สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: สัญลักษณ์ชูสามนิ้ว

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

กลายเป็นเรื่องราวขึ้นมาได้ เมื่อมีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ทหารชุดมวลชนสัมพันธ์ กองกิจการพลเรือน ทหารมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 15 ได้รับแจ้งว่า มีการสร้างรูปปั้นหนุมานยักษ์ที่วัดไร่ดอน(เขากิ่ว) อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยรูปปั้นดังกล่าวมีลักษณะชูนิ้วสามนิ้ว คือ นิวชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง คล้ายเป็นสัญลักษณ์การต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จึงเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่วัด ฝ่ายทหารก็พบรูปปั้นหนุมานขนาดใหญ่มีลักษณะหมอบคลาน ทำด้วยปูนซีเมนต์ มือขวาถือตรีเพชรเป็นอาวุธ ส่วนมือซ้ายชูสามนิ้ว ช่างปั้น คือ นายสำรวย เอมโอษฐ อธิบายว่า ที่หนุมานชูสามนิ้วไม่ได้แสดงการสนับสนุนการต่อต้านรัฐประหาร หรือเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านที่ทหารเข้ามาควบคุมประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นสัญลักษณ์ที่เชิดชู 3 สถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่วนพระครูศรีธรรมรัตน์ เจ้าคณะตำบลไร่ส้ม เจ้าอาวาสวัดไร่ดอน กล่าวว่า นอกเหนือการยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของชาติแล้ว ในทางพุทธศาสนายังหมายถึง ไตรลักษณ์ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ 3 อย่าง คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา “รูปปั้นหนุมานจึงเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ผู้ที่มาพบเห็นตั้งมั่นกระทำความดี”

สรุปแล้วการตรวจสอบครั้งนี้มาจากความหวาดระแวงเกินจริงของฝ่ายทหาร คสช.ว่า ใครก็ตามสร้างสัญลักษณ์ชูสามนิ้วจะต้องหมายถึงการต่อต้านทหารที่ยึดครองประเทศ แต่ก็เป็นการย้ำอีกครั้งว่า การชูสามนิ้วของประชาชนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ ที่ฝ่ายทหารเผด็จการนั้นหวาดกลัวและวิตก ซึ่งดูเป็นสิ่งเหลือเชื่อที่ว่า การชูสามนิ้วจะสามารถไปสร้างผลสะเทือนหรือล้มล้างเผด็จการที่มีอำนาจกองทัพสนับสนุนอย่างมั่นคงได้

ความจริงสัญลักษณ์การชูสามนิ้วนั้น มีที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง เกมล่าเกม หรือ The Hunger Games ซึ่งเปิดฉายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2555 ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อเดียวกัน ที่เล่าถึงรัฐเผด็จการเบ็ดเสร็จ ชื่อ พาเน็ม มีคาปิตอลเป็นเมืองหลวง ปกครองดินแดนอีก 13 เขตอย่างกดขี่ ประชาชนต่างพากันหวาดกลัวไม่กล้าแสดงการต่อต้าน ทางคาปิตอลได้สร้างเกมล่าชีวิตขึ้นเป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงอำนาจการควบคุมของศูนย์กลาง โดยให้แต่ละเขตส่งตัวแทนเขตละ 2 คนไปเล่นเกมสังหารกันเองจนเหลือผู้ชนะคนเดียว เพื่อให้ประชาชนแต่ละเขตเกลียดชังกันร่วมมือกันต่อต้านศูนย์กลางไม่ได้ จนกระทั่งแคตนิส เอฟเวอร์ดีน เด็กสาววัย 16 ปี จากเขต 12 ถูกส่งเข้าไปแข่งขัน และได้รับชัยชนะโดยการช่วยเหลือกัน ไม่ได้มุ่งเข่นฆ่าตามแนวคิดของผู้สร้างเกม ในขณะที่อยู่ในเกม แคตนิสได้ชูสามนิ้ว ซึ่งหมายถึง “ยกย่อง ขอบคุณ และ ลาก่อน” แต่การแสดงสัญลักษณ์นี้ได้ถูกสื่อความหมายเป็นการต่อต้านแนวคิดในการเข่นฆ่าปราบปราม และการกดขี่ทารุณของคาปิตอล ในที่สุด การชูสามนิ้วที่เริ่มโดยแคตนิสจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จในเนื้อเรื่อง และความสำเร็จของภาพยนตร์นี้ นำมาซึ่งการสร้างภาคต่อมาจนถึงขณะนี้อีก 2 ภาค คือ ปีกแห่งไฟ2556) และ ม็อกกิ้งเจย์ภาค 1(2557)

สัญลักษณ์ชูสามนิ้วที่สร้างขึ้นในขณะที่ภาพยนตร์นี้ฉายไปทั่วโลก ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศใดเป็นพิเศษ แม้กระทั่งในประเทศไทย ความเข้าใจเดิมการชูสามนิ้วเช่นนี้ คือ การปฏิญาณตัวของลูกเสือสามัญ 3 ข้อ คือ 1. จะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. จะช่วยเหลือและบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น และ 3. จะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ จนกระทั่งเกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดยคณะ คสช.ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความหมายของการชูสามนิ้วจึงได้เปลี่ยนไป เพราะหลังจากการรัฐประหาร ได้มีการรื้อฟื้นอำนาจเผด็จการทหารย้อนยุคอย่างไม่น่าเชื่อ มีการตั้งรัฐบาลทหารและสภานิติบัญญัติทหารขึ้นปกครองประเทศ และมีการใช้อำนาจในการควบคุมประชาชนไม่ให้ต่อต้านคณะ คสช. อย่างไรก็ตาม การปกครองเผด็จการทหารในลักษณะเช่นนี้ ไม่เป็นที่ยอมรับของนักศึกษาประชาชนจำนวนไม่น้อย จึงได้มีความพยายามในการสร้างสัญลักษณ์ในการต่อต้านเผด็จการไทย ตั้งแต่การแต่งชุดขาว การจุดเทียนต้านรัฐประหาร การกินแซนด์วิช อ่านหนังสือ 1984 ในที่สาธารณะ และ ที่มีบทบาทมากที่สุด ก็คือการใช้สัญลักษณ์ชูสามนิ้ว

เอเอสทีวีผู้จัดการ( 7 มิถุนายน 2557)เคยเสนอความเห็นเรื่องนี้ไว้ว่า การชูสามนิ้วต้านรัฐประหารเป็นการออกแบบโดยกลุ่มคนเสื้อแดง และถูกปั่นกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์คของเครือข่ายเสื้อแดง ทั้งที่การกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จอมเผด็จการไทยไม่ได้โหดเหี้ยมแบบในภาพยนตร์ การเคลื่อนไหวเช่นนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อคืนอำนาจให้กับระบบทักษิณ ซึ่งจะต้องตกจากกระแสไป เพราะไม่มีใครให้ราคา ความเห็นของเอเอสทีวีผู้จัดการเกือบถูก ถ้าไม่มีใครให้ราคาจริง แต่กลับกลายเป็นว่า สัญลักษณ์นี้กลายเป็นกระแสสำคัญ เพราะฝ่ายเผด็จการทหารให้ค่ากับสัญลักษณ์นี้เอง

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไปเปิดงานกิจกรรมที่จังหวัดขอนแก่น ได้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นทั้ง 5 คนบุกเข้ามาถอดเสื้อคลุม เผยให้เห็นตัวอักษรคำว่า "ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร" บนเสื้อยืดสีดำ พร้อมชู 3 นิ้วต้านรัฐประหาร นักศึกษาทั้งหมดถูกฝ่ายทหารควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ แม้ว่าจะถูกปล่อยตัว แต่ก็ทำให้สัญลักษณ์การชูสามนิ้วของนักศึกษาไทยเป็นข่าวไปทั่วโลก แต่ต่อมา ในวันที่ 1 ธันวาคม พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้กล่าวหาว่า จากการที่ตนได้ดำเนินการหาข่าวพบว่า กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวถูกว่าจ้างมา เพื่อต้องการแย่งชิงพื้นที่สื่อของนายกรัฐมนตรี โดยได้รับการว่าจ้างมาจำนวน 50,000 บาท จากนักการเมืองในพื้นที่ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า แม่ทัพภาคที่ 1 ก็ไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อยืนยันคำกล่าวหา หรือมีการจัดการให้มีการดำเนินคดีเรื่องนี้ต่อไปแต่อย่างใด

กรณีนี้กระทบกับการฉายหนัง เพราะกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนผู้สนใจ ชมภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ : ม็อคกิ้งเจย์ พาร์ท 1 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน รอบ 12.00 น. ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า โดยจัดกิจกรรม ในแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า "ชูสามนิ้ว หิ้วป๊อบคอร์น เข้าโรงหนัง" ปรากฏว่า โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กได้ยกเลิกการฉายภาพยนตร์รอบดังกล่าว และถอดภาพยนตร์เรื่องออกจากโปรแกรม เพราะมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปพูดคุยกับทางโรงภาพยนตร์แสดงความกังวลใจต่อกิจกรรมเช่นนั้น และต่อมาตำรวจก็ยังได้ควบคุมตัวนักศึกษา 3 คน ที่ชูสามนิ้วในวันเปิดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ที่โรงภาพยนตร์สยามพารากอน

สรุปแล้ว สัญลักษณ์จากชูสามนิ้วจากภาพยนตร์ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลัง ส่วนหนึ่งเพราะความหวาดระแวงของฝ่ายทหารนั่นเอง ทำให้หนุมานก็ต้องสงสัยว่าจะต่อต้านเผด็จการ แต่ถ้ากล่าวในอีกด้านหนึ่ง ตราบเท่าที่ระบอบเผด็จการยังคงมีอยู่ การต่อต้านก็จะมีต่อไป ตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์ที่รักเสรีภาพ และประชาธิปไตย การทำลายความหมายของสัญลักษณ์ชูสามนิ้วที่ดีที่สุด ก็คือการคืนระบอบประชาธิปไตยให้กับประเทศ และจะเป็นวิธีเดียวในการคืนความสุขให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง

 

 

เผยแพร่ครั้งแรกใน โลกวันนี้วันสุข ฉบับที่ 496 วันที่ 27 ธันวาคม 2557

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์