รายที่ 5 แล้ว นักกฎหมายสิทธิจี้รัฐเร่งหาความจริงเหตุลอบยิงสุพจน์ พยานคดีสังหาร ‘ลุงใช่ สกต.’

สมาคมนักกฎหมายสิทธิฯ จี้รัฐเร่งค้นหาความจริงเหตุลอบสังหารรายที่ 5 ชาวชุมชนคลองไทรพัฒนา ให้ DSI รับคดีคุกคามและสังหารสมาชิกชาวชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นคดีพิเศษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่ดิน แก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไป เพราะจะยิ่งทำให้ชาวบ้านตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะโดนคุกคามหรือสังหารเพิ่มขึ้น

 

 

คืบหน้าอาการสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาถูกยิง ล่าสุดผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาการคนเจ็บปลอดภัยแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้หมอเอ็กซเรย์พบกระสุนฝั่งในบริเวณสโพก 6 นัด และแขน 2 นัด

โพสต์โดย สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ - สกต. บน 8 เมษายน 2016

 

9 เม.ย. 2559 จากกรณี สุพจน์ กานสงฆ์ สมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนา ถูกลอบยิงขณะเดินทางกลับเข้ามาในชุมชน วานนี้ (8 เม.ย.59)โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวน ซึ่งลอบยิงจากในป่าบริเวณเส้นทางเข้าชุมชน บริเวณจุดเกิดเหตุอยู่หากจากชุมชนประมาณ 1.5 กิโลเมตร จนได้รับบาดเจ็บ กระสุนฝังในจำนวน 8 นัด โดย สุพจน์ เป็น พยานคนสำคัญในคดีลอบสังหาร ใช่ บุญทองเล็ก หรือ ‘ลุงใช่ สกต.’ สมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาและสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

วันนี้ (9 เม.ย.59) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ออกแถลงการณ์ กรณีการลอบสังหาร สุพจน์ ดังกล่าว โดยระบุว่า การลอบยิงครั้งนี้ จึงถือเป็นการลอบยิงชาวชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นรายที่ 5 แล้ว โดยเขายังมีฐานะเป็นพยานโจทก์ปากสำคัญในคดีสังหาร ใช่ ที่ศาลพึงยกฟ้องไปด้วย ดังนั้น การลอบสังหารครั้งนี้นอกจากจะเป็นการคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังถือเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมไม่ให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เห็นว่า การคุกคามและสังหารชาวบ้านที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องดังที่กล่าวไปแล้วนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐไม่ใส่ใจที่จะแก้ปัญหาโดยดำเนินการปฏิรูปที่ดินอย่างจริงจัง อีกทั้งไม่มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องคุ้มครองผู้ที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองหรือชุมชน และที่สำคัญคือเมื่อเกิดการสังหารหรือคุกคามขึ้นแล้ว กระบวนการยุติธรรมก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพในการที่จะนำผู้กระทำความผิดเข้ามารับผิดชอบอย่างเหมาะสมได้ การลอยนวลพ้นผิดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลให้การข่มขู่ คุกคาม และสังหารประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องสิทธิดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
 
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงมีข้อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาหรือป้องกันการคุกคามที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต โดย 1. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ทั้งหน่วยงานตำรวจ หน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์และอัยการร่วมมือกันในการค้นหาความจริงอย่างจริงจัง โดยเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพต่อการลอบสังหาร สุพจน์ ในครั้งนี้และการสังหารสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนารายอื่นๆที่ผ่านมา
 
2. ในระยะต่อไป ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณารับคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการคุกคามและสังหารสมาชิกชาวชุมชนคลองไทรพัฒนาเป็นคดีพิเศษ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นมีการคุกคามและสังหารชาวบ้านมาแล้วหลายราย อีกทั้งเป็นคดีที่มีความซับซ้อนและมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง การดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยวิธีปกติที่ผ่านมาจึงไม่ประสบความสำเร็จในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทำให้การคุกคามและลอบสังหารยังคงดำเนินต่อไป โดยนายสุพจน์ถือเป็นรายที่ 5 ที่ถูกลอบสังหาร และ 3. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่ดิน โดยเฉพาะสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อไป เพราะจะยิ่งทำให้ชาวบ้านตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะโดนคุกคามหรือสังหารเพิ่มขึ้น
 
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ระบุด้วยว่า ชุมชนคลองไทรพัฒนา เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมในที่ดินเขต ส.ป.ก. ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด ใช้ปลูกปาล์มน้ำมันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งชุมชนได้เรียกร้องให้รัฐนำที่ดินมาจัดสรรให้กับเกษตรกร แต่การดำเนินการที่ล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปที่ดินดังกล่าว ทำให้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไข และก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาหลายครั้ง ทั้งการข่มขู่ การใช้อิทธิพลมืดเล่นงานชาวบ้านและการสังหาร โดยที่ผ่านมีสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาและสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ถูกสังหารไปแล้วถึง 4 คน ได้แก่ 1) สมพร พัฒภูมิ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2553 คดียังไม่มีความคืบหน้า 2) มณฑา ชูแก้ว และ 3. ปราณี บุญรักษ์ ถูกซุ่มยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555 คดียังไม่มีความคืบหน้า และ 4) ใช่ บุญทองเล็ก ถูกคนร้าย 2 คนยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558
 
สำหรับกรณีของ ใช่ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ฝ่ายผู้เสียหายด้วย โดยพบว่าในชั้นสอบสวนมีผู้ถูกตั้งข้อกล่าวหาจำนวน 3 คนคือผู้ขับขี่จักรยานให้มือปืน มือปืนที่ลงมือยิง และผู้จ้างวาน แต่ในชั้นพนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพียงคนเดียวคือผู้ที่ขับขี่จักรยานยนต์ให้มือปืน ทำให้ผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่ร่วมกระทำความผิดซึ่งเป็นมือปืนและผู้จ้างวานยังคงไม่ได้ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และวันที่ 15 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ก็พึงมีคำพิพากษายกฟ้องคดีของนายใช่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นอุทธรณ์ของฝ่ายโจทก์
 
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์