สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ค่านิยม 12 ประการแด่นักเรียน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

ผลงานหนึ่งที่ถือว่าสะท้อนความคิดฝันย้อนยุคสมัยของชนชั้นนำไทยสมัยนี้ได้ดี คือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้เสนอ “ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ” ในรายการ”คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ต่อมา เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 กันยายน ก็ได้ย้ำว่า จะใช้ค่านิยม 12 ประการ เป็นแนวทางในการจัดระเบียบสังคม สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไป

และเพื่อให้ความสำคัญแก่นโยบายนี้ หน่วยงานราชการต่างพากันขานรับที่จะร่วมรณรงค์ เริ่มจากทาง คสช.มอบค่านิยม 12ประการ ให้ทุกหน่วยทหาร กำลังพล และครอบครัว เพื่อให้ยึดถือและปฏิบัติตาม เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงามให้กับสังคมไทย และจะนำไปสอดแทรกไว้ในหลักสูตรของกองทัพ ส่วนกระทรวงศึกษาธิการก็จะนำค่านิยม 12 ประการ นี้ไปสานต่อเป็นรูปธรรม บรรจุลงในเป้าหมายของแผนปฏิรูปการศึกษา พ.ศ.2558 และจะให้มีการปรับปรุงการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้บรรจุค่านิยม 12 ประการเข้าไปด้วย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เตรียมการให้มีการจัดสร้างภาพยนตร์สั้น 12 เรื่อง เผยแพร่ค่านิยมดังกล่าว โดยเชิญผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงมาเข้าร่วม สำหรับ พระมหาวุฒิชัย หรือ ว.วชิรเมธี ก็ช่วยสร้างความสำคัญให้กับค่านิยมนี้มากขึ้น โดยกล่าวว่า ค่านิยม 12 ประการ คสช. คล้ายคลึงกับหลักธรรมะของศาสนาพุทธ จึงเหมาะกับฟื้นจริยธรรมให้สังคมในขณะนี้

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้นำค่านิยม 12 ประการนี้ ไปปรับเป็นอาขยานให้เด็กท่องจำในโรงเรียน โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้นำเอาบทอาขยายมาให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำไปเผยแพร่และหาแนวทางขยายผล ให้นักเรียนใช้ท่องเต็มรูปแบบตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 นี้เป็นต้นไป และ นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้กล่าวด้วยว่า นอกจากการท่องอาขยานแล้ว สพฐ. จะนำมาแต่งเป็นเพลงเพื่อใช้ร้องด้วย และได้สั่งการให้ทุกเขตพื้นที่การศึกษาทำเป็นป้ายไวนิลติดตามโรงเรียนทั้งหลาย

สำหรับบทอาขยาน ซึ่งไม่เป็นที่ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์แต่งเองหรือไม่ มีเนื้อหาดังนี้

“หนึ่งรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
สองซื่อสัตย์ เสียสละ อดทนได้
สามกตัญญู พ่อแม่ สุดหัวใจ
สี่มุ่งใฝ่ เล่าเรียน เพียรวิชา
ห้ารักษา วัฒนธรรม ประจำชาติ
หกไม่ขาด ศีลธรรม ศาสนา
เจ็ดเรียนรู้ อธิปไตย ของประชา
แปดรักษา วินัย กฎหมายไทย
เก้าปฏิบัติ ตามพระ ราชดำรัส
สิบไม่ขาด พอเพียง เลี้ยงชีพได้
สิบเอ็ดต้อง เข้มแข็ง ทั้งกายใจ
สิบสองไซร้ คิดอะไร ให้ส่วนรวม”

อันที่จริง การแต่งเพลงรณรงค์สร้างค่านิยมเพื่อปลูกฝังความคิดให้เด็กและเยาวชนได้มีมาก่อนแล้วตั้งแต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อาจจะเริ่มจาก พ.ศ.2445 ที่กระทรวงธรรมการ ได้เผยแพร่ “บทดอกสร้อยสุภาษิต” 34 บท มีบทแรก ที่ขึ้นต้นว่า “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา” จากนั้น ที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ เพลง “เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน” ซึ่งใช้รณรงค์สมัยเผด็จการของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในขณะที่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ณรงค์ พิพัฒนาศัย ยังเป็นเด็กอยู่ในโรงเรียน แต่ที่น่าสังเกตคือ เพลงนี้ไม่ได้บังคับให้เด็กท่องเป็นอาขยาน ต่อมา เมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โรงเรียนก็ลดการปลูกฝังอาขยานในลักษณะนี้ เพราะได้สร้างเป้าหมายที่จะให้เด็กและเยาวชนรู้จักคิดเป็นด้วยตนเองมากขึ้น การสร้างคำขวัญและการรณรงค์สร้างความคิดโดยผู้นำ และรณรงค์ให้เด็กรับเป็นอาขยานจึงไม่ปรากฏขึ้นอีก จนกระทั่งถึงสมัย คสช.นี้เอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้เกิดปฏิกิริยาอันน่าสนใจ คือ ได้มีกลุ่มนักเรียน เรียกว่า “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกค่านิยม 12 ประการ โดยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักเรียนได้รวมตัวหน้ากระทรวงศึกษาธิการ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการใช้หลักค่านิยม 12 ประการในการชี้นำความคิดเยาวชนไทย ตัวแทนของกลุ่มได้อ่านบท "อาขยานถึงท่านผู้นำ" เพื่อคัดค้านกรณีที่รัฐบาลพยายามสร้างชุดความดีชุดเดียวให้คนนับถือ โดยมองว่าคนในสังคมนั้นมีความหลากหลาย ควรยอมรับและอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายนั้น ดังนั้น กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท จึงทำเป็นแถลงการณ์เรียกร้องการยกเลิกการบังคับค่านิยม 12 ประการ ส่งถึงรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้เด็กนักเรียนทั้งหลายมาร่วมลงชื่อ

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้โทรศัพท์ไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถามหา น.ส.ณัฐนันท์ วรินทรเวช อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ทำให้ทางโรงเรียนต้องตามตัวเธอไปพบ แต่กระนั้น น.ส.ณัฐนันท์ ยังคงยืนยันการคัดค้านหลักค่านิยม 12 ประการ โดยอธิบายว่า การปลูกฝังกันแบบนี้เป็นการล้างสมอง เป็นการถอยหลังลงคลองครั้งใหญ่ของการศึกษาไทย

แต่ในวันเดียวกัน พล.ร.อ.ณรงค์  พิพัฒนาศัย ได้อธิบายว่า เรื่องนี้ตนต้องขอถามกลับไปยังเด็กกลุ่มดังกล่าวว่านโยบายค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการมีข้อใดที่ไม่ดีบ้าง  หากมองว่าการให้เด็กไทยทำความดีมันเป็นเรื่องที่ผิด ตนก็ต้องตอบว่ากลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้มีความผิดปกติอะไรหรือไม่ และว่า การปลูกฝังค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการไม่ใช่แค่ให้เด็กท่องจำเท่านั้น แต่ครูจะต้องสอนเรื่องนี้ให้เด็กเห็นภาพว่า การรักชาติ  ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  เป็นอย่างไรด้วย  เพราะตนก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้วที่จะให้เด็กต้องมาท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง ประเทศเราต้องปลูกฝังให้เด็กรักชาติให้ได้ ถ้าทำไม่ได้นักการเมืองก็จะเอาชาติไทยไปเร่ขายให้ต่างชาติตะวันตกอีก

ความจริงแล้วการรณรงค์ในเรื่องนี้ ก็คือความพยายามทำให้เด็กนักเรียนยอมรับหรือเชื่อในค่านิยมแบบเดียวกัน และเป็นค่านิยมที่ท่านผู้นำเห็นว่าเป็นคุณค่า หรือเป็นความดีงาม แล้วใช้วิธีการการบังคับเหมือนเด็กนักเรียนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา การรณรงค์เช่นนี้ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายจิตวิญญาณแห่งการตั้งคำถาม การสงสัยใคร่รู้ เพราะค่านิยมทุกอย่างถูกยัดเยียดให้แล้ว ผลผลิตที่ได้คือผู้เรียนที่มีจิตวิญญาณความเป็นทาส เชื่อทุกอย่างเหมือนกันหมด

บทความนี้ จึงขอลงท้ายด้วย ป้ายข้อความที่เขียนด้วยลายมือของนักเรียนเองว่า “หยุด 12 ค่านิยมล้างสมอง  ค่านิยม คือ สิ่งที่เราเป็นเองไม่ใช่บังคับให้เราเป็น” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกของการศึกษาแบบประชาธิปไตย ผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกับการยอมจำนนแล้วรับใช้เผด็จการคงไม่อาจเข้าใจได้

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน โลกวันนี้ วันสุข ฉบับที่ 485 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์