'ไทยพีบีเอส' ชี้แจงกรณีงดรายการตอบโจทย์ 'สมศักดิ์-ส.ศิวรักษ์'

ระบุมีผู้ร้องเรียน 'รายการตอบโจทย์' อัดหนักเทปดีเบต 'สมศักดิ์ - ส.ศิวรักษ์' และกังขาบทบาท ส.ศิวรักษ์ ที่ปกป้องสถาบันฯ แต่ชอบโยงการแก้ ม.112 ขณะที่ กอง บก. ได้พิจารณาเทปรายการวันที่ 15 มี.ค.แล้วพบว่ามีเนื้อหาสมดุล แต่หลังประเมินสถานการณ์อีกรอบหวั่นความขัดแย้งขยายรุนแรง ผู้บริหารจึงขอทบทวนการนำเสนออีกครั้ง และรับข้อร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาตาม ม.46

ภาพจากคลิปประชาสัมพันธ์รายการ "ตอบโจทย์ประเทศไทย" ที่จะออกอากาศในวันศุกร์ที่ 15 มี.ค. แต่มีการงดออกอากาศเสียก่อน

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ตามที่รายการ "ตอบโจทย์ประเทศไทย" ดำเนินรายการโดยภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สาธารณะ "ไทยพีบีเอส" ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. เป็นต้นมา ได้มีการออกอากาศในหัวข้อ "สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ" อย่างไรก็ตามในวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของการออกอากาศจะเป็นการอภิปรายตอนที่ 2 ต่อจากเทปเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ระหว่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ได้มีการงดออกอากาศนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นนำตอน "หะยีสุหลง" ซึ่งเคยอออกอากาศแล้วมาออกอากาศซ้ำ และขึ้นตัววิ่งชี้แจงนั้น (อ่านข่าวที่นี่)

ล่าสุดเวลา 1.35 น. วันนี้ (16 มี.ค.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง "กรณีรายการตอบโจทย์ประเทศไทย ตอน “สถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ" โดยมีรายละเอียดดังนี้

สืบเนื่องจากกรณีที่มีประชาชนส่วนหนึ่งเดินทางมาร้องเรียนและยื่นข้อเสนอต่อผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ให้ระงับการออกอากาศรายการตอบโจทย์ประเทศไทย ตอน “สถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ” ตอนที่ 5 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ที่มีกำหนดออกอากาศในวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2556

ทั้งนี้ รายการตอบโจทย์ประเทศไทยที่ออกอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้นำเสนอมุมมองที่หลากหลายในเรื่องการปรองดอง การนิรโทษกรรม ซึ่งในหลายกรณีคาบเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่อยู่ในกระแสข่าว ทั้งในสื่อกระแสหลัก และในสื่อสังคมออนไลน์ โดยทางรายการได้เชิญแขกรับเชิญหลายฝ่าย นับจาก ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เคยถวายงานรับใช้ใกล้ชิดพระราชวงศ์ ในฐานะประธานจัดงานครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ซึ่งเป็นแขกรับเชิญในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2556 ติดตามมาด้วยนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2556 ซึ่งได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในวันพุธที่ 13 มีนาคม 2556 ทางรายการได้เชิญ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตหัวหน้านายตำรวจประจำราชสำนัก มานำเสนอมุมมองต่อข้อวิพากษ์ของนายสมศักดิ์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน

แต่ช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดข้อวิพากษ์มากที่สุด เป็นเนื้อหารายการในวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2556  ที่มีการดีเบตระหว่างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กับนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ถึงแม้ทางฝ่ายหลังจะประกาศตัวเป็นคนรักเจ้า ที่ต้องการปกปักรักษาให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในประเทศไทยอย่างเปิดเผย แต่ก็ยังถูกตั้งคำถามจากผู้ชมบางส่วนถึงการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาของนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ซึ่งผู้ชมหลายฝ่ายอาจจะกังขาต่อท่าทีและวิธีการนำเสนอ ที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและถูกถามถึงวัตถุประสงค์ของการนำเสนอรายการ

จากการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มประชาชนที่เดินทางมาประท้วงการนำเสนอรายการดังกล่าว  องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มิได้เพิกเฉย โดยนำเรื่องเข้าหารือเป็นวาระเร่งด่วนในคณะกรรมการนโยบาย  พร้อมทั้งเรียกประชุมกองบรรณาธิการข่าวเพื่อพิจารณาเนื้อหาของเทปรายการและตัดสินใจ โดยการประชุมดังกล่าวดำเนินไปโดยอิสระตามจริยธรรมและวิชาชีพ โดยมิได้รับการร้องขอหรือถูกบังคับจากหน่วยงานหรือสถาบันใด   ทั้งนี้ การประชุมพิจารณาเทปรายการ พบว่ามีเนื้อหาที่สมดุลในการแสดงความคิดเห็น แต่ในการประเมินสถานการณ์ เวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2556 พบว่าอาจมีการขยายความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น  คณะผู้บริหารพิจารณาภายใต้หลักการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม องค์การฯ จะต้องไม่สร้างปัจจัยความขัดแย้งเพิ่มเติม หรือเป็นคู่ขัดแย้งเอง นำมาสู่การตัดสินใจพิจารณาทบทวนการนำเสนอประเด็นอ่อนไหวอย่างรอบคอบอีกครั้ง นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการองค์การฯ จึงได้มีข้อเสนอให้นำเรื่องร้องเรียนของกลุ่มประชาชนดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน  ตามมาตรา 46 พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

 

ว่าด้วยมาตรา 46 ให้คณะกรรมการนโยบายจัดให้มีคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ในกรณีที่องค์การ ผู้ผลิตรายการ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างขององค์การ กระทำการหรือผลิตรายการที่ขัดต่อข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพตามมาตรา 42  ทั้งนี้ โดยคณะอนุกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ต้องพิจารณาและตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม

กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง จะต้องครอบคลุมถึงวิธีการแก้ไขหรือเยียวยา ในกรณีที่มีการผลิตรายการที่ขัดต่อข้อบังคับด้านจริยธรรมของวิชาชีพ รวมทั้งมีวิธีการแก้ไขข้อความที่เป็นเท็จ สิทธิการโต้แย้ง และการขออภัยในกรณีที่เกิดความผิดพลาด

การร้องเรียนตามกระบวนการตามมาตรานี้ ไม่เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนในการที่จะใช้ช่องทางอื่นตามกฎหมายเพื่อแก้ไขหรือเยียวยาต่อกรณีที่มีการร้องเรียนนั้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์