ร้อยโทที่ลพบุรี ชี้ชาวบ้านไม่มีเซลล์สมอง จึงแก้ปัญหาที่พิพาท 20 ปี ไม่จบ

ชาวบ้านหนองยายโต๊ะ เข้ายื่นหนังสือนายอำเภอชัยบาดาล เพื่อช่วย ร้อยโทไม่ให้ถูกผู้บัญชาการเอาผิดฐานไม่รู้ปัญหาในพื้นที่ ด้านร้อยโทชี้ปัญหาชาวบ้านแก้มาแล้ว 20 ปี ไม่จบ เป็นเพราะชาวบ้านไม่มี ‘เซลล์สมอง’

ที่มาภาพ : เฟซบุ๊ก ที่ว่าการอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในที่สาธารณประโยชน์ตำบลหนองยายโต๊ะทับซ้อนกับที่ทำกินกว่า 30 คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ศรีชัย ตันทะโสภณ นายอำเภอชัยบาดาล ปลัดอำเภอชัยบาดาล และร.ท.เกรียงไกร อุปการะ โดยแทนชาวบ้านได้ชี้แจงความเป็นมาของปัญหาและกระบวนการแก้ไขปัญหาที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันว่า ปัญหาดังกล่าวได้มีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี จนกระทั่งปัจจุบันมีการตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ร่วมกับหน่วยงานราชการพบว่ากรณีที่สาธารณประโยชน์หนองปลิง และที่สาธารณประโยชน์โนนก้อม มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงผิดพลาดคลาดเคลื่อน ส่วนกรณีที่สาธารณประโยชน์หนองริ้นร้านอยู่ระหว่างการตรวจสอบและหาขอบเขตที่สาธารณประโยชน์ แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการไม่ดำเนินแก้ไขปัญหา จึงทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้าปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ศรีชัย กล่าวว่า ตนพึ่งย้ายเข้ามารับตำแหน่ง แต่ไม่ต้องห่วงถ้าเรื่องจริงเป็นอย่างไรก็แก้ไปแบบนั้น กรณีที่สาธารณประโยชน์หนองปลิง และที่สาธารณประโยชน์โนนก้อม หากมีความชัดเจนแล้วก็ให้แก้ไขไปก่อน ส่วนกรณีที่สาธารณประโยชน์หนองริ้นร้านถ้ายังไม่ชัดเจนก็ต้องตรวจสอบก่อน ปัญหามีความซับซ้อนต้องช่วยกันแก้ไปทีละเปลาะ จะให้แก้ไขเสร็จพร้อมกันทั้งหมดคงไม่ได้

ด้าน ร.ท.เกรียงไกร ระบุว่า ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาใช้เวลานานกว่า 20 ปี จนชาวบ้านบางคนมีอายุกว่า 70  ปีแล้ว เพราะชาวบ้านไม่มีเซลล์สมอง จึงทำให้การแก้ไขปัญหาใช้เวลานานแบบนี้  หากแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการแบบนี้ให้แก้ไปจนตายก็แก้ไม่ได้ จึงอยากให้เอาเรื่องที่ผ่านมาทิ้งให้หมด เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ เริ่มต้นแก้ไขปัญหากันใหม่ เรื่องนี้มันต้องใช้เซลล์สมองในการแก้ไขปัญหา

ด้าน ศรีชัย กล่าวต่ออีกว่า ตนมาเป็นนายอำเภอชัยบาดาล มีหน้าที่รับใช้พี่น้องอยู่แล้ว พร้อมที่แก้ไขปัญหาถ้าทำให้จบในช่วงที่ผมเป็นอำเภอที่นี่ได้ผมก็จะรีบทำ เพราะส่วนใหญ่นายอำเภอก็จะย้ายทุก 2 -3 ปี แต่ต้องขอเวลาศึกษาข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมสักหน่อย และตอนบ่ายพรุ่งนี้ ผมจะเดินทางไปขอสอบถามข้อมูลในหมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากสัมชาคนจนเปิดเผยว่า การที่ชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนดังกล่าวนั้น เนื่องมาจาก ร.ท.เกรียงไกร ได้บุกเข้าไปข่มขู่ชาวบ้านในการประชุมพ่อครัวใหญ่สมัชชาคนจนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าเป็นการประชุมที่ไม่ได้ขออนุญาตและขัดคำสั่ง คสช. แต่เมื่อชาวบ้านยืนยันว่าขออนุญาตนายก อบต. แล้ว รท.เกรียงไกร ก็ไม่สามารถกล่าวหาอะไรได้ และ รท.เกรียงไกรเกรงว่าเมื่อผู้บังคับบัญชาถามมาจะไม่ทราบเรื่อง จึงได้ขอให้ชาวบ้านไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อนายอำเภออีกครั้ง เนื่องจาก ร.ท.เกรียงไกร มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอชัยบาดาลเป็นเวลา 9 เดือนแล้ว แต่ไม่เคยรับรู้ว่ามีปัญหาดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ ดังนั้นการเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอำเภอชัยบาดาลในครั้งนี้  จึงเป็นการช่วยเหลือ รท.เกรียงไกร เพื่อไม่ให้มีความผิดหากผู้บังคับบัญชาสอบถามแล้วไม่ทราบเรื่อง โดยไม่ได้หวังผลในการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันเฟซบุ๊กแฟนเพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า แหล่งข่าวจากสมัชชาคนจนแจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.10 น. ในที่ประชุมสมัชขาคนจนที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้มีทหารจำนวน 6 นาย นำโดย ร.ท. เกรียงไกร อุปการะ เข้ามาและสั่งผู้เข้าร่วมประชุมห้ามออกไปจากห้องและสอบถามว่าใครเป็นหัวหน้า

ร.ท.เกรียงไกรกล่าวว่า “เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ชุมนุมเกินกว่า 4 คน” แต่เมื่อชาวบ้านชี้แจงว่าเป็นเพียงการประชุมไม่ใช่การชุมนุมและมีการขอ อนุญาตนายกองค์กรบริหารส่วนตำบลแล้ว แต่ร.ท.เกรียงไกรแจ้งแก่ชาวบ้านว่าตั้งแต่ 2 คนมาอยู่ด้วยกันก็ถือเป็นการชุมนุมแล้วจากนั้นจึงให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ติดต่อเรียกนายก อบต. มายังที่ประชุม

ร.ท.เกรียงไกรได้สอบถามกับชาวบ้านว่าประชุมเรื่องที่ดินเขื่อนป่าสักหรือไม่ และถามหาบุคคลที่ชื่อระรินว่าเป็นหัวหน้าของชาวบ้านและเป็นนายหน้าด้วยหรือ ไม่และกล่าวว่ามีคนชอบมาหากินกับชาวบ้านและชาวบ้านก็ไม่ค่อยมีเซลล์สมองทำ ให้ถูกหลอกไปเรื่อย ซึ่งชาวบ้านก็ได้ตอบร.ท.เกรียงไกรไปว่าไม่ใช่เรื่องเขื่อนแต่เป็นเรื่องที่ ทำกินในตำบลหนองยายโต๊ะ

ร.ท.เกรียงไกร ก็ตอบว่าเขาทราบเรื่องหนองยายโต๊ะเพราะมีเรื่องร้องเรียนมาเป็นแฟ้มแล้วถาม ชาวบ้านว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว ชาวบ้านตอบว่าอยู่ที่ผู้ตรวจราชการสำนักนายก ชาวบ้านได้ย้อนถามที่เขาอ้างว่าได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วเขากลับบอกว่าได้ รับแล้วแต่ยังไม่ได้อ่าน

นอกจากนี้ ร.ท.เกรียงไกรยังได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มาด้วยถ่ายรูปบันทึกการ ประชุมของชาวบ้าน รวมทั้งได้ทำการยึดกระดาษรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมและสรุปผลการประชุมไปด้วย แต่เมื่อชาวบ้านเอากล้องออกมาถ่ายรูปก็ข่มขู่ห้ามไม่ให้ถ่ายรูป

เมื่อนายก อบต. เดินทางมาถึง ร.ท.เกรียงไกรได้สอบถามว่าได้ขออนุญาตจัดการประชุมหรือไม่ นายก อบต. ตอบว่าขออนุญาตแล้ว แต่เขาลืมแจ้งทหาร ร.ท.เกรียงไกรจึงบอกว่าแค่มาสอบถามเท่านั้นเกรงว่าจะถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิ เขาแจ้งว่าจะประสานนายอำเภอให้มารับหนังสือเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านรับปากจะไปยื่นหนังสือร้องเรียน ทหารทั้ง 6 นาย จึงเดินทางกลับ

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์