มติชุมนุมต่อ - สุเทพลาออก ส.ส. - ประกาศอารยะขัดขืนหยุดงานทั่วประเทศ 13-15 พ.ย.

สุเทพ เทือกสุบรรณ และ ส.ส. 8 คนประกาศลาออกมาเป็นแกนนำ และขอมติเดินหน้าชุมนุมจนกว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และประกาศหยุดงานทั่วประเทศ 13-15 พ.ย. งดจ่ายภาษี ติดธงชาติทุกที่ ถ้าเจอนายกฯ และคนในรัฐบาลไม่ต้องพูดคุยด้วย แต่ให้เป่านกหวีด

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะระหว่างพบกับผู้ชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่นัดชุมนุมช่วงกลางวัน บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS อารี เมื่อ 11 พ.ย. (ที่มา: เพจ Abhisit Vejjajiva)

สุเทพ เทือกสุบรรณ ระหว่างปราศรัยขอมติประชาชน ระหว่างการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อ 11 พ.ย. ที่ ถ.ราชดำเนิน (ที่มา: BlueSky TV)

การชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. (ที่มา: เพจ Prachatai)
คลิกที่นี่เพื่อชมภาพประกอบเพิ่มเติม

การปราศรัยเปิดศาลประชาชนโดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และการปราศรัยขอมติประชาชนโดยสุเทพ เทือกสุบรรณ (ที่มา: BlueSky TV/LiveTV2012th)

 

เลยเวลา 18.00 น. สาทิตย์ วงศ์หนองเตยเปิดศาลประชาชน

11 พ.ย. 56 - ในการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ ถ.ราชดำเนิน ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ (11 พ.ย.) นั้น มีผู้ชุมนุมมาสมทบเพิ่มมากขึ้น โดยในเวลา 18.05 น. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. จังหวัดตรัง เป็นผู้ปราศรัยเปิดศาลประชาชน ระบุว่าการที่รัฐบาลไม่ยอมทำให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตกไปจากสารบบของสภา ถือเป็นการปฏิเสธมติประชาชน จึงขอเปิดศาลประชาชน ให้มหาประชาชนได้จะร่วมกันตัดสินใจในมติสำคัญที่จะขับเคลื่อนการต่อสู้ และมีการเชิญสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมาปราศรัย

 

สุเทพ เทือกสุบรรณ ขอมติที่ชุมนุม เลยเส้นตาย 18.00 น. ที่จะให้ถอน กม.นิรโทษกรรมแล้ว

ต่อมาในเวลา 18.10 น. สุเทพ ได้ขึ้นปราศรัย ระบุว่าให้เวลารัฐบาลดำเนินการให้กฎหมายนิรโทษกรรมตายไปจากระบบของรัฐสภา และจนกระทั่งบัดนี้เลยเวลา 18.00 น. ที่กำหนดเอาไว้มาแล้ว เป็นที่ปรากฏชัดเจนว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์น้องทักษิณ ปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ มิหนำซ้ำ ยังได้พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยม ให้คนเสื้อแดงมาข่มขู่คุกคามประชาชน คุกคามดาราและศิลปินที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หน่วยงานของรัฐที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็ถูกกลั่นแกล้ง ข่มขู่ คุกคาม ในที่สุดพี่น้องประชาชนทั่วประเทศออกมาชุมนุมมากขึ้นทั่วประเทศ มากขึ้นทุกเวที

สุเทพ ปราศรัยว่า ยิ่งลักษณ์คงได้รับรายงานจำนวนผู้ชุมนุมแต่คงอ่านไม่ถูก แต่ผมขอบอกง่ายๆ ให้เหมาะสมกับสมองน้อยๆ ของยิ่งลักษณ์ ขณะนี้บนถนนราชดำเนินมีพี่น้องประชาชนชาวไทยผู้รักชาติมาชุมนุมกัน "1 หมื่น 2 แสนคนเศษ" มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ฉบับอันตรายก็ยังไม่ตายไปจากระบบรัฐสภา

"ด้วยการเคลื่อนไหวคัดค้านของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ทำให้รัฐบาลลนลาน ทำอะไรไม่ได้ เดินหน้าสุดซอยก็ไม่ได้ เพราะประชาชนออกมาขัดขวางเอาไว้ นี่ถ้าพี่น้องทั้งหลายไม่ออกมาชุมนุมมากมายอย่างนี้ วันนี้วุฒิสภา ซึ่งเป็นสภาทาส เหมือนสภาผู้แทน คงจะพิจารณากฎหมายนี้ 3 วาระรวดจบไปแล้ว นี่คือชัยชนะขั้นต้นของประชาชน"

"เพราะถ้าไม่มีมวลมหาประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน เขาไม่มีทางที่จะชะงัก อย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เพราะพี่ของเขาสั่งมาแล้ว เขาเตรียมมวลชนไว้แล้ว เขาทำทุกอย่างไว้แล้วที่จะให้พี่แม้วกลับมาปกครองประเทศไทย"

 

เชื่อว่าร่าง พ.ร.บ. ยังไม่ลง 180 วันอาจกลับมาอีก

สุเทพ ปราศรัยต่อไปว่า "กฎหมายอันตรายฉบับนี้ยังไม่ตายลง ถ้าวุฒิสมาชิกลงมติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายนี้ กฎหมายนี้ก็จะเพียงแต่ชะงักอยู่ หยุดอยู่ ยังไม่ตาย เพราะหลังจากนี้ 180 วัน ฝ่ายรัฐบาลก็อาจจะยกขึ้นมาแล้วลงมติเสียงข้างมาก ให้ใช้เป็นกฎหมาย แล้วเขาทำได้ภายในวันเดียว แบบที่จ่าประสิทธิ์ ไชยศรีษะบอกเอาไว้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เราไม่มีโอกาสออกมาเคลื่อนไหวต่อสู้อีก และที่เราต่อสู้มาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าเสียเปล่าอย่างไร้ประโยชน์ พี่น้องทั้งหลาย นั่นคือความจริงที่ศาลประชาชนแห่งนี้ควรได้รับทราบไว้เป็นเบื้องต้น"

"แล้วต้องบอกพี่น้องทั้งหลาย บอกต่อศาลประชาชนว่าในขณะนี้มีการแถลงออกมาอีก โดยวิปรัฐบาลหรือผู้คุมเสียงรัฐบาลว่าเขาจะหาทางเพื่อที่จะทำให้กฎหมายนี้ตายไป แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้เมื่อไหร่ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ท่านทั้งหลายจะต้องรับทราบไว้ คือเรื่องที่เขาตั้งใจว่าถ้าวันไหนประชาชนเผลอ เขาจะไม่เอากฎหมายนี้เป็นพระราชบัญญัติ แต่จะใช้อำนาจคณะรัฐมนตรีประกาศเป็นพระราชกำหนดใช้บังคับได้ทันที ความจริงเรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจนคือสิ่งที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้พูดไว้ และจตุพร พรหมพันธุ์ได้พูดบนเวที นปช. เมื่อคืนนี้ว่าพูดกับยิ่งลักษณ์ว่าขั้นตอนต่อไปจะออกเป็นพระราชกำหนด"

"วันนี้ขอให้ศาลประชาชนพิจารณาเฉพาะประเด็นเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดให้คนชั่ว คนโกง คนฆ่า คนเผา ส่วนความผิดสะสมของทักษิณและยิ่งลักษณ์เอาไว้ว่ากันวันอื่น พี่น้องทั้งหลายที่ชุมนุมอยู่ตั้งสติให้ดี ให้ร่วมกันตัดสินด้วยมติมหาชน และไม่ว่าพี่้น้องทั้งหลายตัดสินอย่างไร ผมจะปฏิบัติตามมติมหาชน คำพิพากษาไม่ต้องเขียนยาว ไม่ต้องบรรยายมาก"

 

สุเทพขอมติ - ผู้ชุมนุมประกาศกึกก้องให้สู้ต่อ

ทั้งนี้สุเทพ ได้เสนอให้ผู้ชุมนุม 2 ทางเลือก หากเห็นด้วยให้ผู้ชุมนุมโห่ร้อง

"พี่น้องประชาชนทุกเสียง มีความหมาย พี่น้องท่านใด เห็นว่าเราควรจะพอแค่นี้ ยินดีกับชัยชนะเท่านี้ ให้ส่งเสียงขึ้นคนอื่นไม่ต้องส่งเสียง ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นว่า เราจะต้องต่อสู้ต่อไปโดยพลังของประชาชนจงส่งเสียงกัน ให้ดังอีก" สุเทพกล่าว

โดยทางเลือกที่ 1 สุเทพเสนอว่า "ยินดีกับชัยชนะขั้นต้น ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และสภาทาสได้ชะลอกฎหมายเอาไว้ ยอมรับว่าอย่างดีที่สุด ค่ำคืนนี้วุฒิสภาจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หรือคว่ำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้รอลุ้น 180 วัน" ผู้ชุมนุมไม่ได้โห่ร้อง

ทางเลือกที่ 2 สุเทพเสนอว่า "เราจะสู้ต่อไปด้วยพลังมหาชน ดำเนินการจนกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับชั่วร้ายนี้ ตายไปจากโลก และไม่มีวันผุดวันเกิดอีก" โดยข้อเสนอนี้ผู้ชุมนุมได้ปรบมือ โห่ร้อง

สุเทพปราศรัยว่า "มติมหาชน มีความเด็ดขาดเป็นเอกฉันท์ ประกาศว่าให้สู้ต่อไป" โดยจากจากมีมติผู้ชุมนุมได้โห่ร้องเสียงกึกก้อง และเป่านกหวีด บรรยากาศเป็นไปอย่างฮึกเหิม

 

9 ส.ส. ปชป. รวมสุเทพ ประกาศลาออกจาก ส.ส. มานำการชุมนุม

ต่อมาสุเทพ ได้ประกาศว่าจะลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อมานำการชุมนุมอย่างเต็มที่ โดยปราศรัยด้วยว่า "ชีวิตผมไม่เคยทำงานอื่น นอกจากงานการเมือง ใฝ่ฝันมาตั้งแต่อายุ 14-15 อยากเป็น ส.ส. และมีความสุขทุกนาทีที่พี่น้องประชาชนมอบหมายความไว้วางใจ เลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ประชาธิปไตยเคร่งครัด เป็น ส.ส. ติดต่อกันมา 35 ปี ไม่ซื้อเสียง ไม่เลี้ยงใคร เป็นผู้แทนราษฎรด้วยความภาคภูมิใจและผมรักความเป็นผู้แทนราษฎรที่สุด แต่วันนี้ผมตัดสินใจออกจากสภาออกจากการเป็นผู้แทนราษฎรเพราะผมรักประชาชนมากกว่า"

"ผมจะเป็นราษฎรเต็มขั้น การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผมจบสิ้นลงแล้ว เงินเดือนไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ 11.00 น. ผมจะเดินทางไปยื่นใบลาเป็นทางการ จะไม่สวมเสื้อนอกอีกแล้ว ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ผมขอหลอมชีวิต หลอมหัวใจเป็นอันหนึ่งเดียวกับประชาชน สู้คราวนี้ ถ้าไม่ชนะ ผมไม่กลับสภาอีกแล้ว"

จากนั้น สุเทพ ได้แนะนำ ส.ส.ประชาธิปัตย์ อีก 8 คนที่จะลาออกมาเป็นแกนนำการชุมนุมโดยเรียกว่า "คณะกรรมการการต่อสู้" ได้แก่ (1) ถาวร เสนเนียม ส.ส. สงขลา (2) สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง (3) อิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4) วิทยา แก้วภราดัย ส.ส. นครศรีธรรมราช อดีตคนเดือนตุลา (5) ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร (6) พุฒิพงศ์ ปุณณกันต์ ส.ส.กทม. (7) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส. กทม. และ (8) ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.กรุงเทพ

สุเทพกล่าวด้วยว่า จะมี ส.ส. ประชาธิปัตย์อยากลาออกมาร่วมต่อสู้ด้วย แต่เขาบังคับไม่ให้ออกมา "เพราะการต่อสู้กับนางมารร้าย ต้องสู้ทั้งในสภา และนอกสภา ต้องแยกทางกันเดินโดยเด็ดขาด พวกที่มีหน้าที่สู้ในสภา สู้ในสภาให้เข้มแข็ง ส่วน 9 คนบนนี้ขอถอดหัวใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประชาชน ประชาชนเป็นอะไรเราเป็นอย่างนั้น"

 

ประกาศสู้แบบเร่งรัด ไม่สู้ยืดยาว เสนอแนวทางอารยขัดขืน

"เราไม่มีเวลาต่อสู้ยืดยาว เรามีภาระอื่น เราจำเป็นต้องเร่งรัดการต่อสู้ของเรา เพราะฉะนั้น พวกผมตัดสินใจเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ถ้าพี่น้องสู้ต่อไปเราจะทำอย่างไรบ้าง ก่อนอื่นต้องขอย้ำ และทุกคนต้องปฏิบัติตาม เราจะต่อสู้แบบที่พลเมืองดี พลเมืองที่รักชาติ รักแผ่นดิน สมควรจะกระทำ เราจะต่อสู้แบบผู้สร้างสรรค์ไม่ใช่ผู้ทำลาย เพราะฉะนั้นการต่อสู้ของเราจะยึดหลักอสิงหา สงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ"

"เราต่อสู้ตามสิทธิที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ และกฎบัตรสหประชาชาติ หัวใจพี่น้องกับหัวใจผมต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เลี้ยวซ้ายด้วยกัน ขวาด้วยกัน ไม่แตกแถวเป็นอันขาด สถานที่ต่อสู้ของเราจะยึด ถ.ราชดำเนิน เป็นชัยภูมิ เป็นที่มั่นของเราต่อไป จนกว่าจะประสบชัยชนะ ส่วนพี่น้องประชาชนที่เวทีอื่นก็ให้ยืนหยัดรักษาที่มั่นเวทีของท่านทั้งหลายต่อไป ทั้งที่ผ่านฟ้า ทั้งที่มัฆวาน สีลม อโศก ราชดำริ ซอยอารีย์ และที่ศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทั้งหลายออกมาร่วมต่อสู้กับพวกเรา ทั้งที่ราชดำเนิน และเวทีคู่ขนานทุกแห่ง ทั่วประเทศไทย"

 

ประกาศ 4 แนวทางอารยะขัดขืน หยุดงาน 3 วัน 13-15 พ.ย. 

สุเทพปราศรัยว่า "มติคณะกรรมการเป็นเอกฉันท์แล้ว ขอให้ทุกเครือข่าย ทุกเวทีต่อสู้ ได้ปฏิบัติให้สอดคล้องกัน เราจะยกระดับการต่อสู้ โดยการเชิญชวนพี่น้องประชาชน กระทำอารยะขัดขืน อย่างเข้มแข็งทั่วประเทศ วันพรุ่งนี้ให้ทุกคน ทุกบริษัท ทุกหน่วยงานราชการ สะสางงานของตัวเอง 1 วัน จากนั้นวันที่ 13 พ.ย. 14 พ.ย. 15 พ.ย. หยุดงานทั่วประเทศ ขอความร่วมมือเจ้าของกิจการทั้งหลายโปรดสั่งพนักงานของท่านให้หยุดงาน และมาร่วมชุมนุมกับเราทั่วประเทศ ขึ้นเวทีไหนก็ได้ ไปเวทีไหนก็ได้ ใกล้ที่ไหน สะดวกที่ไหน ไปที่นั่นเพราะเป็นเวทีของผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน"

"ประกาศอีกครั้งหนึ่ง โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 13 พ.ย. วันที่ 14 พ.ย. วันที่ 15 พ.ย. เป็นวันหยุดงานทั่วประเทศ หน่วยงานไหน บริษัทเอกชนไหน จำเป็นจริงๆ หยุดงานไม่ได้ เพราะจะกระทบกระเทือนต่อการใช้ชีวิตตามปกติสุขของประชาชน ก็ให้สโลวดาวน์ ชะลอความรวดเร็วการทำงานลง ทุกหนทุกแห่ง มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ให้อาจารย์และนักศึกษาไปขึ้นป้ายได้ว่าหยุดเรียน หยุดสอน ขอร้องนี่คือเรื่องของชาติ ต้องทำอย่างนี้ ทำทั้งประเทศ"

 

มาตรการอื่นๆ หยุดชำระภาษี ปักธงชาติ เป่านกหวีดเมื่อเจอนายกรัฐมนตรี

"มาตรการที่สอง หยุดชำระภาษี ขอให้บรรดาพ่อค้านักธุรกิจทั้งหลาย ช่วยกรุณาปรึกษาในวันพรุ่งนี้ ว่าวิธีปฏิบัติจะทำอย่างไร พวกเราเคารพและเข้าใจหวังที่สุดว่าท่านจะคิดหาวิธีทำจนได้ อย่าให้รัฐบาลนี้มีสตางค์ไปโกงกันอีก"

"มาตรการที่สาม ต้องต่อสู้ด้วยสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ของเราคือชาติ ขอให้ทุกบ้าน ทุกเรือน ทุกสำนักงาน ชักธงชาติขึ้นทั่วประเทศ ไปไหนมาไหนให้ติดธงชาติ ติดไว้ที่รถยนต์ ติดไว้ที่รถมอเตอร์ไซค์ ติดที่เรือ ทุกหนทุกแห่ง และแขวนคอด้วยนกหวีด ไปไหนมาไหนพกไปสองอย่าง ธงชาติ กับนกหวีด"

"มาตรการที่สี่ ถ้าประชาชนผู้ใด พบเห็น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทั้งหลาย ลิ่วล้อบริวารของมันทุกคน ไม่ต้องพูดกับเขา ไม่ต้องไปทำอะไร เป่านกหวีดอย่างเดียว"

"นี่คือสี่มาตรการที่พวกผมคิดได้ ขอกราบเรียนเชิญชวนพี่น้องทั่วประเทศ ครูบาอาจารย์เด็กนักเรียน ช่วยกันคิดกระทำอารยะขัดขืน ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ให้อยู่ใต้กรอบกฎหมายเพราะเราเป็นพลเมืองดี ถ้ามีอะไรจะแนะนำ พวกผมทั้ง 9 ชีวิต หลอมหัวใจเข้ากับท่านแล้ว แนะนำเราได้ทุกวัน"

 

เชิญประชาชนหยุดงานยาวแล้วมาร่วมปิคนิคที่ ถ.ราชดำเนิน

"พี่น้องทั้งหลาย เนื่องจากวันที่ 13-14-15 เราหยุดงาน 16-17 เป็นวันเสาร์ อาทิตย์ เป็นลองวีคเอนท์ ขอเชิญพักผ่อน ปิคนิค ที่ ถ.ราชดำเนิน เป็นเวทีของคนดี เป็นเวทีของพลเมืองดี เป็นเวทีของผู้เคารพกฎหมาย มาร่วมต่อสู้ด้วยหัวใจเบิกบาน แจ่มใส แน่วแน่ และขอกระซิบอาหารดี ดนตรีไพเราะที่นี่ครับ"

"พี่น้องที่เคารพทั้งหลาย การต่อสู้ของคนดี ยากหน่อย แต่ว่าชัยชนะยิ่งใหญ่และโลกยกย่อง การต่อสู้ของเราจะชนะได้ พี่น้องทั้งประเทศต้องร่วมมือกับเรา มาสู้ร่วมกับเรา วันนี้พี่น้องมาชุมนุมกันที่นี่ และด้านหลังตั้งแต่ผ่านฟ้าจนถึงสี่แยกคอกวัวเลยไปหน่อย จำนวนประมาณ 1 หมื่น 2 แสนเศษ วันต่อขอเป็น 1 หมื่นกับ 3 แสนเศษ 1 หมื่นกับ 4 แสนเศษ และ 1 หมื่นกับ 1 ล้านในที่สุด"

สุเทพได้เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมว่า "ขอกราบแทบเท้าพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ ญาติของเรามิตรของเราออกมาตากแดดตากฝนทนทุกข์ทรมาน ต่อสู้เพื่ออนาคตของลูกหลาน อนาคตของประเทศไทย ท่านทั้งหลาย นักการเมืองเหล่านี้ ยอมทิ้งอาชีพที่ตนรัก ลาออกจากตำแหน่งมาเป็นประชาชนธรรมดา พร้อมที่จะรับผลเท่ากับประชาชน เราได้พิสูจน์จุดมุ่งหมายของเราแล้ว ขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายออกมาร่วมต่อสู้กับมวลชน เพื่อให้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เด็ดขาดยั่งยืน เป็นของประเทศไทย"

สุเทพทิ้งท้ายว่า พวกเขาประชุม ศอ.รส. แล้วมีมติสรุปว่า หลังจากวันนี้ไปแล้ว จำนวนผู้ชุมนุมทุกเวทีจะลดลง ถ้าพี่น้องประชาชนทั้งหลายต้องการเห็นชัยชนะของประชาชน พรุ่งนี้ต้องมากกว่าวันนี้ และขอประกาศว่าเราจะยกระดับการต่อสู้ของเราให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และจะประกาศให้ทราบทุกวัน เพราะเราต้องการให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เราไม่มีเวลาอีกแล้ว ขอให้คนไทยทั้งประเทศออกมา ออกมา ออกมา โดยหลังจากนั้นมีผู้ชุมนุมตะโกนว่า "ออกมา ออกมา" อย่างกึกก้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์