ป.ป.ช.แถลงถอดถอน-ยิ่งลักษณ์ยันจำนำข้าวไม่ใช่เรื่องผิดหากทำแล้วชาวนามีเงิน

สนช. เริ่มพิจารณาถอดถอนยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว 'วิชา มหาคุณ' ระบุนายกรัฐมนตรีไม่ยอมระงับยับยั้ง ทั้งที่ทราบว่าความเสียหายจะเกิดขึ้น ขณะที่ 'ยิ่งลักษณ์' ชี้แจงว่าจำนำข้าวเพื่อให้ชาวนาได้รับส่วนแบ่งและรายได้ที่เป็นธรรม ไม่ใช่โครงการใหม่หลายรัฐบาลเคยปฏิบัติมาแล้ว เมื่อชาวนามีรายได้มากขึ้นถือว่าประสบความสำเร็จ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้แท้จริง

9 ม.ค. 2558 - สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ ซึ่งเริ่มในเวลา 10.00 น. มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งข้อกล่าวหาว่า ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดย อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดด้วยตนเอง และยืนยันว่า พร้อมชี้แจงโต้ข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ในทุกประเด็น ทั้งนี้ทางฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเป็นผู้แถลงหลัก และมีผู้ติดตามร่วมแถลงชี้แจงข้อมูลในบางเรื่อง โดยมีผู้ติดตามรวม 8 คน ได้แก่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรักษานายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย ยรรยง พวงราช  อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมทนายความนำโดยนายพิชิต ชื่นบาน และคณะอีก 3 คน

โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เริ่มแถลงเปิดสำนวนในเวลา 10.20 น. โดยตอนหนึ่งแถลงอ้างอิงการแถลงปิดบัญชีจำนำข้าวนาปีและนาปรังของกระทรวงการคลังตั้งแต่ปี 2554/2555  2555/2556 ซึ่งมีผลขาดทุนร่วมหลายแสนล้านบาท รวมถึงอ้างอิงผลการวิจัยของทีดีอาร์ไอเกี่ยวกับผลเสียของโครงการจำนำข้าว

ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า ตอนหนึ่งของแถลง นายวิชากล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ติดตามโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลพบว่าก่อให้เกิดการทุจริต นอกจากนี้ผู้ถูกกล่าวหาคือนายกฯได้รับทราบผลการดำเนินงานจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องของการตรวจสอบการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และจากการรายงานการปิดบัญชีข้าวได้มีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะประธานนโยบายข้าวแห่งชาติได้ทราบ แม้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อเท็จจริงแต่ก็ยังดำเนินการในการรับจำนำข้าวเปลือกต่อมาแม้จะถูกท้วงติงและให้หยุดทำโครงการนี้ แต่ในฐานะของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งอยู่ในฐานะประธานนโยบายข้าวแห่งชาติก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ทั้งๆ ที่ควรจะยับยั้งโครงการตั้งแต่แรกๆ ที่ทราบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับโครงการแต่นายกฯ และคณะรัฐมนตรีทุกคนที่กี่ยวข้องก็ยังยืนยันดำเนินการต่อไป การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาโดยยุติหรือยกเลิกโครงการในการยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายจากการดำเนินโครงการมากยิ่งขึ้นถือว่าเป็นสภาพการรับจำนำข้าวที่เกิดความเสียหายร้ายแรงที่สุด

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าพฤติการณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่ยับยั้งโครงการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งบทบัญญัติอันเป็นมูลเหตุที่ทำให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้แต่อำนาจในการถอดถอนเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทุกท่านที่อยู่ณที่นี้ที่มีการรับรองไว้แล้วอย่างไรก็ดีการดำเนินการในเรื่องของการถอดถอนเป็นเรื่องของหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใสในการตรวจสอบเพื่อให้ปรากฎต่อสาธารณชนว่าในการดำเนินการบริหารแผ่นดินต้องมีจริยธรรมสูงสุด การทำหน้าที่ของผู้บริหารแผ่นดินนอกจากซื่อสัตย์สุจริตแล้วต้องเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนกระบวนการในการถอดถอนเป็นการตรวจสอบว่าท่านยังอยู่ในความไว้วางใจของประชาชนหรืออยู่ในศรัทธาของประชาชนอยู่หรือไม่

"กระผมเข้าใจดีกว่าที่นายกฯ แก้ข้อกล่าวหามาว่าต้องรับผิดชอบเป็นหมู่แต่อย่างไรก็ดีในส่วนตัวของนายกฯ เองได้ลงไปทำหน้าทีประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้วยนอกเหนือจากการทำหน้าที่ของนายกฯการปฏิเสธว่าเป็นการทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีโดยภาพรวมก็อาจจะอ้างได้แต่ตัวนายกฯท่านก็ต้องรับผิดและรับชอบด้วยคือเมื่อมีโอกาสแก้ไขและหยุดยั้งความเสียหายก็ควรหยุดยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามต่อไป"

อนึ่งตามที่นายวิชา อ้างถึงรายงานของทีดีอาร์ไอนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ ทีดีอาร์ไอ ในฐานะผู้รับผิดชอบจัดทํารายงานวิจัยโครงการนโยบายข้าว เคยทำหนังสือชี้แจงว่า "งานวิจัยของนักวิชาการไม่ใช่งานสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้กระทําผิด ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นักวิชาการมีเพียงหน้าที่ศึกษาหาต้นตอของการทุจริตเพื่อหาทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเท่านั้น โปรดกรุณาอ้างอิงและใช้ประโยชน์งานวิชาการให้ถูกที่ถูกทางด้วยครับ" (อ่านข่าวก่อนหน้านี้)

ทั้งนี้ วอยซ์ทีวี รายงานคำชี้แจงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ชี้แจงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า ประเด็นการถอดถอนนี้ได้ส่งผลกระทบต่ออนาคตของชาวนาไทย เนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่ชาวนาได้ประโยชน์ ที่ผ่านมาชาวนามีรายได้ที่ต่ำสุดในประเทศ ราคาข้าวตกต่ำ โครงการจำนำข้าวก็เพื่อให้ชาวนาได้รับส่วนแบ่งและรายได้ที่เป็นธรรม ตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ยืนยันโครงการจำนำข้าวไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เคยได้ปฏิบัติมาแล้ว และโครงการไม่ปรากฎหลักฐานทุจริต ซึ่งรัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส

การทำโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้บิดเบือนกลไกลข้าว ราคาข้าว 15,000 บาท ต่อตัน เป็นรายได้ที่เพียงต่อเกษตรกร และให้ราคาข้าวมีราคาสูงในระบบ ชาวนาที่เข้าหรือไม่เข้าโครงการได้ประโยชน์ ซึ่งไม่ควรคิดกำไรหรือขาดทุน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากชาวนามีเงิน เศรษฐกิจโดยรวมก็จะดีขึ้น และที่ผ่านมาชาวนามีรายได้ที่มากขึ้น เงินเก็บมากขึ้น ชาวนาพอใจ ถือว่าโครงการประสบความสำเร็จ ที่พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง

ยิ่งลักษณ์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาพยายามเสนอหลักฐานต่อ ป.ป.ช. หลายชิ้น แต่ ป.ป.ช.เลือกที่จะพิจารณาหลักฐานจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีเท่านั้น พร้อมยืนยันการทำโครงการได้มีการพัฒนาปรับปรุงมาตลอดเพื่อไม่ให้ผิดพลาดเหมือนโครงการประกันราคาข้าว และได้เน้นย้ำไม่ให้เกิดการทุจริตในทุกโครงการ ไม่ได้ละเลยต่อข้อแนะนำต่างๆจากป.ป.ช.และสตง.โดยให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ให้หน่วยงานต่างๆได้เข้มงวดในทุกโครงการ การที่ป.ป.ช.เอางานวิชาการของ TDRI ชิ้นเก่ามากล่าวหา และ สตง.เสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าวเมื่อ 30 ม.ค. 57 ขณะนั้นได้ยุบสภาแล้ว จึงไม่สารมารถดำเนินการได้

ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ได้ขอความเป็นธรรมต่อ สนช. ว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.นำมาดำเนินคดีไม่ใช่สิ่งที่ปกติ ยันที่ผ่านมามุ่งมั่นทำงานอย่างซื่อสัตย์ ไม่คิดทุจริต และหากประเทศจะเดินหน้าปรองดองได้ ความยุติธรรมต้องมาก่อน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์