เดินสาย 'กสม.-กกต.-UN' แจ้งสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี

ยื่นรายชื่อต่อ กสม.

4 ส.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ศูนย์ราชการ ตัวแทนพลเมืองผู้ร่วมลงชื่อใน change.org ภายใต้ชื่อแคมเปญ 'คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี' ได้นำรายชื่อ 234 รายชื่อ พร้อมด้วยจดหมายเข้ายื่นต่อ อังคณา นีละไพจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมือง จากนั้นตัวแทนกลุ่มดังกล่าวได้เดินทางยื่นต่อประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี อำนวย น้อยโสภา รองผู้อำนวยการสำนักเลขานุการ สำนักงาน กกต. เป็นตัวแทนรับจดหมายดังกล่าว

ยื่อต่อ  รองผอ.สำนักเลขานุการ สำนักงาน กกต.

จากนั้นเวลา 14.00 น. ตัวแทนกลุ่มดังกล่าวได้เข้ายื่นต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำประเทศไทย ที่สํานักงานองค์การสหประชาชาติ โดยมีตัวแทนออกมารับด้านนอกพร้อมรับปากจะนำส่งถึงสำนักงานดังกล่าว

ตัวแทนยูเอ็นรับจดหมายและรายชื่อ

สำหรับข้อเรียกร้องของผู้ร่วมลงชื่อดังกล่าวประกอบด้วย 1. ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับนับผลประชามติครั้งนี้ และเราถือว่าประชามติเป็นโมฆะ หรือย่างต่ำสุดเป็นโมฆียะที่พลเมืองยังคงสิทธิที่จะบอกล้าง หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านและถูกใช้ก็เป็นเพียงฉบับชั่วคราว

2. ขอเชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนครั้งปี 2539 และเปิดให้มีการประชามติภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว 3. หรือ องค์กรต่างๆ ข้างต้น ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้มีการทำประชามติใหม่ โดย นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ฉบับปี 2550 และฉบับปี 2559 มาทำประชามติใหม่ ภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

นอกจากนี้ ผู้ร่วมลงชื่อในแคมเปญดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัฐยุติการดำเนินคดีผู้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำประชามติครั้งนี้ทั้งหมด

URL : https://www.change.org/p/ร่วมลงชื่อใน-คําขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ-ที่ไม่แฟร์-ไม่ฟรี

คำขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับ-นับผลประชามติ ที่ไม่แฟร์ ไม่ฟรี

พร้อมทั้งขอให้พรรคการเมือง องค์กรการเมืองให้สัตยาบันจะนำรัฐธรรมนูญ ฉ.40, 50 และ 59 มาทำประชามติใหม่ หลังเลือกตั้งภายใต้กระบวนการที่มีเสรีภาพและเป็นธรรม

เรียน พลเมืองไทย พรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและระหว่างประเทศ ฯลฯ

เรา (ตามรายนามแนบท้าย) ในฐานะพลเมืองไทยส่วนหนึ่ง มองว่าหลักการสำคัญของการทำประชามติ คือต้องสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพลเมืองหรือผู้ลงคะแนน โดยหลักประกันพื้นฐานสำคัญของการสะท้อนเจตนาดังกล่าว ก็คือการทำประชามติต้องอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนทุก ฝ่ายในการแสดงความคิดเห็น และสามารถรณรงค์ได้อย่างเป็นธรรม เพื่อให้พลเมืองได้ข้อมูลของทุกฝ่ายความเห็นอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ ประชาชนผู้มีสิทธิในการลงประชามติจะต้องไม่อยู่ภายใต้บรรยากาศของความกลัว ไม่ว่าจะเป็นความกลัวผิดกฎหมายหรือเกรงกลัวอำนาจใดๆ มากระทบ และรัฐควรดำเนินการให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ และให้ประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบมีโอกาสแสดงความคิดเห็นของตน ได้อย่างเท่าเทียมกัน หลักการที่ว่ามาข้างต้นนั้น ถูกกำหนดไว้ใน มาตรา165 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

ทว่า กระบวนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2559 นี้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เริ่มขึ้นมาแล้วนั้น กลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ไม่เพียงเรา-ประชาชาชนผู้มีสิทธิลงประชามติภายใต้เงื่อนไขอันเป็นผลสืบ เนื่องมาจากกระบวนการรัฐประหารเท่านั้น แต่ยังมีคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งล่าสุด ใช้เป็นฐานอำนาจในการห้ามเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้งในส่วนกลางและตามจังหวัดต่างๆ การจับกุมและดำเนินคดีในศาลทหารกับนักศึกษานักสหภาพแรงงานที่เพียงแจกเอกสาร รณรงค์ประชามติ อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่เคยถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการดำเนินคดีกับกลุ่มพลเมืองที่แสดงออกตามวิถี ของตนแล้ว

ยังมีกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งคำร้องที่โครงการอินเตอร์เน็ต เพื่อกฎหมายประชาชน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ว่ามีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 เนื่องจาก มีความไม่ชัดเจนและคลุมเครือ นำไปสู่ความสับสนของประชาชน ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น และอาจทำ ให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยดุลพินิจของตัวเอง จนทำให้กระทบสิทธิของประชาชนที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญกลับวินิจฉัยว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการที่รัฐใช้กลไกต่างๆ เพื่อรณรงค์ ทั้ง ครู ก., ข. และค. ข้าราชการกระทรวง รด. รวมทั้งกองทัพ แม้จะระบุว่าเป็นการรณรงค์เพื่อให้ประชาชนออกมาลงประชามติโดยไม่มีการชี้นำ แต่ก็ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย โดยเฉพาะเอกสารแนะนำร่างรัฐธรรมนูญที่โน้มเอียงโดยเน้นการบอกข้อดี ขณะที่พลเมืองกลุ่มอื่นที่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์และ รณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวกลับถูกจำกัดสิทธิ

นอกจากนี้ตัวเลือกในการลงมติยังมีความไม่ชัดเจน ว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ตรงหน้า

อีกทั้งเกณฑ์การผ่านประชามตินับจากเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดของประเทศที่กำหนดความสัมพันธ์ของสถาบันทางการ เมืองต่างๆ สังคมไทย กลับไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ

จากที่ระบุมาข้างต้นทำให้เรา (ตามรายนามแนบท้าย) พลเมืองไทยจำนวนหนึ่ง เห็นว่าการทำประชามติครั้งนี้สูญเสียหลักประกันการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้ จริงของประชาชน และไม่เชื่อมั่นว่าเสียงที่เราจะลงคะแนนจะถูกนับหรือประกาศเป็นผลหรือไม่ จึงขอประกาศเจตนารมณ์ดังนี้

1.     ขอสงวนสิทธิไม่ยอมรับนับผลประชามติครั้งนี้ 

2.     ขอเชิญชวนพรรคการเมือง องค์กรทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เหมือนครั้งปี 2539 และเปิดให้มีการประชามติภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและ เป็นธรรม ปราศจากความกลัว

3.     หรือ องค์กรต่างๆ ข้างต้น ให้สัตยาบันว่าจะผลักดันให้มีการทำประชามติใหม่ โดย นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ฉบับปี 2550 และฉบับปี 2559 มาทำประชามติใหม่ ภายใต้กระบวนการที่ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกและเป็นธรรม ปราศจากความกลัว

พร้อมกันนี้เราขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีผู้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการ ทำประชามติครั้งนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ นักศึกษา ม.รามคำแหง นักสหภาพแรงงานที่แจกเอกสารรณรงค์ กลุ่ม นปช. ที่เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมถึงผู้โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์