ประยุทธ์แจงห้าม ‘คณะส่องโกงราชภักดิ์’ เพราะกลัวปะทะ เตือนห้ามแล้วไม่เชื่อก็ดูแลตัวเอง

‘ประวิตร’ จ่อดำเนินคดีหมิ่นฯ-พ.ร.บ.คอมฯ ‘ผังราชภักดิ์’ ยันไม่ 2 มาตรฐานกรณีพุทธอิสระชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐ ‘อนุพงษ์’ เผยไม่ยุ่งสอบอุทยานราชภักดิ์ ตร. เล็งใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาดูแลความสงบ ตร. เล็งใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาดูแลความสงบ

8 ธ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ขบวนการประชาธิปไตยใหม่และประชาชนเดินทางไปตรวจสอบความโปร่งใสอุทยานราชภักดิ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงเหตุที่ห้ามเพราะไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันกับคนที่เห็นต่าง และป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งหากห้ามปรามแล้วยังไม่เชื่อฟัง จากนี้ไปหากจะเดินทางไปขอให้ดูแลตัวเอง

"ในเมื่อมันจะไปสู่การขัดแย้ง ไปสู่ความไม่สงบ อยากไม่สงบกันอีกหรือเปล่า ก็ขยายเข้าไป ถ้างั้นทุกวัน เดี๋ยวไปสิไป กลุ่มไหนอยากจะไปไปเลย แล้วมันตีกันอีกที แล้วท่านห้ามก็แล้วกัน นะ ผมไม่รับผิดชอบอะ แล้วก็กลับมาอีก พูดอย่างงี้ไมรับผิดชอบต้องดูแลประชาชน มันจะเอาอะไรกับผมมากกว่านี้วะ หะ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ขณะที่ข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีว่าจะให้ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นั้น นายกฯ ย้ำว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว และขอให้สื่อเสนอข้อมูลที่เป็นจริง อย่าสร้างความสับสนจนนำไปสู่ความขัดแย้ง

ประวิตรจ่อดำเนินคดีหมิ่นฯ-พ.ร.บ.คอมฯ ‘ผังราชภักดิ์’ ยันไม่ 2 มาตรฐานกรณีพุทธอิสระชุมนุมหน้าสถานทูตสหรัฐ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า จะทำให้ตนทำอย่างไรและยังมีความไม่เข้าใจอยู่ ซึ่งตนปล่อยให้คนทั้งสองกลุ่มมาตีกันไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบ อีกทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มนักศึกษา มีการรวมตัวแล้ว ดังนั้นขอให้อยู่เฉยๆและรอการชี้แจงก่อน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงกลาโหม หากมีความชัดเจนจะมีการออกแถลงข่าวให้รับทราบ ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ดำเนินการ หากจะมีการต่อสู้ทางความคิดหรือในเฟซบุ๊ก ขออย่ามาเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ซึ่งการกระทำของกลุ่มดังกล่าวเป็นเชิงสัญลักษณ์ และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเป็นผู้บริจาคเงินที่รู้สึกหวงแหนสถานที่ ถ้ายังมีความขัดแย้งจะอดเลือกตั้ง

ส่วนกรณีเอกอัครทูตอังกฤษโพสต์ทวิตเตอร์ถึงกรณีการชุมนุมหน้าสถานเอกอัครทูตสหรัฐอเมริกาของอีกฝ่ายที่สามารถทำได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลใช้เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยกับทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน การดำเนินการเพื่อป้องกันผิดตรงไหน ไม่ใช่ตนจะปล่อยไปเฉยๆ และยืนยันว่าไม่ได้สองมาตรฐานในการใช้มาตรการกับผู้ชุมนุม เป็นการคิดกันไปเอง รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสงบ ไม่ขัดแย้ง และไม่เสียเลือดเนื้อ อย่างไรก็ตามคงต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง

ส่วนมาตรการในการรับมือหากมีกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว ยืนยันว่าก็จะเช่นเดียวกับกรณีที่ผ่านมา ตนขออย่าออกมาแสดงทางสัญลักษณ์เพราะอาจมีการพ.ร.บ.ชุมนุมออกมาบังคับใช้ และตนมองว่าไม่ทีความอึมครึมของบรรยากาศในการตรวจสอบเช่นเดียวกับที่มีการมองจากสังคม

พร้อมกันนี้กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่แผนผังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบว่าเป็นใคร เพราะทำผิดในฐานหมิ่นประมาท และผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมระบุว่าให้ผู้กระทำดังกล่าวเตรียมตัวรับผิดและถูกดำเนินการตามกฎหมาย

‘อนุพงษ์’ เผยไม่ยุ่งสอบอุทยานราชภักดิ์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ว่า แม้จะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ และกระทรวงมหาดไทยเป็นคณะกรรมการร่วมรับผิดชอบดูแลมูลนิธิฯ แต่จะไม่ขอเข้าไปตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ

“เพราะเรื่องข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นก่อนที่จะจดทะเบียน หน่วยงานใดสงสัยก็มีหน้าที่ตรวจสอบเอง กระทรวงมหาดไทยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่สงสัยได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ตร. เล็งใช้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ มาดูแลความสงบ

ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีหลายกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเพื่อไปตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ตำรวจเตรียมใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยหากพบว่า การกระทำของกลุ่มใดก็ตาม เข้าข่ายการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่จากการตรวจสอบด้านการข่าว ขณะนี้ ไม่พบความเคลื่อนไหวกลุ่มที่เห็นต่างกับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จึงอยากฝากให้ผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง หรือ กลุ่มใดก็ตาม ศึกษารายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ เพราะหากฝ่าฝืนและถูกจับ จะไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่รู้กฎหมาย

เผยคดีเครือข่ายหมอหยองแอบอ้างสถาบันส่งอัยการแล้ว

รองโฆษก สตช.กล่าวอีกว่า ความคืบหน้าการดำเนินคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และพวก ตกเป็นผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจ ส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องคดี ไปแล้ว จำนวน 6 สำนวน ส่วนสำนวนคดีที่เหลือ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเร่งสรุปสำนวนคดี เพื่อส่งให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นพิจารณาสั่งคดีตามขั้นตอน ขณะที่ การติดตามตัวพลตรีสุชาติ พรหมใหม่ และนายคชาชาต บุญดี รวมทั้ง อดีตตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมในคดีนี้ ยืนยันว่า บางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาเบาะแส เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี

เรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย, มติชนออนไลน์ และไทยรัฐออนไลน์

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์