สาวในภาพ ‘ซารางเฮโย’ คู่บิ๊กตู่ เขียน จ.ม.ถึงนายกฯ ตู่ ห่วงตั้งกรมทหารพราน-แจกปืน อส.

"คอรีเยาะ หะหลี" สาวในภาพ "ซารางเฮโย"คู่บิ๊กตู่ เขียนจดหมายถึงนายกฯ ตู่ แสดงความเป็นห่วงการตั้งกรมทหารพรานนาวิก-แจกปืนสั้น อส. วอนทุกฝ่ายใช้สันติวิธี

4 พ.ย.2557 นางคอรีเยาะ หะหลี แกนนำสตรีบ้านส้ม ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้สูญเสียบิดาในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 และเคยเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ในฐานะผู้นำเยาวชนจากชายแดนภาคใต้ และชวน "บิ๊กตู่" ทำท่า"ซารางเฮโย"ซึ่งแปลว่า"ฉันรักเธอ"ในสไตล์เกาหลีจนเป็นข่าวฮือฮามาแล้ว ได้เขียนจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

พร้อมกันนี้ยังเผยแพร่จดหมายดังกล่าวต่อสื่อมวลชนบางส่วนด้วย โดยเรียกร้องให้ทบทวนการตั้งกรมทหารพรานและการจัดอาวุธปืนให้กับอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่ เนื้อหาในจดหมายดังกล่าวมีดังนี้

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ฝากถึงอดีต ผบ.ทบ.

"กราบเรียนท่าน ผบ.ทบ.ที่เคารพรัก (หมายถึง พล.อ.ประยุทธ์) ในนามเหยื่อใต้ ขอแสดงความห่วงใหญ่ในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่ผลออกมาว่าจะจัดงบเป็นพันๆ ล้านมาจัดตั้งกรมทหารพราน จัดหาอาวุธปืนให้กับอาสาสมัคร เราในฐานะเหยื่อ ขอให้ท่านทบทวนว่ามีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องเพิ่มงบ เพิ่มกำลัง เพิ่มอาวุธปืนลงไปในพื้นที่มากขนาดนี้

อยากทราบว่าทุกวันนี้กองกำลังที่มีอยู่เดิม ถ้าลดการใช้อาวุธปืนแล้วมาใช้อาวุธทางปัญญา ใช้จิตวิทยาเอาชนะคนในพื้นที่ จะดีกว่าไหม เพราะการใช้อาวุธปืนมันจะทำให้เกิดการท้าทายอำนาจกันมากขึ้น อาจทำให้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น คนทำงานก็ขาดความรู้ความรอบคอบ ในบางเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเองทำงานบนความหวาดระแวง ประมาท ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

ในกรณีที่ท่านจะจัดหาอาวุธให้อาสาสมัครก็เช่นกัน เราไม่เชื่อว่าการที่อาสาสมัครมีอาวุธปืนแล้วจะสามารถป้องกันตัวหรือเหตุต่างๆ ได้ สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดมันท้าทายอำนาจ คนถืออาวุธไม่มีประสบการณ์อาจใช้ปืนไปในทางที่มิชอบ สร้างปัญหามากขึ้น

กรณีทหารพรานหญิงก็เช่นกัน เราไม่อยากเห็นผู้หญิงสามจังหวัดโดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นมุสลิมเข้าไปอยู่ในวงจรความขัดแย้ง ผู้หญิงควรที่จะทำหน้าที่ของความเป็น เป็นลูก เป็นพี่ เป็นพี่น้อง ผู้หญิงที่เป็นมุสลิมต้องแต่งตัวตามหลักของอิสลามอย่างเคร่งครัด แต่เท่าที่เห็นผู้หญิงมุสลิมที่ได้เข้าไปเป็นทหารพรานหญิง ถูกบังคับไม่ให้สวมฮิญาบ ทำให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอัตลักษณ์มันดูไม่ดี และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผ่านมาทหารพรานหญิงถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิต

จึงอยากให้ทบทวนว่าสิ่งที่พยายามทำอยู่ มันใช่วิธีแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เราในฐานะเหยื่ออยากเห็นใต้สงบ แต่ไม่ใช่วิธีนี้ จึงอยากขอร้องให้ทบทวน

ปัจจุบันพี่น้องสามจังหวัดมีความเดือดร้อนเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพไม่พอใช้ รายได้ลดลง เยาวชนติดยา ไม่เรียนหนังสือ ไม่มีงานทำ ความรัก ความอบอุ่นหายไปจากครอบครัว เด็กกำพร้ามีมากขึ้น สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นสูงที่รัฐควรหาวิธีแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เราเหยื่อใต้ขอความเป็นธรรม ให้ทุกฝ่ายเห็นความเป็นคนไทย หาวิธีแก้ปัญหาแบบสันติวิธี เปิดวิธีพูดคุย ยอมถอยให้คนละก้าว หาข้อยุติที่รับได้ทั้งสองฝ่าย อะไรยอมได้ก็ขอให้ยอมๆ เพื่อพี่น้องในพื้นที่ อย่าได้สร้างปัญหาหรือเพิ่มปัญหาให้กันอีกเลย

ทุกชีวิตไม่ว่าชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนไม่ควรสูญเสีย ทุกคนมีค่ามีความหมาย รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น จึงขอวิงวอนให้ใช้สันติวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด สุดท้ายของให้ท่านและคณะโชคดี ขอบคุณค่ะ"

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์