ส.ส.เพื่อไทย ขอนแก่น-สกลนคร ชี้ 'ประยุทธ์-เฉลิมชัย' ทำลายชีวิตเกษตรกร ปล่อยลัมปีสกินระบาด-ข้าวราคาตก

สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร และภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ 'ประยุทธ์' และ 'เฉลิมชัย ศรีอ่อน' รมว.เกษตรฯ ปมจัดการสถานการณ์โรค 'ลัมปีสกิน' ในสัตว์ล้มเหลว ปล่อยปละละเลยให้มีการระบาดจนเกิดความเสียหายหลักหมื่นล้าน พร้อมทวงถามสัญญา 'ข้าวตันละ 18,000 บาท' เหตุใดราคารับซื้อจริงจึงต่ำกว่า รบ.ยิ่งลักษณ์

สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าการบริหารประเทศของทั้ง 2 คนไม่ได้ผิดพลาดเพราะโรคระบาดโควิด-19 ในคนเท่านั้น แต่ยังมีโรคลัมปีสกิน ซึ่งเป็นโรคระบาดในปศุสัตว์ที่สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สกุณา กล่าวว่า 'ลัมปีสกิน' ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ แต่เคยระบาดในหลายประเทศรวมทั้งประเทศในแถบเอเซีย มีข้อมูล องค์ความรู้ งานวิจัยจากหลายประเทศออกมาให้ศึกษาเรื่องการจัดการวิกฤตอย่างชัดเจน ในเดือน ต.ค. 2563 องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ออกรายงานเตือนกัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์, เวียดนาม และไทยให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับการระบาด นอกจากนี้ยังมีเอกสารงานวิจัยจาก Agriculture of forestry and Fishery Republic of South Africa ให้ข้อมูลอัตราการระบาด จะเกิดขึ้น 5-45% และอัตราการตาย 10% พร้อมระบุความร้ายแรงของโรค มากสุดคือตาย แต่ตัวที่รอดก็มีผลิตภาพลดลง เช่น เติบโตช้า แม้วัวที่หายแล้วมีโอกาสที่จะสูญเสียการเจริญพันธุ์อย่างถาวร หรือ เป็นหมันถาวร

 

สำคัญที่สุด มีหนังสือเวียนของกรมปศุสัตว์ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ เรื่องเฝ้าระวังการเกิดโรคลัมปีสกิน เผยแพร่ในเดือน ส.ค. 2563 แปลว่ากรมปศุสัตว์ รับรู้ปัญหามาโดยตลอด แต่กลับปล่อยปละละเลยให้มีความเสียหายเกิดขึ้นขนาดนี้ ประเทศไทยมีวัวอยู่โดยประมาณ 7,000,000 ตัว การติดเชื้ออาจไปถึง 7 แสนถึง 3.5 ล้านตัว เมื่อคิดอัตราสูงสุดที่จะเป็นไปได้ อัตราการตายอาจจะสูงถึง 70,000-350,000 ตัว

 

“นี่คือความเสียหายที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้น คือข้อมูลที่จะทำให้เราตระหนักแล้วว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นมากมายมหาศาลเพียงใด และเราสามารถเตรียมการป้องกันได้” สกุณากล่าว

สกุณา กล่าวว่า วันนี้จำนวนวัวตายสะสมแตะครึ่งแสน จำนวนวัวป่วยสะสมกว่าครึ่งล้าน ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาที่ชาวบ้านต้องจ่ายเองและสุดท้าย ยังมีความเสียหายจากการเสียผลิตภาพ และสภาวการณ์เจริญพันธุ์ อาทิ วัวเป็นหมัน ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต รวมความเสียหายครั้งนี้ มูลค่านับหมื่นล้าน ประเมินความเสียหาย ได้ดังนี้ สัตว์ตาย 39,299 X 30,000 = 1,179 ล้านบาท ค่ารักษา 547,896 X 5,000 = 2,740 ล้านบาท ความสูญเสียผลิตภาพ 518,596 X 15,000 = 7,780 ล้านบาท รวมมูลค่า 11,700 ล้านบาท

“ที่เจ็บปวดคือ เงินจำนวนนี้เป็นเงินของเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศที่ต้องจ่ายเพื่อสังเวยความไม่รู้ปัญหา การไม่มีความรู้ ความประมาทเลินเล่อของรัฐมนตรี” สกุณากล่าว

เปิดโปงแผนทำลายจำนำข้าวแต่ฆ่าชาวนา '7 ปี ประยุทธ์ เกษตรกรทุกข์ระทม'

ภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวกลาโหม และเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่บริหารประเทศล้มเหลวผิดพลาด ปล่อยปละละเลยการแก้ไขปัญหาเกษตรกร สร้างปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร 15 ล้านคน โดยเฉพาะชาวนา ยิ่งยากลำบากจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งวันนี้เรียกได้ว่าราคาข้าวต่ำกว่าราคาอาหารสัตว์ไปแล้ว

ภาควัต ชี้ว่า นับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ จากการรัฐประหาร 2557 ตลอด 7 ปี ไม่สนใจยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมาตลอด 7 ปีเกษตรกรยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง พี่น้องชาวนาต้องเผชิญกับปัญหาราคาข้าวถูกกว่าราคาอาหารสัตว์ ขณะที่ราคาข้าว 1 กิโลกรัมแลกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้เพียง 1 ซอง ราคาข้าวถูกกว่าอาหารสัตว์ อาหารหมูกิโลกรัมละประมาณ 20 บาท อาหารวัวกิโลกรัมละ 12 บาท แล้วพี่น้องเกษตรกรจะอยู่กันอย่างไร

วันนี้ท่านทานข้าว หรือทานอาหารสัตว์ ถึงทำเป็นไม่รู้เรื่องความทุกข์ของพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรแบกรับภาระ จนหนี้สินพอกพูน ตลอดเวลา 2 ปีที่พี่น้องเกษตรกร รอคอยคำมั่นสัญญาในการหาเสียงของพรรครัฐบาลว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ปรับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น จึงขอเป็นตัวแทนเกษตรกร กระดูกสันหลังของชาติ 3.7 ล้านครัวเรือน ประมาณ 15 ล้านคน ทวงถามราคาข้าวหอมมะลิที่ท่านหาเสียงไว้ 1.8 หมื่นบาทต่อตัน และราคา

"ข้าวเจ้า 1.2 หมื่นบาทต่อตัน เพราะวันนี้พี่น้องเกษตรกำลังจะล้มละลายกันหมดแล้ว ชาวนากำลังตายทั้งเป็น พลเอกประยุทธ์จึงไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป"

ย้อนกลับไปหลังการยึดอำนาจในปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหารได้ล้มโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งพี่น้องชาวนาได้ประโยนชน์ ทำให้ชาวนามีรายได้ดีขึ้น สร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการเงินที่ดูแลพี่น้องเกษตรกร ชาวนาได้รับเงินตรงจาก ธกส.และเป็นส่วนสำคัญในการหมุนเวียนเศรษฐกิจประเทศ

“ผมเป็นผู้แทนฯ จากภาคอีสาน เห็นพี่น้องชาวนา ปลูกข้าวมาตั้งแต่จำความได้ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาเป็นนายกฯพี่น้องชาวนายิ้มได้อย่างมีความสุข ได้นับเงิน หมดหนี้สิน ส่งลูกเรียนสูงๆได้ มีความฝัน มีความหวัง มีบ้าน มีรถ มองเห็นอนาคตที่มั่นคง เพราะรัฐบาลก่อนหน้าที่พลเอกประยุทธ์จะเข้ามาให้ความสำคัญแก่ภาคการเกษตรมากและในเวลาเดียวกันก็สามารถยกระดับราคาสินค้าการเกษตรควบคู่ไปกับการเพิ่มผลผลิต ทำให้เกษตรกรในชนบท มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เมื่อพลเอกประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ ไม่เข้าใจ ไม่ให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร เปลี่ยนนโยบายเพียงเพื่อเอาชนะทางการเมือง ทำให้พี่น้องเกษตกรกำลังมีความหวังในอนาคตของตัวเอง อยู่ดีกินดี ลูกหลานได้เรียนหนังสือต้องความหวังพังทลาย”

การมุ่งเอาชนะทางการเมืองนั้นมีหลักฐานเป็นเอกสารการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ครั้งที่ 3/2558 วันที่ 18 พ.ค. 2558 ซึ่งมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงคดีข้าว พลเอกประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ นบข. ได้ให้ข้อสังเกตที่มีลักษณะเป็นการสั่งการ “คณะกรรมการการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด เพื่อเรียกค่าเสียหายจากอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรตามโครงการรับจำนำข้าว” (แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) ระบุให้คณะกรรมการฯ นำส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง พิจารณาตั้งเรื่อง เรียกค่าเสียหายจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม สิ่งนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้มีอคติและใช้การทำลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งสุดท้ายสร้างปัญหา

ความด้อยความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินของพลเอกประยุทธ์ ได้สร้างความทุกข์ยากให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ มักอ้างว่าโครงการรับจำนำข้าวต้องใช้หนี้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดด้วยวาทะกรรมอันเป็นเท็จ

“เลิกเสียทีเถอะครับ การเอาตัวรอด โดยโยนความผิดให้คนอื่น เวลารัฐบาลทำอะไรไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ก็อ้างว่าเป็นผลมาจากรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้ลูกผู้ชายชาติทหาร เขาไม่ทำกัน การแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่ามาเล่นวาทกรรม หรือสำนวนโวหาร เมื่อไม่ชอบและมีอคติกับโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีโครงการอะไรที่ดีกว่าหรือแม้แต่ดีเท่ากันมาช่วยชาวนา ควรยอมรับตรงๆ เลยดีกว่าว่า ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ชาวนาจึงมีแต่น้ำตานองหน้า อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”

ขอแนะนำให้ท่านไปอ่านหนังสือ ‘ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา’ ซึ่งจะขอมอบให้ท่านประธานผ่านไปยังนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเติมอาหารให้กับสมอง เผื่อจะสามารถเพิ่มเซลล์ในสมองท่านให้มากกว่า 84,000 เซล

‘ความอดอยากหิวโหยของประชาชน เป็นความล่มสลายพังพินาศทางเศรษฐกิจของชาติ’ หากยังไม่วางมือเพื่อลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ท่านนั่นแหละคือผู้ก่อความพินาศทางเศรษฐกิจของชาติ ด้วยมือของท่านเอง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์