ยกฟ้องคดี 112 'สนธิ' ปราศรัยถึงคำพูด'ดา ตอร์ปิโด' ศาลชี้ไม่มีเจตนาทำผิด

 

25 ก.ค.55 เวลาประมาณ 11.50 น.ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา รัชดา ผู้พิพากษานั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นจำเลยในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือความผิดตามมาตร 112 ประมวลกฎหมายอาญา จากกรณีที่นำคำปราศรัยของนางดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ที่ปราศรัยที่สนามหลวง ไปปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยการอ่านคำพิพากษานี้ใช้เวลาราว 10 นาที โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาเฝ้ารอฟังคำพิพากษาแต่เช้า รวมทั้งมีประชาชนเข้าฟังคดีและให้กำลังใจนายสนธิประมาณ 20 คน

ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยระบุว่า

พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ฟังได้ว่าจำเลยปราศรัยถ้อยความของนางสาวดารณี ให้ประชาชนฟังบนเวทีกลุ่มพันธมิตรประชนเพื่อประชาธิปไตย และมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีเอเอสทีวีและอินเทอร์เน็ต และในช่วงเวลานั้นมีเว็บไซต์ที่โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์จริง   จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่

เห็นว่า การพูดของจำเลยไม่เป็นการขยายความคำพูดของนางสาวดารณีชาญเชิง ศิลปกุล แต่เป็นการพูดโดยถอดข้อความบางตอนมาสรุปให้ประชาชนฟัง เพราะพยานโจทก์เองก็เบิกความว่า ทราบว่าคำพูดของนางสาวดารณีหมายถึงทั้งสองพระองค์แม้ไม่มีการระบุพระนาม และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงหลายนายก็ยืนยันว่าเป็นการปราศรัยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนางสาวดารณี

ในขณะที่นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ เบิกความว่าจำเลยต้องการบอกเล่าความไม่ดีของนางสาวดารณี เพราะฉะนั้นแม้คำพูดของจำเลยจะหมิ่นเหม่ หรืออาจใช้วิธีอื่นในการดำเนินการเรื่องเดียวกันนี้ได้ก็ตาม แต่วิญญูชนก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่าจำเลยมีเจตนาใส่ร้าย โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ประกอบกับคำยืนยันของพลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านข่าวกรองว่า วันเกิดเหตุจำเลยปราศรัยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนางสาวดารณีที่ได้กระทำการลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้งแล้ว

การกระทำของจำเลยจึงไม่มีเจตนากระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาว่า “มาวันนี้ศาลพิพากษายกฟ้อง บนพื้นฐานของความจริง ท่านผู้พิพากษาไม่หวั่นไหว ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะท่านคือผู้พิพากษาในพระปรมาภิไธย ท่านจะถูกซื้อไม่ได้ ถูกบีบไม่ได้ ฉะนั้นแล้วผมไม่ประหลาดใจ”

“ผมไม่ได้ดีใจจนตัวลอย ผมเชื่อมั่นในนิติรัฐ จุดสุดท้ายของสังคมไทยคือศาล และผมเชื่อมั่นว่าศาลส่วนใหญ่ยังเป็นคนดีอยู่ ยึดถือพระเจ้าอยู่หัว จะมีบ้างที่รับงานนักการเมือง ที่รับงานของฝ่ายทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่เป็นไร ก็ว่ากันไป ถึงที่สุดแล้วถ้าศาลฎีกา ผมมีคดีถึงศาลฎีกาหลายคดี ถ้าศาลฎีกาพิพากษาจำคุกผม ผมจะเดินเข้าคุกอย่างสง่าผ่าเผย และจะไม่หนีเลยแม้แต่นิดเดียว” สนธิกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า มีขบวนการพยายามเอาเขาเข้าคุกให้ได้ แม้ตนโดนคดีหลายสิบคดี แต่ก็ไม่เคยต่อว่าศาลสถิตยุตธรรมแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่หลายครั้งรู้ว่าโดนแกล้งจากผู้พิพากษาบางท่านแต่ก็ไม่พูด เมื่อศาลพิพากษาจำคุกในคดีค้ำประกันตัดสิน 80 กว่าปีลดเหลือ 20 ปี ก็ไม่พูด

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องการปราศรัยของนายสนธิบนเวทีพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.51 โดยนำเอาคำปราศรัยบางส่วนของนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล มากล่าวซ้ำพร้อมเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับดารณี จากนั้นจึงมีการออกหมายจับนายสนธิในวันที่ 23 ก.ค.ต่อมาวันที่ 24 ก.ค. นายสนธิพร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งได้เดินทางเข้ามอบตัวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และได้รับการประกันตัว ส่วนกรณีของดารณีนั้นหลังการปราศรัยของนายสนธิ วันที่ 21 ก.ค. ผบ.ทบ.ในขณะนั้นได้มอบอำนาจให้นายทหารพระธรรมนูญไปแจ้งความดำเนินคดีตาม มาตรา 112 กับดารณี และมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่อพาร์ตเมนท์ในวันที่ 22 ก.ค.51 จากนั้นจึงถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง กระทั่งมีคำพิพากษาล่าสุดของศาลชั้นต้นเมื่อ 15 ธ.ค.54 ลงโทษจำคุก 15 ปี คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ดารณีถูกคุมขังครบ 4 ปี

 

อ่านรายละเอียดคดีนี้ได้ที่ http://freedom.ilaw.or.th/th/case/45#detail

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์