยู่ ซ้อมบทเล่นลิเกสยามอยู่มังคะ? ก็แล้วแต่ฐานเสียงพรรคเพื่อไทยจะหาวิธีดัดสันดานพรรคเพื่อไทยค่ะ

นวนคร

[quote=นวนคร]
เรื่องรักษาพยาบาล
พากันพูดอย่างกะ สมัยก่อนหน้าทักษิณไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล
ต้องตอบว่ามีและเป็นต้นแบบของบัตรทองด้วย

คือสมัยชวน เขาแบ่งว่าใครมีเงินบ้างก็ควรจ่าย จึงทำบัตรสงเคราะห์ให้กับคนยากคนจน เขาทำการสำรวจแล้วกำหนดโควต้าให้ กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนเสนอชื่อ
ใครเป็นโรคเรื้อรัง ก็ไปขอทำบัตรสงเคราะห์
ทีนี้มันมีประเด็นว่า มี NGOs กับพวกหมอชนบท. เห็นว่าอีอย่างนี้ไม่เท่าเทียมกัน คนในชาติต้องได้รับบริการสาธารณสุขเท่าๆกัน คือแบ่งเป็นชั้นๆกลุ่มๆแบบนี้รับไม่ได้
อีกอย่าง กำนันผู้ใหญ่บ้าน พากันส่งรายชื่อชาวบ้านเพื่อทำบัตรสงเคราะห์แบบยกหมู่บ้าน
พวกหมอชนบทก็เลยบอกว่าถึงเวลาแล้วก็ทำบัตรสงเคราะห์ให้ทุกคนเลย

ก็เสนอนโยบายให้ประชาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์ไม่เอาบอกว่าเงินไม่พอ แต่พรรคไทยรักไทยเอา[/quote]

ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำระบบสวัสดิการครอบคลุมประชากรทั้งหมด เวลา"หนูกะทิ"กลับจากโรงเรียนประจำที่อังกฤษ หนูกะทิจะไปฝึกแจกอาหารกระป๋องแจกผ้าห่มแจกยาสามัญประจำบ้านที่ไหนล่ะคะ? เพื่อที่หนูกะทิจะได้มีโอกาสทำบุญเพื่อแสดงความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และประสัมพันธ์น้ำใจของหนูกะทิผ่านสื่อมวลชน ก็จำเป็นต้องอนุรักษ์ประชากรที่ไม่มีสวัสดิการให้ดำรงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

ความสุขของกะทิ .... อา ... โรแมนติกจังเลย

ดิฉันเริ่มเข้าใจว่าคุณนวนครเข

ดิฉันเริ่มเข้าใจว่าคุณนวนครเข้าใจอะไรผิด คิดว่าคุณตีความคำว่า"ศักดินา"ของดิฉันผิดไปค่ะ

คำว่า"ศักดินา" หรือ feudalism ครอบคลุมไปถึงกองทัพนะคะ เผื่อคุณนวนครจะเข้าใจให้ลึกกว่านี้ กองทัพหรืออำนาจทหารคือกลไกของระบบศักดินา กองทัพคือหัวใจของระบบศักดินาด้วยซ้ำ กากเดนศักดินาในสังคมไทยมีหลายมิติมาก การเกณฑ์ทหาร ก็เป็นกากเดนศักดินา ระบบเกณฑ์ทหารของไทยไม่เหมือนระบบเกณฑ์ทหารในประเทศทีพัฒนาแล้ว

ดิฉันไม่รู้จักอ.สมศักดิ์เป็นส่วนตัุว งานวิชาการของแกก็ไม่เคยอ่านค่ะ เคยอ่านแต่บทความจากประชาไท จากเว็บบอร์ดที่แกโพสต์บ้าง ไม่ได้เป็นแฟนงานเขียนด้วยซ้ำ เพราะไม่อ่านทุกกระทู้ที่แกเขียน เพราะแกซ้ายหลงยุคไปหน่อย

ดิฉันศึกษาคำว่าศักดินาจากประวัติศาสตร์โลก และศักดินาไทยก็ไม่ได้แตกต่างจากศักดินาที่สูญพันธุ์จากประเทศพัฒนา ดิฉันเรียนเศรษฐศาสตร์จากประเทศทุนนิยมค่ะ ก็ไม่ได้หมายความว่านักเศรษฐศาสตร์ในประเทศทุนนิยมไม่ต้องเรียนเรื่องศักดินา มีวิชาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจค่ะ สหรัฐฯก็เคยมีทาส กว่าจะเปลี่ยนผ่านมาเป็นทุนนิยมเต็มตัวก็ผ่านอะไรมามากมาย

คุณนวนครคงจะคิดว่าคนใช้คำว่า"

คุณนวนครคงจะคิดว่าคนใช้คำว่า"ศักดินา"นี่เอียงซ้ายกันหมด จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นซ้ายเก่าหรือซ้ายใหม่ที่จะเห็นว่าประเทศไทยยังเป็น semi-feudal อยู่ เป็นทุนนิยมอเมริกันก็ยังเห็นค่ะ

ดิฉันถึงได้บอกว่า"ลิเกสยาม"มันไม่เนียน ต่อให้คุณถามนักลงทุนอเมริกันที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ถามเขาว่าประเทศไทยคือทุนนิยมแบบประเทศเขาไหม เขาก็คงจะบอกว่าไม่เหมือน แต่ก็ไม่ใ่ช่ว่าฝรั่งทุกคนไม่ชอบระบบกึ่งศักดินาแบบนี้นะคะ คุณรู้ไหมว่าในเอเชียประเทศไทยเป็นประเทศที่นักการทูตอเมริกันแย่งกันไปประจำอันดับหนึ่ง แย่งกันยิ่งกว่าสถานทูตอเมริกันที่ญี่ปุ่นเสียอีก ทั้งๆที่ญี่ปุ่นปลอดภัยกว่า ศิวิไลซ์กว่า เพราะอะไร

ไม่ใช่เพราะคนไทยใจดีหรือทะเลสวยแบบที่คนไทยคิดกันหรอกค่ะ ที่นักการทูตอเมริกันชอบไปประจำเมืองไทยเพราะได้รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในประเทศเมืองขึ้น ได้เป็นเจ้านาย ไ้ด้สังสรรค์กะไฮโซ ได้อยู่ชนชั้นเดียวกันกับนักการเมืองพรรคที่คุณเชียร์อยู่ มีคนขับรถ มีคนรับใช้ไว้ให้ชี้นิ้วสั่ง ถ้าไปอยู่ญีปุ่นไม่มีคนใช้ให้ชี้นิ้สั่ง ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ประเทศเมืองขึ้นเพราะคนญี่ปุ่นไม่ยกย่องฝรั่งมากกว่าคนชาติเดียวกัน สั่งคนญี่่ปุ่นมากไม่ได้ แต่กะคนไทยสั่งได้สบายมาก เพราะคนไทยโดนคนไทยด้วยกันจิกหัวจนชินแล้ว โดนฝรั่งสั่งแล้วให้เงินทิปหน่อยก็ชิวๆ

เพื่อนอาจารย์ที่สหรัฐฯหลายคนถามดิฉันว่าคนจนเมืองไทยทนได้ยังไง ทนความอยุติธรรมในไทยได้ยังไง คนมีการศึกษาในไทยอยู่กันได้แบบไม่รู้สึกว่าประเทศนี้ต้องเปลี่ยนแปลงหรือ? โสเภณีเต็มเมืองออกแบบนั้นไม่เดือดร้อนกันเลยหรือ?

ดิฉันก็ตอบว่าคนมีการศึกษาไม่เดือดร้อนหรอกค่ะ เพราะเขายุ่งอยู่กะการอัพเกรดตัวเองเพื่อไต่บันไดสู่ชั้นสูง คนมีการศึกษาส่วนใหญ่คิดว่าคนชั้นล่างอยากเกิดมามีกรรมเองช่วยไม่ได้ คนฟังก็ตกใจว่า อะไรนะ คิดกันแบบนี้เรียกว่ามีการศึกษาหรือ ดิฉันก็ตอบว่าใช่ นี่แหละ คนมีการศึกษาแบบไทยๆ

"คนมีการศึกษาในไทยอยู่กันได้แ

"คนมีการศึกษาในไทยอยู่กันได้แบบไม่รู้สึกว่าประเทศนี้ต้องเปลี่ยนแปลงหรือ?"
คุณกานดามีคำแนะนำไหม จุดเริ่มต้นตรงไหนดี อยากทำตัวให้มีประโยชน์

TBA

[quote=TBA]"คนมีการศึกษาในไทยอยู่กันได้แบบไม่รู้สึกว่าประเทศนี้ต้องเปลี่ยนแปลงหรือ?"
คุณกานดามีคำแนะนำไหม จุดเริ่มต้นตรงไหนดี อยากทำตัวให้มีประโยชน์[/quote]

เริ่มจากตรงนี้ดีไหมคะ
http://www.facebook.com/ccaa112

ผมแวะเข้ามาฝึกฝน "อารมณ์"

ผมแวะเข้ามาฝึกฝน "อารมณ์" ตัวเองเป็นครั้งคราว ตั้งแต่มีการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต (หลาย ๆ ประเภท) รู้สึกว่าตัวเองมีความอดทนต่ำ รำคาญ ฯลฯ กับการกล่าวหา อารมณ์ กระพี้ ฯลฯ

คุณกานดา คุณภัควดี และอีกหลายคนมีความอดทนแลกเปลี่ยน แม้กับการถกเถึยงด้วย "ความรู้สึก" ไม่มีแก่นสารใด ๆ แต่คุณทั้งสองและอึกหลาย ๆ ท่านยังอดทนแจกแจง ... นับถือและขอคารวะครับ

ผมมีความคิดไม่ต่างคือ ผลพวงของการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา สิ่งดีที่สุดคือมันเป็นการ "เปลือยปัญญาชน กวี ศิลปิน" เราได้เห็นได้รู้ว่าอะไรคือราษฏรอาวุโสอะไรคือผู้เฒ่า เราได้รู้ว่ากวีศิลปินผู้นำเอาภาพและเรื่องราวชีวิตอันยากไร้ทุกข์เข็ญของผู้คนในสังคมมาขีดเขียน ร่ายกลอน ร้องเป็นเพลง ... ไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับคนมือเปล่าถูกฆ่าตายกลางเมืองหลวงด้วยอาวุธที่ซื้อหามาด้วยภาษีของพวกเขา แต่เขาเสียดายโอดโอยที่ตึกถูกไฟไหม้ปานใจจะขาด พวกเขาเอะอะอ้างกฎหมาย อ้างนิติรัฐนิติธรรม แต่พวกเขาไม่เข้าใจไม่ใส่ใจใยดีกับกระบวนการกล่าวหาโพนทนา โค่นมันลงไป ตั้งคณะบุคคลของตนขึ้นมา กล่าวหาและตัดสินเสร็จสรรพ ...

แม้แต่ล่าสุดสถาบันประปกเกล้ายังแสดงสิ่งเหลือเชื่อขึ้นมาได้อีก แม้เวลาจะหลังรัฐประหารมาห้าหกปีแล้วก็ตาม

ผมว่าประเทศนี้ยังต้องสู้กันอีกเยอะ อีกนาน หรืออาจนานเกินไปด้วยซ้ำ

jaroukj

[quote=jaroukj]ผมแวะเข้ามาฝึกฝน "อารมณ์" ตัวเองเป็นครั้งคราว ตั้งแต่มีการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต (หลาย ๆ ประเภท) รู้สึกว่าตัวเองมีความอดทนต่ำ รำคาญ ฯลฯ กับการกล่าวหา อารมณ์ กระพี้ ฯลฯ

คุณกานดา คุณภัควดี และอีกหลายคนมีความอดทนแลกเปลี่ยน แม้กับการถกเถึยงด้วย "ความรู้สึก" ไม่มีแก่นสารใด ๆ แต่คุณทั้งสองและอึกหลาย ๆ ท่านยังอดทนแจกแจง ... นับถือและขอคารวะครับ

ผมมีความคิดไม่ต่างคือ ผลพวงของการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา สิ่งดีที่สุดคือมันเป็นการ "เปลือยปัญญาชน กวี ศิลปิน" เราได้เห็นได้รู้ว่าอะไรคือราษฏรอาวุโสอะไรคือผู้เฒ่า เราได้รู้ว่ากวีศิลปินผู้นำเอาภาพและเรื่องราวชีวิตอันยากไร้ทุกข์เข็ญของผู้คนในสังคมมาขีดเขียน ร่ายกลอน ร้องเป็นเพลง ... ไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับคนมือเปล่าถูกฆ่าตายกลางเมืองหลวงด้วยอาวุธที่ซื้อหามาด้วยภาษีของพวกเขา แต่เขาเสียดายโอดโอยที่ตึกถูกไฟไหม้ปานใจจะขาด พวกเขาเอะอะอ้างกฎหมาย อ้างนิติรัฐนิติธรรม แต่พวกเขาไม่เข้าใจไม่ใส่ใจใยดีกับกระบวนการกล่าวหาโพนทนา โค่นมันลงไป ตั้งคณะบุคคลของตนขึ้นมา กล่าวหาและตัดสินเสร็จสรรพ ...

แม้แต่ล่าสุดสถาบันประปกเกล้ายังแสดงสิ่งเหลือเชื่อขึ้นมาได้อีก แม้เวลาจะหลังรัฐประหารมาห้าหกปีแล้วก็ตาม

ผมว่าประเทศนี้ยังต้องสู้กันอีกเยอะ อีกนาน หรืออาจนานเกินไปด้วยซ้ำ[/quote]

ชินแล้วค่ะ อยู่สหรัฐฯเวลาไปสัมมนา ไม่ว่าคนถามกวนประสาทหรือคำถามงี่เง่าปัญญา่อ่อนแค่ไหน เราก็ต้องตอบตามมารยาท จะตอบด้วยการถามกลับก็ได้ แต่สาระสำคัญคือตอบเพื่อให้คนอื่นที่ฟังอยู่เอาไปคิดกัน ไม่ได้ตอบเพื่อนคนที่ถามเราหรอกนะคะ ถ้ารำคาญมากๆก็บอกว่าไว้คุยกันวันหลังก็ได้ แต่นั่นเป็นมุขสุดท้าย ที่ดีกว่าคือทำให้คนถามดูงี่เง่ายิ่งขึ้นในสายตาคนอื่น

ที่ประชาไทก็เหมือนกัน ดิฉันตอบคำถามงี่เง่าเพื่อคนอ่านที่ไม่ได้ถาม คนที่ถามคำถามงี่เง่านี่ดิฉันไม่แคร์ว่าเขาจะคิดได้หรือเปล่า จะชื่อนายแมวนายหมูดิฉันก็ไม่ได้ใส่ใจ ตอบแล้วยังคิดไม่ออกก็ดักดานต่อไป เขามีลูกก็สอนลูกให้ดักดานต่อไป เป็นความซวยของลูกเขาที่มีพ่อแม่ดักดาน ไม่เกี่ยวข้องกะดิฉันหรือคนอื่นนะคะ อยากดักดานก็เป็นสิทธิส่วนตัวของเขาค่ะ เป็นไปไม่ได้ที่คนดักดานจะหมดไปจากประเทศ อีกร้อยชั่วคนก็ไม่หมดค่ะ ที่สำคัญคือทำยังไงให้คนรุ่นใหม่ดักดานน้อยลงเรื่อยๆ

บรรดากวีกะศิลปินที่คุณกล่าวถึง ก็เห็นค่ะว่าป้าๆลุงๆซีรงซีไรท์ช่างดัดจริตกันแบบไม่อายเลย ผลข้างเคียงของการดัดจริตนานๆคือการเสียจริต เสียจริตไปนานๆก็กลายเป็นวิกลจริต เป็นภาระให้ลูกหลานต่อไป ความละอายไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของบุคคลสาธารณะจำนวนมากในเมืองไทยค่ะ ความวุ่นวายของไทยในปัจจุบันก็มาจาก"บรรดาผู้เฒ่าเสียจริต" ดิฉันก็รอดูอยู่ว่าเมื่อไรจะยกระดับจากการเสียจริตเป็นวิกลจริตกัน

เืรื่องสถาบันพระปกเกล้าและนักวิชาการนั่นดิฉันก็เฉยๆ เขาดัดจริตกันระดับ A+ มานานแล้ว ก็คงจะดัดจริตกันต่อไป เขากล้าดัดจริตกัน เราก็ต้องกล้าบอกว่าเขาดัดจริต เขาไม่หยุดเราก็บอกต่อไป จะได้เห็นกันว่าจริตของเขาหนากี่นิ้ว ดิฉันก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะหายดัดจริตกันง่ายๆนะคะ แต่เป็นการชี้ให้คนที่งงอยู่เห็นว่าอาการดัดจริตเป็นอย่างไร

เรื่องระยะเวลา เห็นด้วยว่าอีกนาน นานเท่าไรไม่รู้ค่ะ คนรอไม่ไหวอย่างดิฉันก็ลงคะแนนด้วยขา คือย้ายออกมาอยู่ต่างประเทศนานแล้ว คนแบบดิฉันอยู่ไทยไปก็เท่านั้น อยู่นานไปอาจจะเสียจริตแบบลุงๆป้าซีไรท์ อยู่เมืองนอกแล้วว่างๆก็มาคุยแลกเปลี่ยนกันทางอินเตอร์เน็ต ทำได้แค่นี้ค่ะ ส่งบทความไปลงประชาไทบ้าง เผื่อจะจุดประกายให้คนรุ่นหลัง (คือรุ่นลูกของลุงๆป้าๆซีไรต์) คนรุ่นหลังอยากได้สังคมยังไงก็สร้างกันเอง ถ้าสมองหวานกันมากก็อยู่กะสังคมห่วยๆไป

นานาจิตตังค่ะ ดิฉันก็ไม่รู้ว่าพวกกวีที่รำพึงรำพันเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ความดัดจริตของตัวเองที่ดัดจริตจนนองเลือดมีคนตายสนองความดัดจริตนั้นนอนหลับสนิทดีหรือเปล่า? จิตใต้สำนึกเขาหยาบจนไม่มีแม้แต่เสี้ยวของความละอายหรือเปล่า? อันนี้ต้องถามนักจิตวิทยา โดยส่วนตัว ดิฉันคิดว่ามีคนมากมายที่ดัดจริตไปจนวันตายค่ะ

ดิฉันก็มีเพื่อนคนไทยหลายคนที่

ดิฉันก็มีเพื่อนคนไทยหลายคนที่เป็นแบบทีคุณว่า คือไม่รู้สึกสะเทือนใจที่คนตายกลางเมือง แต่สะเทือนใจที่โรงหนังโดนเผา ประมาณว่าโอ้... มีความทรงจำสมัยหนุ่มสาวที่โรงหนังนั่น ความทรงจำในจินตนาการมีค่ามากกว่าชีวิตคนตาย โรแมนติกไหมคะ?

ดิฉันก็ชาชินแล้วค่ะ อยากรำพึงรำพันบนเฟซบุ๊คมากๆดิฉันก็กดเซ็นเซอร์ซะ แต่ก่อนกดให้เลิกเป็นเพื่อนไปเลย เดี๋ยวนียังมีความอดทนกะคนดัดจริตมากขึ้นค่ะ เซ็นเซอร์ไม่ให้กันบ่อยๆซะ นานทีเจอกันทีก็คุยกันแบบคนรู้จักซะ

เลิกพยายามเปลี่ยนคนรอบข้างแล้วค่ะ สังเกตดูคนรอบข้างที่สะเทือนใจกะโรงหนังแต่ไม่สะเทือนใจที่คนตายก็ไม่ได้มีความสุขนะคะ เพราะมีวัฒนธรรม"ตะกายดาว" คือเห็นคนชั้นสูงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ต้องให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ต้องเรียนเมืองนอก ต้องเข้าสังคมหรูหรา แต่ก็ไม่เห็นเขามีความสุขกันนะคะ ตะกายดาวไม่ได้พักกันซะที ปากก็บอกว่าซาบซึ้งกะปรัชญาพอเพียง ก็ไม่เห็นจะพอกันซักที แต่ก็ยังหลอกตัวเองกันอยู่ทุกวัน

นานาจิตตังค่ะ

อ.กานดาครับ

อ.กานดาครับ ถามถึงเมืองนอกหน่อย ที่ว่าค่ารักษาพยาบาลในอเมริกาแพงมาก จนล้มละลายกันเลย แล้วพลเมืองเขาอยู่กันยังไงครับ เชามีบัตรทองแบบเรารึเปล่าครับ ถ้าไม่มี เวลาป่วยหนักไม่มีเงินทำยังไงกันน่ะครับ

เคยดูซีรีย์ฝรั่ง บางคนเขาไม่ยอมรักษาเพราะไม่มีประกัน

อยากรู้ wrote:อ.กานดาครับ

[quote=อยากรู้]อ.กานดาครับ ถามถึงเมืองนอกหน่อย ที่ว่าค่ารักษาพยาบาลในอเมริกาแพงมาก จนล้มละลายกันเลย แล้วพลเมืองเขาอยู่กันยังไงครับ เชามีบัตรทองแบบเรารึเปล่าครับ ถ้าไม่มี เวลาป่วยหนักไม่มีเงินทำยังไงกันน่ะครับ

เคยดูซีรีย์ฝรั่ง บางคนเขาไม่ยอมรักษาเพราะไม่มีประกัน[/quote]

คนทีไ่ม่ยอมรักษาเพราะไมมีประกันทีว่าก็ต้องเป็นคนชั้นกลางและไม่ใช่ึคนชรานะคะ เพราะคนจนและคนชรามีสวัสดิการรักษาพยาบาลค่ะ

ค่ารักษาพยาบาลแพงมากเนื่องจากธุรกิจรักษาพยาบาล บริษัทยาและบริษัทประกันใช้ราคาที่สวัสดิการจ่ายให้หมอและบริษัทยามาเป็นเพดานกำหนดราคาีที่คนที่ไม่ใช้สวัสดิการต้องจ่าย เขาก็ล็อบบี้ใหัรัฐบาลจ่ายแพงๆให้กะบริการที่รัฐบาลซื้อให้คนจนและคนชรา เป็นปัญหาที่พยายามปฎิรูปกันมาจะสิบปีแล้วปฎิรูปไม่เสร็จซะที ธุรกิจรักษาพยาบาลกะบริษัทยาก็อ้างว่าต้องลงทุนเยอะต้องเผื่อค่าใช้จ่ายตอนโดนฟ้องด้วย เพราะว่าคนที่นี่ฟ้องหมอฟ้องบริษัทยากันมากมาย ต้องเสียค่าทนายและค่าชดใช้ด้วย ถ้ารัฐบาลกดราคาที่ซื้อสวัสดิการจากบริษัทยากะโรงพยาบาลได้ ราคาบริการแบบไม่ใช่สวัสดิการก็จะลดลงค่ะ

ส่วนเรื่องล้มละลาย กฎหมายล้มละลายสหรัฐฯใจดีกว่ากฎหมายไทยมากค่ะ ส่วนใหญ่คนล้มละลายที่นี่ถือกรรมสิทธิ์บ้านได้ 1 หลังและมีรถได้ 1 คัน บางมลรัฐก็ให้ถือกรรมสิทธิ์กองทุนบำนาญที่เก็บเงินมาทั้งชีวิตได้อีกค่ะ ไม่ได้หมดตัวจริงๆแบบคนชั้นกลางไทยที่ล้มละลายนะคะ ที่นี่ล้มละลายคือทำธุรกรรมใหม่ไม่ได้ ธนาคารไม่ให้กู้ แต่ก็ยังเก็บสารพัดทรัพย์สินไว้ได้ แต่บ้านหลังที่สองหรือรถคันที่สองหรือเพชรพลอยก็ต้องโดนขายทอดตลาด แล้วพอหายจากเป็นบุคคลล้มละลายก็เริ่มต้นใหม่ได้ แต่ก่อนหายกันเร็วค่ะ ธนาคารก็เลยล็อบบี้ให้ยืดสถานะบุคคลล้มละลายออกไป จะได้ตามยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดได้นานขึ้น เดี๋ยวนี้อายุสถานะบุคคลล้มละลายยาวถึง 7-10 ปี แล้วแต่กฎเกณฑ์ของแต่ละมลรัฐและคุณสมบัติปลีกย่อยของหนี้ สหรัฐฯถือว่าคนเราล้มแล้วลุกใหม่ได้ จะได้เป็นแรงจูงใจให้คนกล้าลงทุนกล้าเสี่ยงน่ะค่ะ ถ้าไม่กล้าเีสี่ยงระบบเศรษฐกิจก็ไม่ีเติบโตนะคะ

ประกันสุขภาพสหรัฐฯมันขึ้นอยู่กะที่ทำงานค่ะ ส่วนใหญ่เป็นแพ็คเกจมากะเงินเดือน ทำงานบริษัทเอกชนก็เป็นแบบนี้ บริษัทที่ไม่มีประกันสุขภาพให้พนักงานคือบริษัทเล็ก หรือไม่ก็พนักงานเป็นลูกจ้างแบบต่อสัญญาชั่วคราว ซึ่งก็น่าเห็นใจ ดิฉันก็สนับสนุนนโยบายโอบามาทีว่าต้องให้ซื้อประกันกันได้ทุกคน แล้วต้องบังคับซื้อด้วย เป็นความจริงว่าคนบางคนไม่ยอมซื้อประกันด้วยความงก บางคนมีกำลังซื้อค่ะ แต่ว่าอยากเอาเงินไปรื่นเริงบันเทิงด้านอื่นกันเองด้วย แต่ก็จริงว่าบางคนป่วยแล้วโดนบริษัทประกันโกงโดยไม่ยอมจ่าย ก็เป็นปัญหาให้ฟ้องร้อง รัฐบาลก็พยายามปฎิรูปอยู่

ดิฉันไม่คิดว่าทุนนิยมอเมริกันสมบูรณ์แบบหรอกนะคะ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาระบบไหนที่ไม่ต้องเอาศีลธรรมมากดหัวคนหรือบังคับให้คนมีศีลธรรมแบบเดียวกัน ระบบศักดินาใช้ศีลธรรมกดหัวคนอย่างชัดเจน ส่วนสังคมนิยมสุดขั้วก็คาดหวังมากเกินไปว่าทุกคนจะทำเพื่อคนอื่น มองว่านายทุนเป็นปิศาจ คงต้องพบกันครึ่งทางระหว่างทุนนิยมกะสังคมนิยมมังคะ คนทุกคนรักตัวเองรักครอบครัวตัวเอง จะไปคาดหวังให้ทำเพื่อคนอื่นกันหมดก็เป็นไปไม่ได้ คาดหวังแบบนั้นก็เหมือนบังคับให้ทุกคนเมตตาปราณีเพื่อนมนุษย์กันหมดอีก ซึ่งเป็นไปไม่ได้

จริงๆเรื่องประกันสุขภาพก็ขึ้น

จริงๆเรื่องประกันสุขภาพก็ขึ้นอยู่กะแต่ละมลรัฐด้วยนะคะ สวัสดิการที่ดิฉันเล่าไปนั่นเป็นระดับประเทศ บางมลรัฐมีสวัสดิการเพิ่ม

เช่น มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ถ้าคุณอยู่มลรัฐนี้ แม้คุณเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตกงาน ไม่มีประกัน คุณป่วยก็เดินไปห้องฉุกเฉิน เขาก็รักษาให้ฟรีๆค่ะ ก็เป็นปัญหาว่ามีคนต่างชาิติหัวหมอ อยากใ้ห้ลูกมาเกิดที่สหรัฐฯเอาสัญชาติเพื่อเอาสวัสดิการและผลประโยชน์ด้านการศึกษาในอนาคต ก็ซื้อทัวร์มาเที่ยว แล้วก็มาคลอดลูกที่ห้องฉุกเฉิน ผู้เสียภาษีก็ต้องแบกภาระแทนคนพวกนี้ มีเยอะแยะค่ะ คนไทยทำงี้ก็มี เกาหลีเวียดนามทำแบบนีี้ก็มี มีจัดแพ็คเกจทัวร์กันเลยค่ะ มลรัฐแคลิฟอร์เนียถึงได้มีปัญหาการคลังรุนแรง และเป็นมลรัฐที่ผู้อพยพแบบผิดกฎหมายนิยมไปอยู่กันมากค่ะ

ดิฉันว่านโยบายที่ว่าใครป่วยไปห้องฉุกเฉินได้นี่ก็ดี แต่ว่าคนอุ้มท้องใกล้คลอดไม่ควรให้เข้าประเทศ พวกนี้เข้ามาเพื่อเอาเปรียบผู้เีสียภาษ ไมได้เป็นคนอยู่ที่นี่ที่อยา่งน้อยก็ทำงานให้เศรษฐกิจหมุนเวียนบ้าง ผู้อพยพผิดกฎหมายก็มีผลดีกะระบบเศรษฐกิจ เช่นเป็นแรงงานราคาถูกให้หลายอุตสาหกรรม ทำให้มีร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ฯลฯ

ขอให้อ.กานดา

ขอให้อ.กานดา สุขภาพดีมีความสุขอายุยืนยาวครับ

โอ้ เอวัง

โอ้ เอวัง สวัสดีครับผมเองก็เป็นหนึ่งในนักเรียนทุนที่อยู่ในประเทศจีน และได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอยู่บ้างเช่นกันเวลาตาม Prof. ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ในวิถีชีวิต ผมไม่รู้นะว่า คนภายนอกมองคนจีนว่าเป็นพวกบ้าคอมมิวนิสต์จัดกดหัวประชาชนแค่ไหน แต่ถ้าให้ผมเทียบวัฒนธรรมผมว่าคนจีนดูดีมากกว่านะ สหรัฐนี่โซนคนมืดนี่ผมไม่กล้าเหยียบเลย (เพราะอาชญากรรมสูงมาก มีเพื่อนทะเล่อทะล่าที่เป็นนักเรียนทุนเช่นกันไปพักที่นั่นก็ย้ายออกแทบไม่ทัน) จากที่ฟังมาว่าระบอบประชาธิปไตยดี คอมมิวนิสต์แย่ ผมว่ามันก็ไม่เสมอไปนะ มันเหมือนกับขวาสุดและ ซ้ายสุด มันโต่งเกินไป บางอย่างของส่วนประชาธิปไตยมันก็ช้าเกินกิน ในไอเดียผม ผมว่าจับมันเขย่าๆให้ผสมกลมกลืนง่ายกว่า แต่สุดท้ายมันก็อยู่ที่ดุลพินิจของผู้นำอยู่ดี ไม่ว่าในระบอบไหน ขึ้นอยู่กับอำนาจที่ถูกกำในมือ ประชาธิปไตยอาจเป็นสวรรค์บางคน คอมมิวนิสต์ก็อาจเป็นสวรรค์ของใครบางคน หรือระบบผู้นำ ก็เช่นกัน อยู่ที่จุดตรงไหนมันจะถูกจัดให้เหมาะลงตัวและคงสภาพในสังคมมากกว่ากัน บางอย่างมันก็ฝังรากมานานแล้ว ถ้าถอนไปบางทีพื้นที่มันก็อาจแตกระแหงเป็นเสี่ยงๆได้ จากการดึงรากขึ้นมา ผมว่าปรับรูปใหม่แต่คงกลิ่นอายเก่าไว้ดีที่สุด สำหรับสังคมไทย การประนีประนอมมันสำคัญ บางอย่างถ้าดีย่อมคงอยู่ไม่ดีก็จากไป ก็แค่นั้นสัจธรรมของโลก เร่งไปก็รังแต่จะเป็นไฟปล่าวๆ โลกนี้มีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ในเวลาเดียวกัน มีแสงก็มีเงาเสมอน่ะครับ อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ส่วนนี้ก็แค่ความเห็นของผมก็เท่านั้น เพราะผมเคยสุดโต่งอยู่เหมือนกัน ผมเห็นว่าหลายคนเกลียดคอมมิวนิสต์กันมาก ผมเองเมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้นนะ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้ว รู้สึกทื่อๆ เฉยๆ เพราะผมก็เห็นคนจีนหลายคนอยู่ดีมีสุขดี อยู่ที่ว่าใครได้ลงไปสัมผัสมันใกล้ๆมากกว่าหรือเต้นตามสือไป (เกาคาง.. ตอนนี้จีนก็จะขึ้นเป็นผู้นำโลกอยู่รอมร่อ ไหนจะอาเซียนเดียวก็คงจะรู้กันเอง)
ผมน่ะเชื่อว่า เกือบทุกอย่างอยู่ที่ความสามารถของคนมากกว่า ว่าจะผันตัวเองมาอยู่ชั้นสังคมไหนได้บ้าง เพราะทุกที่มันมีชั้นสังคมอยู่แล้ว ผิวขาว ผิวดำ สำหรับแฟร์ไอ้กันเขา ยังมีให้เห็นอยู่ร่ำไป - -
สำหรับผมแล้ว ผมมองที่การกระทำหักแล้วหารกัน หุๆๆ บวกลบแล้วค่าเป็นบวกก็พอ ^^ นายกมันจะกินแต่ถ้าประเทศมันเจริญก็โอเคนะ เพราะผมเชื่อไงมันก็กินไง 555 เรื่องธรรมดาของโลก เหมือนสิงคโปร์ที่ว่า ประเทศอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้ โอ้ วลีโดนใจ ยอมรับตรงๆกันแบบนี้ ก็อดเลย ผมไม่ว่านะ ฮ่าๆๆ

ในหลายๆส่วน ผมเป็นคนบ้าๆ ชอบคิดไม่เหมือนใครเขา ผมเชื่อมั่นในพลังตัวบุคคลที่เรียกว่ามนุษย์ และที่การกระทำ มากกว่าการมานั่งตะโกนโหวกเหวกโวยวายให้คนอื่นช่วยเหลือ ช่วยแก้ตามล้างตามเช็ด เดียวค่าครองชีพเอยมันขึ้นอาหารมันก็ขึ้น หรือเงินเดือนมันน้อยอาหารมันน้อย เป็นต้น แล้วทำไมคุณต้องเลือกวิ่งตามมันด้วยล่ะ เหมือนกับอากงอาม่าที่ชอบบ่นว่า

อั๊วส่งลื้อเรียน ไม่ใช่ให้ลื้อเอาตัวไปให้เขาเช่าเดือนละ 15k พอถึงอายุเขาก็ถีบหัวส่งแล้วลื้อล่ะได้อะไร เงินหนึ่งก้อนที่จะพอเลี้ยลื้อไปอีกสิบปี แล้วถ้าเกิดลื้ออายุยืนล่ะ จะเอาอะไรกิน จำจนขึ้นใจถึงตอนนี้เลย T-T
(ผมไม่ขอพูดถึง300 บาท เอาแค่หมื่นห้ายังจนปัญญาในชีวิตเลย 300 รึจะพออย่าไส้ ไหนจะครอบครัวไหนจะค่ารักษาตัวอีก 555 ตลกเรอะนั่น!! ครอบครัวไหนที่อยู่ได้ผมนับถือจริงๆครับ คาราวะจากใจจริง)

ผมไม่ได้รักการเป็นตำรวจทหาร ผมไม่ได้รักการเป็นมนุษย์เงินเดือนเอกชน แต่ผมชอบต่อสู้ การเรียนรู้ จังหวะ โอกาส และการฉกฉวย เพราะเดียวนี้อะไรมันก็สามารถเปลี่ยนกันได้เสมอ โอกาสขึ้นอยู่ที่เราจะหาช่องทางคว้ามากกว่า จะเล็กจะน้อยมันก็ช่องนั่นแหละ (เดินตรงไม่ได้ก็เดินทำตัวลีบหน่อยละกัน แหะๆๆ) กับความพยายามครับ

ตัวอย่างหนึ่งที่อยากยกของการสู้ชีวิต เล็กๆอย่างน่ารัก ของ นักเรียนทุน ครับผม
ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้ว คำว่า นักเรียนทุน แปลว่าทางบ้านมันไม่ได้รวยทุกคนหรอกนะครับ จนยังเยอะเสียกว่า พอได้มาเป็นแล้ว นอกจากเงินเดือนแล้ว บางครั้งยังต้องนั่งร่าย proposal หรือหมกมุ่นกับงานวิจัย หรือเป็น ไกด์ทัวร์คนไทย เงินเดือนก็ชิวๆขึ้นอยู่กับลูกขยันกับความรู้แต่ละคน แต่เงินเก็บก็มากพอท่องเที่ยวเรื่อยเปื่อยข้ามทวีปหรือกินอาหารหรูๆได้เช่นกัน แต่นานๆครั้งนะ 555 (ถ้าไม่เปื่อยกับการนั่งวิจัยก่อนนะ) เหงมะ ลูกบ้าพลังพวกนี้เยอะ
พอจบกลับมาพวกเขาก็โดดเด่นในหน้าที่การงานเรียกว่าเปลี่ยนสถานะบนชั้นสังคมได้ (ก็มันบ้าพลังทั้งนั้น (จงกระหายที่จะเรียนรู้) ) ซึ่งมันก็มาจากความสามารถล้วนๆทั้งนั้นแหละครับ ผมจึงเชื่อว่า ความพยายามและความขวนขวาย สอนให้ผมสู้ชีวิตมากกว่า การเลือกที่จะรอ ครับ ผมว่าคนรวยหรือการเป็นคนชนชั้นสังคมที่สูงกว่า เราก็เป็นได้นะ อยู่ที่การวางแผนวางรากฐานและการลิงค์กับอีกๆหลายๆอย่าง เพื่อลูกหลานจะได้ไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่เหมือนเรา มันก็คือการคัดสรรแบบธรรมชาติในวัฏจักรอยู่แล้วครับ หรือจะเป็นแบบมายด์ไอดอลผม : ก็มี เจ้าสัวซีพี, เถ้าแก่น้อย,Bill Gates, Mark Elliot Zuckerberg คนพวกนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องจบมหาลัยด้วยซ้ำ...ไป
ท้ายสุด สีที่อยู่บนธงชาติ คือศรัทธาของผมนะ อ้อเป็นศรัทธาแบบลืมตานะ ไม่ได้ปิดตา ผมมีความคิดตรึกตรองดีอยู่ เพราะถ้ามิใช่พระเมตตา พระราชกรณียกิจต่างๆ หรือทรงประทานซึ่งโอกาส พวกผมคงไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ประสบโดยตรงๆ ก็ยังสงสัยทำไมคนบางจำพวกไม่มองตรงนี้กันบ้างหว่า... + +! อาจจะเพราะหลายๆ ท่านอาจชินตาเกินไปจนเป็นเรื่องปกติหรือไม่ยอมรับรู้หรือสัมผัสมัง หรือมันต้องโดนแบบจังงังกันน่อ ถึงจะรับรู้ได้มิใช่สร้างภาพ... - -
จากใจ ของคนที่ได้รับโอกาส ที่ขอมองอีกแง่ (เหมือนจะคนละเรื่องกับบทความแฮะ ส่วนจากปัญหาด้านบน คิดอะไรให้ยาก อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทำไปเถอะ ปัญหามันใหญ่จริงๆไม่มีใครเขาว่าหรอกผมเชื่อนะ)

Warm Regards
Engine

มีสารคดี เกี่ยวกับระบบ

มีสารคดี เกี่ยวกับระบบ สุขภาพอเมริกันชน น่าดูชม Frontline: Season 28, Episode 6
Obama's Deal (13 Apr. 2010)
http://www.pbs.org/wgbh/pages/frontline/obamasdeal/view/
น่าสนใจเหมาะสำหรับผู้สนใจ เรื่องการดูแลสุขภาพ เป็นเรื่องของทุกคน จะรอ ส ส ส และก็ ส และ ส นอนกิน ไม่ได้แล้ว

รบกวนถามคุณกานดาเพิ่มเติมเรื่

รบกวนถามคุณกานดาเพิ่มเติมเรื่อง ขบวนการ occupy ทั่งหลายค่ะ ได้ข้อมูลมาทั้งสองด้าน อยากรู้มุมมองจากคนที่อยู่สหรัฐจริงๆค่ะ

แต่แอบงงคุณอยากรู้นิดนึง ว่านิทานเรื่องฮิตเล่อร์มาจากการเลือกตั้งนี่ยังไท่จบอีกเหรอ นึกว่า อ.วรเจตน์กับคำผกา ออกมาอธิบายจนไม่มีใครเอาไปกล่าวอ้างแล้วนะ ว่าจริงๆฮิตเล่อร์ไม่เคยได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แต่มีเส้นทางการขึ้นสู่อำนาจเป็นการเกี้ยเซี้ย น่าจะคล้ายๆกับสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์มากกว่า ลองไปหาคลิปรายการคิดเล่นเห็นต่างมาดูเองนะคะ ถ้าอยากรู้ ศึกษาเองบ้างก็ดีค่ะ

OoO wrote:โอ้ เอวัง

[quote=OoO]โอ้ เอวัง สวัสดีครับผมเองก็เป็นหนึ่งในนักเรียนทุนที่อยู่ในประเทศจีน และได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอยู่บ้างเช่นกันเวลาตาม Prof. ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ในวิถีชีวิต ผมไม่รู้นะว่า คนภายนอกมองคนจีนว่าเป็นพวกบ้าคอมมิวนิสต์จัดกดหัวประชาชนแค่ไหน แต่ถ้าให้ผมเทียบวัฒนธรรมผมว่าคนจีนดูดีมากกว่านะ สหรัฐนี่โซนคนมืดนี่ผมไม่กล้าเหยียบเลย (เพราะอาชญากรรมสูงมาก มีเพื่อนทะเล่อทะล่าที่เป็นนักเรียนทุนเช่นกันไปพักที่นั่นก็ย้ายออกแทบไม่ทัน) จากที่ฟังมาว่าระบอบประชาธิปไตยดี คอมมิวนิสต์แย่ ผมว่ามันก็ไม่เสมอไปนะ มันเหมือนกับขวาสุดและ ซ้ายสุด มันโต่งเกินไป บางอย่างของส่วนประชาธิปไตยมันก็ช้าเกินกิน ในไอเดียผม ผมว่าจับมันเขย่าๆให้ผสมกลมกลืนง่ายกว่า แต่สุดท้ายมันก็อยู่ที่ดุลพินิจของผู้นำอยู่ดี ไม่ว่าในระบอบไหน ขึ้นอยู่กับอำนาจที่ถูกกำในมือ ประชาธิปไตยอาจเป็นสวรรค์บางคน คอมมิวนิสต์ก็อาจเป็นสวรรค์ของใครบางคน หรือระบบผู้นำ ก็เช่นกัน อยู่ที่จุดตรงไหนมันจะถูกจัดให้เหมาะลงตัวและคงสภาพในสังคมมากกว่ากัน บางอย่างมันก็ฝังรากมานานแล้ว ถ้าถอนไปบางทีพื้นที่มันก็อาจแตกระแหงเป็นเสี่ยงๆได้ จากการดึงรากขึ้นมา ผมว่าปรับรูปใหม่แต่คงกลิ่นอายเก่าไว้ดีที่สุด สำหรับสังคมไทย การประนีประนอมมันสำคัญ บางอย่างถ้าดีย่อมคงอยู่ไม่ดีก็จากไป ก็แค่นั้นสัจธรรมของโลก เร่งไปก็รังแต่จะเป็นไฟปล่าวๆ โลกนี้มีทั้งคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ในเวลาเดียวกัน มีแสงก็มีเงาเสมอน่ะครับ อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ส่วนนี้ก็แค่ความเห็นของผมก็เท่านั้น เพราะผมเคยสุดโต่งอยู่เหมือนกัน ผมเห็นว่าหลายคนเกลียดคอมมิวนิสต์กันมาก ผมเองเมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้นนะ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้ว รู้สึกทื่อๆ เฉยๆ เพราะผมก็เห็นคนจีนหลายคนอยู่ดีมีสุขดี อยู่ที่ว่าใครได้ลงไปสัมผัสมันใกล้ๆมากกว่าหรือเต้นตามสือไป (เกาคาง.. ตอนนี้จีนก็จะขึ้นเป็นผู้นำโลกอยู่รอมร่อ ไหนจะอาเซียนเดียวก็คงจะรู้กันเอง)
ผมน่ะเชื่อว่า เกือบทุกอย่างอยู่ที่ความสามารถของคนมากกว่า ว่าจะผันตัวเองมาอยู่ชั้นสังคมไหนได้บ้าง เพราะทุกที่มันมีชั้นสังคมอยู่แล้ว ผิวขาว ผิวดำ สำหรับแฟร์ไอ้กันเขา ยังมีให้เห็นอยู่ร่ำไป - -
สำหรับผมแล้ว ผมมองที่การกระทำหักแล้วหารกัน หุๆๆ บวกลบแล้วค่าเป็นบวกก็พอ ^^ นายกมันจะกินแต่ถ้าประเทศมันเจริญก็โอเคนะ เพราะผมเชื่อไงมันก็กินไง 555 เรื่องธรรมดาของโลก เหมือนสิงคโปร์ที่ว่า ประเทศอยู่ได้ ผมก็อยู่ได้ โอ้ วลีโดนใจ ยอมรับตรงๆกันแบบนี้ ก็อดเลย ผมไม่ว่านะ ฮ่าๆๆ

ในหลายๆส่วน ผมเป็นคนบ้าๆ ชอบคิดไม่เหมือนใครเขา ผมเชื่อมั่นในพลังตัวบุคคลที่เรียกว่ามนุษย์ และที่การกระทำ มากกว่าการมานั่งตะโกนโหวกเหวกโวยวายให้คนอื่นช่วยเหลือ ช่วยแก้ตามล้างตามเช็ด เดียวค่าครองชีพเอยมันขึ้นอาหารมันก็ขึ้น หรือเงินเดือนมันน้อยอาหารมันน้อย เป็นต้น แล้วทำไมคุณต้องเลือกวิ่งตามมันด้วยล่ะ เหมือนกับอากงอาม่าที่ชอบบ่นว่า

อั๊วส่งลื้อเรียน ไม่ใช่ให้ลื้อเอาตัวไปให้เขาเช่าเดือนละ 15k พอถึงอายุเขาก็ถีบหัวส่งแล้วลื้อล่ะได้อะไร เงินหนึ่งก้อนที่จะพอเลี้ยลื้อไปอีกสิบปี แล้วถ้าเกิดลื้ออายุยืนล่ะ จะเอาอะไรกิน จำจนขึ้นใจถึงตอนนี้เลย T-T
(ผมไม่ขอพูดถึง300 บาท เอาแค่หมื่นห้ายังจนปัญญาในชีวิตเลย 300 รึจะพออย่าไส้ ไหนจะครอบครัวไหนจะค่ารักษาตัวอีก 555 ตลกเรอะนั่น!! ครอบครัวไหนที่อยู่ได้ผมนับถือจริงๆครับ คาราวะจากใจจริง)

ผมไม่ได้รักการเป็นตำรวจทหาร ผมไม่ได้รักการเป็นมนุษย์เงินเดือนเอกชน แต่ผมชอบต่อสู้ การเรียนรู้ จังหวะ โอกาส และการฉกฉวย เพราะเดียวนี้อะไรมันก็สามารถเปลี่ยนกันได้เสมอ โอกาสขึ้นอยู่ที่เราจะหาช่องทางคว้ามากกว่า จะเล็กจะน้อยมันก็ช่องนั่นแหละ (เดินตรงไม่ได้ก็เดินทำตัวลีบหน่อยละกัน แหะๆๆ) กับความพยายามครับ

ตัวอย่างหนึ่งที่อยากยกของการสู้ชีวิต เล็กๆอย่างน่ารัก ของ นักเรียนทุน ครับผม
ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้ว คำว่า นักเรียนทุน แปลว่าทางบ้านมันไม่ได้รวยทุกคนหรอกนะครับ จนยังเยอะเสียกว่า พอได้มาเป็นแล้ว นอกจากเงินเดือนแล้ว บางครั้งยังต้องนั่งร่าย proposal หรือหมกมุ่นกับงานวิจัย หรือเป็น ไกด์ทัวร์คนไทย เงินเดือนก็ชิวๆขึ้นอยู่กับลูกขยันกับความรู้แต่ละคน แต่เงินเก็บก็มากพอท่องเที่ยวเรื่อยเปื่อยข้ามทวีปหรือกินอาหารหรูๆได้เช่นกัน แต่นานๆครั้งนะ 555 (ถ้าไม่เปื่อยกับการนั่งวิจัยก่อนนะ) เหงมะ ลูกบ้าพลังพวกนี้เยอะ
พอจบกลับมาพวกเขาก็โดดเด่นในหน้าที่การงานเรียกว่าเปลี่ยนสถานะบนชั้นสังคมได้ (ก็มันบ้าพลังทั้งนั้น (จงกระหายที่จะเรียนรู้) ) ซึ่งมันก็มาจากความสามารถล้วนๆทั้งนั้นแหละครับ ผมจึงเชื่อว่า ความพยายามและความขวนขวาย สอนให้ผมสู้ชีวิตมากกว่า การเลือกที่จะรอ ครับ ผมว่าคนรวยหรือการเป็นคนชนชั้นสังคมที่สูงกว่า เราก็เป็นได้นะ อยู่ที่การวางแผนวางรากฐานและการลิงค์กับอีกๆหลายๆอย่าง เพื่อลูกหลานจะได้ไม่ต้องมาเริ่มต้นใหม่เหมือนเรา มันก็คือการคัดสรรแบบธรรมชาติในวัฏจักรอยู่แล้วครับ หรือจะเป็นแบบมายด์ไอดอลผม : ก็มี เจ้าสัวซีพี, เถ้าแก่น้อย,Bill Gates, Mark Elliot Zuckerberg คนพวกนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องจบมหาลัยด้วยซ้ำ...ไป
ท้ายสุด สีที่อยู่บนธงชาติ คือศรัทธาของผมนะ อ้อเป็นศรัทธาแบบลืมตานะ ไม่ได้ปิดตา ผมมีความคิดตรึกตรองดีอยู่ เพราะถ้ามิใช่พระเมตตา พระราชกรณียกิจต่างๆ หรือทรงประทานซึ่งโอกาส พวกผมคงไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ประสบโดยตรงๆ ก็ยังสงสัยทำไมคนบางจำพวกไม่มองตรงนี้กันบ้างหว่า... + +! อาจจะเพราะหลายๆ ท่านอาจชินตาเกินไปจนเป็นเรื่องปกติหรือไม่ยอมรับรู้หรือสัมผัสมัง หรือมันต้องโดนแบบจังงังกันน่อ ถึงจะรับรู้ได้มิใช่สร้างภาพ... - -
จากใจ ของคนที่ได้รับโอกาส ที่ขอมองอีกแง่ (เหมือนจะคนละเรื่องกับบทความแฮะ ส่วนจากปัญหาด้านบน คิดอะไรให้ยาก อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทำไปเถอะ ปัญหามันใหญ่จริงๆไม่มีใครเขาว่าหรอกผมเชื่อนะ)

Warm Regards
Engine[/quote]

คนอเมริกันที่รู้จักจีนจริงๆไม่คิดกันแล้วนะคะว่าจีนบ้าคอมมิวนิสต์ ปัจจุบัน นายทุนจีนก็คือๆกะนายทุนไทยนั่นล่ะค่ะ แต่นายทุนจีนก็ก้าวหน้ากว่านายทุนไทยตรงที่ว่าเลิกเล่นงิ้วแล้ว แต่นายทุนไทยยังเล่นลิเกสยามอยู่ แล้วจีนก็ไม่ต้องการระบบเศรษฐกิจแบบกึ่งเมืองขึ้นฝรั่ง กล้าท้าทายฝรั่งด้วยการขึ้นค่าแรงและไม่เปิดเสรีตลาดทุน ส่วนไทยยังเป็นลูกไล่ฝรั่ง (แต่เรื่องไทยเปิดเสรีตลาดทุนด่าฝรั่งอย่างเดียวไม่ดีค่ะ นายทุนไทยระริกระรี้อยากเปิดกันด้วย)

ดิฉันเลือกอยู่สหรัฐฯเพราะเป็นประเทศที่ให้โอกาสผู้อพยพ ดิฉันได้ทุนการศึกษาจากมหาลัยที่ก่อตั้งโดยนายทุนอเมริกัน ตัวนายทุนคนนี้ก็ตายไปนานแล้วเพราะมหาลัยอายุ 130 ปีแล้ว แต่ลูกหลานนายทุนก็ไม่เคยตามมาทวงบุญคุณคนที่ได้รับทุนมหาลัยนี้นะคะ เขาอยู่กันเงียบๆ เงียบจนดิฉันไม่รู้ว่าตระกูลนี้ยังมีลูกหลานเหลืออยู่กี่่คน ทุนที่ให้ก็ไม่มีภาระผูกพัน ให้ช่วยอาจารย์ทำงานนิดหน่อยตอนเรียนซึ่งไม่หนักหนาอะไร เรียนจบก็เป็นอิสระ ปีนึงเขาให้ทุนคนเรียนปริญญาเอกเป็นพันคนนะคะ) คนได้รับทุนก็ไม่เคยต้องไปเยี่ยมเยียนรับโอวาทจากลูกหลานนายทุนผู้ก่อตั้ง สงสัยเพราะไม่เคยไปเยี่ยมเยียนรับโอวาทดิฉันก็เลยไม่ซาบซึ้งบุญคุณเขามังคะ ดิฉันซาบซึ้งแต่บุญุคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูและส่งเสียเล่าเรียนมา ไม่นิยมซาบซึ้งบุญคุณพ่อแม่คนอื่น เอ แบบนี้ดิฉันถือว่าเป็นคนอกตัญญูตามมาตรฐานไทยหรือเปล่าคะ?

ดิฉันก็ไม่รู้ว่าคนเอเชียคนอื่นที่มาอยู่สหรัฐฯโดยเหยียดผิวหรือเปล่า แต่ดิฉันไม่เคยโดนค่ะ กรณีคนดำโดนเหยียดผิว ก็ยังมีอยู่ค่ะ เพราะคนดำเป็นลูกหลานทาส การเหยียดผิวคนดำก็เหมือนที่คนเมืองในไทยเหยียดคนลาวคนเขมรที่อพยพมาจากอาณานิคมเก่าของสยามล่ะค่ะ สุภาษิตไทยยังเหยียดผิวเลย เช่น รูปชั่วตัวดำ ผิวพรรณดี ฯลฯ แต่จะว่าไปแล้วย่านคนขาวอันตรายก็มีค่ะ ไม่ใช่มีแต่ย่านคนดำอันตราย ย่าคนเม็กซิโกอันตรายก็มี เหมือนที่พัทยากะภูเก็ตมีีย่านคนรัสเซียอันตราย ย่านคนเยอรมันอันตราย คือเป็นย่านที่มีัปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม

แต่ดิฉันคิดว่าคนอเมริกันโดยเฉลี่ยมีศีลธรรมมากกว่าคนไทยและคนจีนนะคะ ดิฉันวัดจากการส่งออกโสเภณีน่ะค่ะ คนอเมริกันไม่ส่งออกโสเภณีนะคะ แต่ไทยกะจีนยังส่งออกโสเภณีกัน
อยู่ ตรงนี่้ก็เป็นจุดนึงที่ไทยเหมือนกะจีนค่ะ ยากที่จะเรียกประเทศใดประเทศหนึี่งว่าประเทศอุตสาหกรรมตราบใดที่ประชากรบางส่วนของประเทศยังส่งออกบริการโสเภณีไปต่างประเทศหรือหารายได้เข้าประเทศด้วยการบริการทางเพศ มันเป็นตัวบ่งชี้ว่าประชากรในประเทศไม่เดือดร้อนกับปัญหาความเหลือมล้ำและไม่รู้สึกว่าจะต้องช่วยเหลือประชากรร่วมชาติน่ะค่ะ

ดิฉันไม่ได้ต่อต้านการทำให้โสเภณีให้ถูกกฎหมายแบบยุโรปนะคะ กรณียุโรปมีโสเภณีถูกกฎหมายแต่ก็ไม่มีเซ็กส์ทัวร์ไปลงแบบไทย ส่วนจีน ดิฉันไม่แน่ใจว่ามีเซ็กส์ทัวร์ไปลงหรือเปล่า แต่สาวจีนยังเดินสายไปเป็นโสเภณีในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยค่ะ

ขอให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาค่ะ

มาขำกับความเป็นตุเป็นตะ

มาขำกับความเป็นตุเป็นตะ กับความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมอเมริกันชน
แถมข้อมูลผิดๆ เรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ก่อนยุคสามสิบบาท ที่ว่าไม่มีอะไรให้สวัสดิการประชาชนเลย บวกความไร้เดียงสาเรื่องตัดสินศีลธรรมด้วยเซ็กส์เทรด ของไทยและจีน แต่ลืมตัดสินความด้านลูกค้าฝรั่ง นี่แหละหนาดัดจริตแบบอเมริกัน

m

[quote=m]รบกวนถามคุณกานดาเพิ่มเติมเรื่อง ขบวนการ occupy ทั่งหลายค่ะ ได้ข้อมูลมาทั้งสองด้าน อยากรู้มุมมองจากคนที่อยู่สหรัฐจริงๆค่ะ
[/quote]

ขบวนการนี้มีประโยชน์มากในการชี้ปัญหาค่ะ แต่ยังไม่มีศักยภาพในการเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาจนกว่าจะมีนักวิชาการไปร่วมด้วยจริงจัง ตรงนี้ก็็ตำหนิเขาไมไ่ด้เพราะเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าเขาไม่เลิกประท้วงกันและอัตราว่างงานยังสูงไปเรื่อยๆ ซักวันก็อาจจะมีนักวิชาการไปร่วม หรือไม่ก็อาจจะมีนักการเมืองที่กล้าเสนอนโยบายที่โดนใจเขากันนะคะ ก็แล้วแต่ว่านักการเมืองที่ต้องการสร้างฐานเสียงจะงัดนโยบายอะไรมาเสนอเขา เขาจะประท้วงกันไปเรื่อยๆแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กะรัฐบาลโอบามาด้วยว่าปฎิรูปนโยบายรักษาพยาบาลออกมาได้ถูกใจกันแค่ไหนและเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วแค่ไหนด้วยค่ะ ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นคนตกงานน้อยลงก็คงหายๆกันไป

ทำไมไม่มีนักวิชาการไปร่วมด้วยจริงจัง? นักวิชาการส่วนใหญ่รวมทั้งดิฉันคิดว่ายังไงก็ต้องใช่้กลไกทางการเมืองในการแก้ปัญหา ปัจจุบันก็มีอดีตผู้ว่าฯแบงค์ชาติสหรัฐฯไปร่วมร่างแผนปฎิรูปสถาบันการเงินอยู่ ซึ่งคนนี้ก็มีชื่อเสียงว่าค่อนข้างโหดกะแบงค์ แกเป็นผู้ว่าฯก่อนอลัน กรีนสแปน ยุคแกเป็นผู้ว่าแบงค์ชาติแกก็โหดกะแบงค์ เพิ่งมายุคอลัน กรีนสแปนที่แบงค์อยากได้อะไรยอมหมด แบงค์ให้แก้กฎหมายอะไรแบงค์ชาติก็สนับสนุน เดี๋ยวนี้อลัน กรีนสแปนไม่ค่อยกล้าออกข่าวค่ะ โดนด่าเละเทะว่ามีส่วนร่วมทำให้เกิดวิกฤติการเงิน หลายข้อที่ผลักดันกันอยู่ก็น่าจะช่วยได้บ้าง สื่อมวลชนสหรัฐฯก็ไม่ใ่ช่่หลับหูหลับตาปกป้องแบงค์กันหมด หลายสำนักด่าแบงค์ประจำ นักเศรษฐศาสตร์โนเบลหลายคนก็ด่าแบงค์ประจำ สมาคมเศรษฐศาสตร์อเมริกันก็เริ่มนโยบายว่าอาจารย์คนไหนไปเป็นที่ปรึกษาสถาบันการเิงินหรือได้เงินจากสถาบันการเงินมาทำวิจัยก็ต้องเปิดเผยแหล่งเงินทุนให้ชัดเจน ฯลฯ

สังคมอเมริกันไม่ได้ดูดายนะคะ แต่ต่างคนต่างทำแบบตัวเองคิดว่าดีทีสุด ปัญหาหลายอย่างที่ขบวนการนี้ชี้มาก็เป็นปัญหาทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำจริง แต่ความตกต่ำของเขายังดีกว่าคนไทยมากมายนะคะ

1. คนตกงานมีประกันตกงาน ได้รับเงินประกัน 6 เดือน ถ้าอีก 6 เดือนยังหางานไมไ่ด้ก็มารับเงินประกันใหม่ เงินประกันนี่ก็แล้วแต่ว่าก่อนตกงานทำงานมากี่ปีเงินเดือนมากน้อยโดนชักเบี้ยประกันไปเท่าไร

2. ที่เป็นปัญหาคือเด็กจบใหม่ ไม่เคยทำงานก็ไม่เคยจ่ายเบี้ยประกัน ก็อดได้ประกันตกงาน ถ้าสังเกตดูคนอายุน้อยในกลุ่ม occupy เป็นยังงี้กันไม่น้อยนะคะ เป็นสาเหตุหนึ่งที่เขาเรียกร้องให้อุ้มหนี้สินเชื่อการศึกษา ถ้าไม่อุ้มหนี้ซักวันเขาก็ต้องยอมแพ้ประกาศตนเป็นบุคคลล้มละลาย กว่าจะหมดสภาพจากการเป็นบุคคลล้มละลายก็ 7-10 ปี กฎหมายล้มละลายที่สหรัฐฯส่วนใหญ่ให้มีบ้านได้หลังนึงมีรถได้คันนึง แต่ว่าเด็กพวกนี้เขาเพิ่งจบเขาก็ไม่มีทรัพย์สินกันมากอยู่แล้ว ไม่มีงานทำก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปผ่อนรถ ก็น่าเห็นใจ ดิฉันคิดว่าน่าจะออกกฎหมายล้มละลายพิเศษให้เด็กพวกนี้ คือให้เขาหมดสภาพล้มละลายเร็วกว่ากรณีทั่วไป แบงค์ก็ไม่ยอมง่ายๆหรอกค่ะ แต่โอบามาก็ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลยนะคะ ทำตั้งแต่ก่อนเขาจะ occupy กัน โอบามาเข้ามาปุ๊บก็ออกกฎควบคุมการใช้บัตรเครดิตทำให้แบงค์ขึ้นดอกเบี้ยตามอำเภอใจไม่ได้แบบแต่ก่อน ก็น่าเห็นใจโอบามาว่าอยู่ไม่กี่ปีจะให้เปลี่ยนหลายอย่างก็ไม่มีเวลา นโยบายที่โอบามาต้องการให้เป็น legacy ของเขาที่สุดคือการปฎิรูประบบรักษาพยาบาล ตอนอุ้มแบงค์เขาก็ใจดีกะแบงค์มากไปเพื่อเอาใจนักการเมืองร่วมพรรคและพรรคฝ่ายค้านด้วย เขากลัวพวกนี้ไม่ช่วยดันการปฎิรูประบบรักษาพยาบาล ก็ต้องมาลุ้นกันว่าถ้าโอบามาได้อยู่อีกสมัยหนึ่งเขาจะกล้าลุัยกะแบงค์ไหม

3. สหรัฐฯมีสวัสดิการสุขภาพให้คนจน เขาอาจจะไม่มีตัวเลือกโรงพยาบาลมากนักแต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องนอนป่วยอยู่บ้าน

4. ส่วนปัญหาคนไร้บ้าน สหรัฐฯไม่ใช้นโยบายสร้างแฟลตให้คนไร้บ้าน แต่ให้เงินช่วยเหลือค่าเช่า และควบคุมเพดานค่าเช่าบ้านในบางเขต (บางคนก็วิจารณ์ว่านี่เป็นนโยบายแบ่งแยกคนรวยคนจนทำให้คนรวยกะย่านคนจนแบ่งแยกโซนที่อยู่อาศัย คล้ายคลึงกะนโยบายแยกคนขาวคนดำทีเลิกไปตอนสงครามเวียดนาม) โดยโครงสร้างปัญหาคนไร้บ้านที่สหรัฐฯมันเกียวข้องกะปัญหายาเสพติดด้วยค่ะ คือไม่ตกงานก็มีปัญหาไร้บ้านอยู่แล้วเพราะมีคนติดยาเสพติดจนโดนตัดหางปล่อยวัด ก็เลยเป็นปัญหาว่าถ้าทำสวัสดิการออกค่าเช่าบ้านให้คนไร้บ้านหมด จะแยกคนติดยากะคนไม่ติดยายังไง คนตกงานก็ได้ประกันตกงานแล้ว ถ้าออกสวัสดิการค่าเช่าบ้านให้ด้วยจะไม่ใจดีเกินไปหรือเปล่า ก็ยังถกเถียงกันไม่จบค่ะ ดิฉันคิดว่าปัญหาคนไร้บ้านนี่นักเศรษฐศาสตร์ฝา่ยเดียวแก้ไมไ่ด้แน่นอน ต้องมีคนอีกหลายอาชีพมาช่วยกันคิดถึงจะแก้ได้

ดิฉันคิดว่าจุดนึงที่ขบวนการนี้จะไปได้ไกลคือถ้าชวนให้ occupy กันทั่วโลกแล้วชวนกันหันมาชี้ปัญหาคลาสสิคของระบบเศรษฐกิจทั่วโลก นั่นคือปัญหาคนรวยไม่จ่ายภาษี ในยุคศักดินาคนรวยที่ไม่จ่ายภาษีคือราชวงศ์ นักรบ และนักบวชที่ไม่จ่ายภาษีเพราะอภิสิทธิ์ ในยุคปัจจุบันคนรวยที่ไม่จ่ายภาษีคือนายทุนและนักธุรกิจที่หนีภาษี แต่ไม่ว่ายุคไหนคนรวยต้องมีที่ซ่อนเงิน ที่ซ่อนเงินสำหรับคนรวยทั่วโลกตั้งแต่ปลายสมัยอยุธยาคือธนาคารสวิส สวิสทำเีนียนเป็น"ประเทศเป็นกลาง"มานานแล้วค่ะ เป็นกลางแปลว่า"ฉันรับฝากเงินตอนพวกเธอรบกันนะจ๊ะ" นาซีเยอรมันก็ซ่อนเงินที่สวิสเหมือนกันค่ะ เผด็จการละตินอเมริกาก็ซ่อนที่สวิส เผด็จการทั่วโลกนิยมส่งลูกไปเรียนสวิสแล้วใช้บัญชีเงินลูกถ่ายเงินออกจากประเทศ ลูกชายคิม จอง อิลแห่งเกาหลีเหนือก็เรียนที่สวิสนะคะ ซูฮาร์โตกะมาร์กอสก็ซ่อนที่สวิส ยุคนี้สวิสมีคู่แข่งคือสิงคโปร์ เกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆ เช่น บริติช เวอร์จิน ฯลฯ

ตอนนี้สหรัฐฯหันมาตามเก็บภาษีจากธนาคารสวิส ออกกฎหมายว่าใครไปซุกเงินที่สวิสในบัญชีแบบไหนบ้างจัดว่าผิดกฎหมายสหรัฐฯ นายธนาคารสวิสบางคนไม่กล้ามาสหรัฐฯค่ะ เพราะกลัวโดนจับข้อหาสมคบกะคนอเมริกันหนีภาษี ถ้าทัั่วโลกช่วยกันบีบสวิส (รวมทั้งสิงคโปร์และเกาะต่างๆ)ให้เลิกช่วยคนรวยซุกเงินหนีภาษี จะมีเงินอีกมากมายมาช่วยสร้างสวัสดิการค่ะ ตอนนี้สหรัฐฯก็พยายามชวนเยอรมันให้ช่วยกันบีบสวิส แต่คนเยอรมันก็พี่น้องกะคนสวิส ยังไม่ยอมร่วมมือกะสหรัฐฯค่ะ

ที่ไอเอ็มเอฟมาตั้งอยู่สหรัฐฯก็เพราะว่าสวิสสนิทกะเยอรมันนี่ล่ะค่ะ ก่อนสงครามโลกครั้งที่สององค์กรโลกบาลอยู่สวิสหมด แต่พอสงครามโลกครั้งที่สองจบลง ความแตกว่านาซีเยอรมันเอาเงินไปซ่อนที่สวิส ประชาคมโลก(ที่พัฒนาแล้ว)เลยไม่ไว้ใจสวิสอีกต่อไป องค์กรโลกบาลที่ตั้งหลังสงครามโลกครั้งที่สองเลยมาอยู่สหรัฐฯหมด ไม่ว่าสหประชาชาติ ธนาคารโลก หรือไอเอ็มเอฟ

ลองอ่านบทความเกี่ยวกะธนาคารสวิสที่่ช่วยมาร์กอสกะเผด็จการอื่นๆรวมทั้งนาซีขนเงินออกนอกประเทศนะคะ

http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,1881977,00.html

มาขำ

[quote=มาขำ]มาขำกับความเป็นตุเป็นตะ กับความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมอเมริกันชน
แถมข้อมูลผิดๆ เรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ก่อนยุคสามสิบบาท ที่ว่าไม่มีอะไรให้สวัสดิการประชาชนเลย บวกความไร้เดียงสาเรื่องตัดสินศีลธรรมด้วยเซ็กส์เทรด ของไทยและจีน แต่ลืมตัดสินความด้านลูกค้าฝรั่ง นี่แหละหนาดัดจริตแบบอเมริกัน[/quote]

คนอเมริกันเที่ยวโสเภณีมีแน่นอนค่ะ แต่ว่าไม่ส่งออกค่ะ

โสเภณีไทยนี่เมดอินไทยแลนด์ปนนำเข้าบ้างค่ะ

ก่อนฐานทัพอเมริกันจะเข้าไทยก็มีโสเภณีแล้วนะคะ ตรอกซอกซอยแถวสำเพ็งน่ะ่ค่ะ ลูกค้าของโสเภณีก่อนอเมริกันเข้าไปก็ลูกค้าในประเทศ ตอนรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีทั้งโรงฝิ่น โรงน้ำชา ฯลฯ โรงฝิ่นนี่ก็เพิ่งยกเลิกไปยุคจอมพลสฤษดิ์ไม่ใช่หรือคะ ดิฉันก็ไม่มีสถิติว่านักท่องเี่ที่ยวเซ็กส์ทัวร์ชาติไหนไปเยอะ เท่าที่เคยอ่านก็มีสารพัด อเมริกัน เยอรมัน สวีเดน ญี่ปุ่น เกาหลี ใต้หวัน ฯลฯ ใครมีเงินก็ไปได้หมดมังคะ ไทยแลนด์เวลคัมหมด

เรื่องสวัสดิการ ทราบค่ะว่ามีสวัสดิการ ที่บ้านทำงานด้านสาธารณสุขหลายคน แต่ว่าก็อย่างที่ถกไปต้งแต่ต้นแล้วว่าเป็นสวัสดิการแบบอนาถา แบบอุปถัมภ์เอาหน้า แบบเก็บคนไม่มีสวัสดิการให้ออกงาน"ตลาดนักบุญ"

อืม อยู่ในดัดจริตแลนด์มานานอาจจะปรับตัวรับความจริงยากหน่อยนะคะ

มาขำ

[quote=มาขำ]มาขำกับความเป็นตุเป็นตะ กับความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคมอเมริกันชน
แถมข้อมูลผิดๆ เรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ก่อนยุคสามสิบบาท ที่ว่าไม่มีอะไรให้สวัสดิการประชาชนเลย บวกความไร้เดียงสาเรื่องตัดสินศีลธรรมด้วยเซ็กส์เทรด ของไทยและจีน แต่ลืมตัดสินความด้านลูกค้าฝรั่ง นี่แหละหนาดัดจริตแบบอเมริกัน[/quote]

อืม ลองอ่านที่ดิฉันเขียนดูดีๆนะคะ ไม่ได้ใช้คำว่า"เท่าเทียม"ซักคำ ก็อธิบายแล้วว่าดิฉันไม่เคยโดนเหยียดผิว ส่วนคนดำก็ยังมีเหยียดผิวกันอยู่ ก็เขียนชัดเจนนี่คะ รบกวนอ่านทบทวนนะคะ

แล้วความเท่าเทียมทางการเมืองมันก็ไม่เหมือนความเท่าเทียมทางสังคมหรือทางเศรษฐกิจนะคะ รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าทุกคนจะรวยเท่ากัน บอกแค่ว่าทุกคนเป็นคนเท่ากัน

ประเด็นศีลธรรมมาถกกันต่อดีไหมคะ แล้วคุณวัดศีลธรรมจากอะไรคะ จากจำนวนวัดหรือคะ จากจำนวนพระ หรือจากการได้ยินบุคคลสาธารณะพูดซ้ำซากเรื่องศีลธรรม นักเศรษฐศาสตร์มักวัดจากอัตราอาชญากรรม แต่ดิฉันว่านั่นก็ไม่ดีเท่าไร เพราะอาชญากรรมที่ไม่ยอมวัดกันจริงจังคืออาชญกรรมข้ามชาติ ทุกชาติไม่อยากนับรวมอาชญากรรมข้ามชาติเป็นอาชญากรรมตัวเองเพื่อจะให้สถิติต่ำลง

ดิฉันก็ไมไ่ด้บอกว่าอเมริกันมีศีลธรรมกันทุกคน นายทุนอเมริกันเลวๆก็เยอะ คนทุกชาติมีคนเลวและดี ประเด็นคือว่าคุณจะวัดค่าเฉลี่ยยังไง

อาทิตย์ที่แล้วมีข่าวว่ารปภ.โอ

อาทิตย์ที่แล้วมีข่าวว่ารปภ.โอบามาไปเที่ยวโสเภณีระหว่างที่ทำงานที่โคลัมเบีย

http://news.yahoo.com/secret-prostitution-scandal-obama-calls-investigation-director-fired-134922295.html

้ถ้าเป็นไทยจะมีนักข่าวสอบสวนคดีแบบนี้ไหมคะ? ดิฉันเคยอ่านข่าวพบว่าข้าราชการระดับสูงข่มขู่ให้ข้าราชการระดับล่างมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดนแฉก็เลยโดยลงโทษว่าผิดวินัย ก็น่ายินดี แต่ก็ไม่แน่ใจว่าข้าราชการไปเที่ยวซ่องแล้วจะถือว่าผิดวินัยไหม?

ดิฉันคิดว่าการเที่ยวโสเภณีเป็นสิทธิส่วนบุคคลค่ะ จะทำให้ถูกกฎหมายก็ได้แต่ไม่ควรทำให้โสเภณีเด็กถูกกฎหมาย จะให้โสเภณีผู้ใหญ่ถูกกฎหมายก็ไม่ว่ากันนะคะ แต่ปัจจุบันไทยส่งออกทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่

เริ่ดมากครับอาจารย์กานดา

เริ่ดมากครับอาจารย์กานดา อ่านแล้วได้เปิดหูเปิดตาเยอะมาก
ผมชอบสไตล์การอธิบายถกเถียงของคุณมากเลยครับ อ่านแล้วสบายใจ
ไม่เสียดสีทิ่มแทงคนอื่น หรือใช้คำแรง ๆ อย่างที่นักวิชาการซ้ายหลงยุคบางคนชอบใช้

เอาประวัติศาสตร์ไทยแบบไม่ดัดจ

เอาประวัติศาสตร์ไทยแบบไม่ดัดจริตมาฝากค่ะ

"ยังมีเอกสารจากหอหลวงในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาระบุคำให้การของ ขุนหลวงวัดประดูทรงธรรม ว่าที่ตลาดบ้านจีน ปากคลองขุนละครไชยมีโรงโสเภณี 4 โรง รับจ้างทำชำเราแก่บุรุษ ส่วนเอกสารของลาลูแบร์บันทึกว่า เจ้าของซ่องโสเภณีซึ่งเป็นชายมีหญิงโสเภณีอยู่ในปกครองของตนมากถึง 600 คน บางแห่งมีโสเภณีที่เป็นบุตรีขุนนางมากมาย เนื่องจากในสมัยนั้นสามีมีอำนาจเด็ดขาดในครอบครัว อาจขายธิดาและภรรยาทั้งหลายมาเป็นโสเภณีได้ ซ่องในกรุงศรีตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะต้องส่งเงินภาษีเข้าท้องพระคลังหลวง

ลาลูแบร์บันทึกไว้อีกว่าเจ้าของซ่องแห่งหนึ่งในพระนครศรีอยุธยาเป็นขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์สูงชื่อ ออกญามีน"

ลองอ่านดูไ้ด้ที่นี่ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=5076

สหรัฐฯก็มีประวัติศาสตร์โสเภณีค่ะ สังคมศักดินาน่ะฝรั่งผ่านกันมาแล้วทุกอย่างนะคะ ซื้อขายคนซื้อขายเซ็กส์มันเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกค่ะ แต่พอประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม ราวๆสงครามโลกครั้งที่ 1 สหรัฐฯก็เริ่มจัดระบบกันว่าที่ไหนจะให้โสเภณีอยู่ได้อย่างถูกกฎหมาย กำหนดอายุกันไป ฯลฯ เดี๋ยวนี้ก็มีโสเภณีถูกกฎหมายที่นี่ค่ะ อยู่รัฐเนวาดา (แต่ไม่ใ่ช่เมืองลาส เวกัส) แต่รัฐอื่นไม่มีแล้ว

เดี๋ยวนี้คนอเมริกันไปเที่ยวโสเภณีต่างประเทศก็ต้องระวังนะคะ ถ้าไปเที่ยวโสเภณีเด็กอาจโดนจับนะคะ เดี๋ยวนี้มีกฎหมายใหม่ว่าคนอเมริกันไปเที่ยวโสเภณีเ็ด็กที่ต่างประเทศต้องมาขึ้นศาลในสหรัฐฯนะคะ มีคนเคยโดนจับมาแล้่วค่ะ

มาตามเฟ๊ซฯของอ.เฟยแนะนำมาครับ

มาตามเฟ๊ซฯของอ.เฟยแนะนำมาครับ อ่านเพลินไม่เสียเที่ยวเลยครับผม ขอบคุณอ.กานดา คุณ ภควดีและทุกท่านที่ร่วมวิวาทะด้วยครับ

ปล.อยากบอกว่าอ่านวิวาทะอ.กานดา สนุกกว่าอ่านบทความอ.ในบล็อคน่ะครับ เพราะวิชาการจัดๆผมก็งงเหมือนกัน วิชาการปนดราม่านี้สุดๆเลย 555

ชอบมากกับวลีนี้ค่ะ """""

ชอบมากกับวลีนี้ค่ะ """"" ทักษิณก็ไม่ใช่คนดีมากมาย แต่เลวกว่าทักษิณยังมีอีกเยอะค่ะ แต่คนพวกนี้ก็ยังชูคอในสังคมไทยได้ด้วยการชี้นิ้วไปทีทักษิณแทน การเมืองไทยก้าวพ้นทักษิณไปแล้ว ต่อให้ทักษิณหัวใจวายตายตอนนี้วิกฤตการเมืองไทยก็ไม่หมดไปหรอกนะคะ สังคมไทยเป็นสังคมหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา เอาการเมืองแบบรวมศูนย์มากดเอาไว้ไงก็กดไม่อยู่ค่ะ """""